บัดนี้ทุกอย่างกระจ่างแล้ว! ดร.เสรี ฉลองเลี้ยง 'ซ่าหริ่ม' ให้คนที่เป็น 'สลิ่ม'

1 ต.ค.2565 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้

ขอฉลองด้วยการเลี้ยงซ่าหริ่มให้น้องๆที่เป็นสลิ่ม

ในตอนบ่ายของวันที่ 30 กันยายน 2565 พอถึงเวลา 14.55 นาที เริ่มเปิดโทรทัศน์เพื่อติดตามการอ่านคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าครบ 8 ปีตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญของไทยที่ประกาศใช้ในวันที่ 6 เมษายน 2560 หรือไม่

แม้ว่าจากการพิจารณาของตนเองนั้น มั่นใจว่าการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่านจะไม่เริ่มนับจากวันที่ 24 สิงหาคม 2557 แน่ เพราะตอนนี้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังไม่ได้ประกาศใช้ แต่กระนั้นก็อดวิตกกังวลไม่ได้ เพราะในใจนั้นต้องการให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปจนครบวาระของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของรัฐสภาในปี 2562

ทั้งนี้เพราะได้ติดตามการทำงานของท่านมาตลอดแล้วเกิดความเชื่อมั่นว่าท่านคือคนที่เหมาะกับการเป็นผู้นำฝ่ายบริหารที่จะนำพาประเทศไทยให้หลุดพ้นจากปัญหา และมีการพัฒนาสู่ความเป็นอารยประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรื่อง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีลักษณะของการเป็นผู้นำตามตำรา 3 ประการคือ 1) เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ดังเห็นได้จากการที่เราไม่ได้ยินว่ามีการโกงบ้านโกงเมืองในคณะรัฐมนตรีของท่าน

2) เป็นคนมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ดังเห็นได้จากการนำพาประเทศให้รอดจากกการแพร่ระบาดของโควิด การคิดอ่านโครงการต่างๆเพื่อการพัฒนาประเทศ การกำหนดนโยบายทางด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศที่ทำให้ประเทศไทยสามารถฟื้นตัวหลังจากภัยพิบัติการแพร่ระบาดของโควิด 19 และ

3) เป็นคนขยัน ดังเห็นได้จากการติดตามการทำงานของท่านที่ต้องแบกรับภาระหลายด้าน ทั้งการแก้ปัญหาที่หมักหมมมานานและการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะด้านการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อการขนส่งสินค้า และเพื่อการท่องเที่ยว

โดยที่ท่านทำงานตามยุทธศาสตร์ที่ควรจะเป็นของประเทศ โดยไม่คำนึงว่าจังหวัดใด พื้นที่ใด สนับสนุนท่านหรือไม่สนับสนุนท่าน

และสำหรับการเป็นผู้นำของประเทศไทย คงต้องเพิ่มคุณสมบัติข้อ 4 นั่นคือการเป็นผู้ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันสูงสุดของประเทศ

สำหรับคนที่ต้องการเป็นรัฐบาลและผิดหวังนั้น ได้พยายามที่จะกำจัดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาให้หลุดจากคำแหน่งด้วยวิธีการต่างๆนานา ทั้ง

1) การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ซึ่งก็ไม่สามารถเอา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้

2) การสร้างวาทกรรมด้อยค่าตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และการทำงานของท่านในฐานะหัวหน้ารัฐบาล แต่การด้อยค่าก็ไม่เป็นผลกับกลุ่มคนที่พวกเขาเรียกว่า “สลิ่ม”

3) มีการชุมนุมขับไล่เป็นระยะๆจากกลุ่มต่างๆ แต่ก็ไม่สามารถระดมผู้คนออกมาชุมนุมให้มากพอ อีกทั้งประเด็นในการชุมนุมก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับการชุมนุมได้ และ

4) ในที่สุดก็ใช้ประเด็นการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปี โดยมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่เมื่อยื่นไปแล้วก็ยังกดดันให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาลาออกไปก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำพิพากษา

คงจะรู้จากการพิจารณาด้วยตนเองหรือการปรึกษากับผู้รู้ทางกฎหมาย ว่าคำวินิจฉัยน่าจะเป็นคุณกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มากกว่าที่จะเป็นโทษ

ดังนั้นจึงได้พยายามกดดันให้ท่านลาออกไปเอง โดยใช้คำว่า “สำนึกรับผิดชอบ” บ้าง หรือบางทีก็ใช้คำว่า “ต้องเคารพ” กฎหมาย แต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็เลือกที่จะรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ

ใครจะพูดอะไร กดดันอะไร ท่านก็ไม่ได้นำพา ยังคงครองตนเป็นสุภาพบุรุษที่ไม่ออกมาโต้แย้งกลุ่มคนที่ด้อยค่าท่าน กดดันท่าน

บัดนี้ทุกอย่างกระจ่างใสแล้วว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ครบ 8 ปี เพราะการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่านจะครบ 8 ปีวันใด

ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฮบับปัจจุบัน นั่นคือวันที่ 6 เมษายน 2560 ดังนั้นท่านสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้จนถึง 5 เมษายน 2568

นั่นหมายความว่าสำหรับการเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยนี้หลังกาสรเลือกตั้งในปี 2562 พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา สามารถอยู่ต่อได้จนครบวาระ

และท่านก็สามารถเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป แก้ไขปัญหาต่างๆของประเทศต่อไป มีโครงการเพื่อพัฒนาประเทศตามแกนหลัก 3 ประการของท่านคือ

1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาประเทศ 2) การดึงบรัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทย และ 3) ให้คนไทยทุกภาคส่วน ทุกระดับเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อการลงทุนได้ตามหลักการของการพัฒนาเศรษฐกิจที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

และให้ความสำคัญกับวิสาหกิจชุมชน เพื่อการกระจายความมั่งคั่ง และสร้างความทัดเทียม

หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยไปไม่ถึง 5 นาที เชื่อว่าหลายคนที่ฟังอยู่พอจะเดาออกทันทีว่าการนับวันเริ่มต้นการเป็นนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่ 24 สิงหาคม 2557 แน่นอน

เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังไม่ได้ประกาศใช้ คนบางคนก็อยากจะได้เป็นครบ 8 ปีในปี 256 2 จะได้ 2560 แค่นี้สลิ่มทั้งหลายก็ซึ้งใจเต็มที่แล้วก็อย่างน้อยที่ พวกเขาก็รู้ว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ครบวาระของการเลือกตั้งในครั้งนี้แน่นอน

หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำพิพากษาแล้ว ก็จะมีกลุ่มคนที่ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ บางคนออกมาพูดจาหมิ่นศาล บางคนยังคิดที่จะระดมคนมาชุมนุมต่อต้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

เรียกง่ายๆว่าตั้งใจมา “ไล่” ท่านให้ออกไปจากตำแหน่ง ทั้งๆที่ท่านมีความชอบธรรมตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี 2560 หลายคนพูดไว้ตั้งแต่ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการอ่านคำพิพากษาแล้ว

โดยพูดบอกว่าไม่ว่าศาลจะวินิจฉัยออกมายังไง พวกเขาไม่สนใจ เขารู้แต่ว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นท่านต้องไม่หน้าด้าน

ทำให้หลายๆคนต้องออกมาพูดว่าฝ่ายค้านเป็นคนยื่นให้ศาลตีความ เมื่อยื่นไปแล้วก็ต้องรอฟังการตีความของศาลรัฐนูญ ถ้าจะไม่สนใจการตีความ จะยื่นไปทำไม

เมื่อยื่นแล้วคุณก็ต้องรอฟัง และรับฟังด้วยการเคารพศาล บัดนี้ผลออกมาไม่เป็นไปตามที่ตัวเอง ก็จะมาสร้างความวุ่นวายให้ประเทศที่กำลังเดินหน้าอย่างดงาม ด้วยการจัดชุมนุม

สำหรับสลิ่ม ตอนนี้เรามาฉลองกันด้วยการหาซื้อ “ซ่าหริ่ม” ที่ทั้งหอม ทั้งหวาน ทั้งสวยงามมากินกันให้สุขสำราญกันด้วยความยินดีที่เรายังคงมีนายกรัฐมนตรีชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทรฺโอชามาแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

มาช่วยให้กำลังใจแก่ท่านด้วยการช่วยเผยแพร่ผลงานของท่านให้เป็นที่รับรู้ของคนไทยไปทั่วประเทศนะคะ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 9 ก.ค.นี้

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎร

ราชกิจจาฯ ประกาศ 15 รายชื่อตรวจสอบประวัติผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรธน.

ราชกิจจานุเบกษษ เผยแพร่ประกาศวุฒิสภา เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอ

ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา

'ปธ.ศาลรธน.' ลุ้นหนักได้นั่งยาวหรือเก็บของ รอฟังมติสว.โหวตตุลาการคนใหม่

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน.ลุ้นหนัก อังคารนี้ ได้นั่งยาวหรือเก็บของ สภาสูงโหวตตุลาการศาลรธน.หลังเคยคว่ำไปสองชื่อ สว.สีน้ำเงินเปรย ประธานชักอยู่นาน บอกไม่ติดใจคุณสมบัติ”ศ.จักรพงศ์-รร.นายร้อยตำรวจ”แต่รอสัญญาณเช้า 30 มิ.ย.ให้ผ่านหรือสอยร่วง   

'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้

พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%

กมธ.สว.-สส. เผยผลหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้เลือกตั้ง 'สสร.' ได้ไม่ขัดคำวินิจฉัย

กมธ.สส.-สว. เข้าหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ก่อนสรุปแนวทางว่า การเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จากประชาชนโดยตรงสามารถดำเนินการได้ แต่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่อาจมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน