
15 องค์กรนักศึกษาร่อนแถลงการณ์คำวินิจฉัย ‘นายกเถื่อน’ ประณามการใช้กฎหมายย่ำยีวงการนิติศาสตร์
1 ต.ค. 2565 – เมื่อเวลา 13.30 น. สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมองค์กรนักศึกษา 15 องค์กร เรื่องคำวินิจฉัย “นายกเถื่อน” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายหลังจากที่วานนี้ (30 ก.ย.) มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ตัดสินว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อนั้น
สำหรับ แถลงการณ์ร่วม 15 องค์กรนักศึกษา ระบุว่า ตามคําวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2565 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อไปได้ แม้ว่าจะดํารงตําแหน่งครบ 8 ปีไปแล้ว เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2565 ซึ่งหมายความว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถดํารงตําแหน่งถึงวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2568 หรือดํารงตําแหน่ง ต่อเนื่องถึง 10 ปี 7 เดือน และ 12 วัน
ศาลรัฐธรรมนูญให้เหตุผลว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ความว่า “นายกรัฐมนตรีจะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดํารง ตําแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตําแหน่ง” ชี้ให้เห็นว่า การดํารงตําแหน่งของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่ครบ 8 ปี โดยให้เริ่มนับวาระ การขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นวันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีผลบังคับใช้ มิใช่วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2557 ซึ่งเป็นวันที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เริ่มทําหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557
อย่างไรก็ดี ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บทเฉพาะกาล มาตรา 264 วรรคหนึ่ง ความว่า “ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลัง การเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่ และให้นําความในมาตรา 263 วรรคสาม มาใช้บังคับแก่การดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีด้วยโดยอนุโลม” เป็นการรับรองหลักการความต่อเนื่อง ของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ การเริ่มนับเวลาดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 เป็นการละเลยเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่
นอกจากนี้ พิจารณาจากเจตนารมณ์ตาม มาตรา 158 วรรคสี่ การกําหนดระยะเวลาก็เพื่อมิให้ผูกขาด อํานาจในทางการเมือง (สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, 2562, น. 275) รวมทั้งเหตุผลในการยึดติดอํานาจมากเกินไป ซึ่งทั้งสองเหตุผลเป็นเจตนารมณ์พื้นฐานของกรอบการใช้อํานาจ การเริ่มนับเวลาการดํารงตําแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ พ.ศ.2560 เป็นการพิจารณาเพียงตัวอักษร แต่กลับมิได้เหลียวแลสภาพแวดล้อมในความเป็นจริง
สุดท้าย หากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เริ่มดํารงตําแหน่งตั้งแต่ พ.ศ.2560 ก็กลายเป็นว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนในฐานะนายกรัฐมนตรี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 ใช่หรือไม่
ในตอนท้ายของแถลงการณ์ ระบุอีกว่า องค์กรนักศึกษาทั้ง 15 องค์กร ขอประณามการใช้กฎหมายที่ไม่เป็นไปตามหลักการ และเพื่อประโยชน์ของประชาชนไทย ซึ่งเป็นการย่ำยีวงการนิติศาสตร์ ซึ่งคําพิพากษาที่เคยประกาศออกไปจะคงอยู่เรื่อยไป
องค์กรนักศึกษา 15 องค์กร
1 ตุลาคม พ.ศ.2565
พศิน ยินดี ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เจนิสษา แสงอรุณ นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ชนกันต์ นภารักษาวงศ์ นายกองค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
สุทธิพงษ์ ลีโคตร นายกองค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา
ธนภัทร ขันชาลี นายกองค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สกลนคร
อิทธิพันธ์ ขวัญดํา นายกองค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กําแพงแสน
สถาปัตย์ เพชรศิราสัณห์ หัวหน้าพรรคจุฬาสามัญชน
กฤตภาส เชษฐเจริญรัตน์ นายกสโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริศนียาภรณ์ บุญจันทร์ ประธานสภานิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร
ต่อลาภ ชูชื่น ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
ดารามี วานิ รักษาการประธานสภานักศึกษา องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
บัลลังก์ หวันหมาน นายกองค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ชิษณุชา ตะละภัฏ นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร
พรหมพร สิทธิวงศ์ ผู้แทนกรรมการหอพักนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พงศ์ภัค สามงามยา ประธานสภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน



ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักกฎหมายชี้ 'กกต.' พังเจตนารมณ์กฎหมายเสี่ยงสูงเจอ 157
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อมติ กกต. 14 กันยายน 2569 ในคดีฮั้ว สว. ปี 2567 เดินสวนทางกับบทบัญญัติของกฎหมายและบรรทัดฐานเดิม
'สว.นันทนา' จี้ กกต. เปิดคำวินิจฉัยคดีฮั้วสว. ให้สังคมคลายข้อสงสัย อย่าท้าทายศรัทธาปชช.
‘นันทนา’ กระทุ้ง กกต. ส่งศาลฎีกาเคลียร์คดี ‘ฮั้ว สว.’ ลั่น อย่าทำลายศรัทธาประชาชน มอง ควรเปิดคำวินิจฉัย ให้สังคมคลายข้อสงสัย
เริ่มแล้ว ขบวนกดดัน ‘กกต.’ ไอลอว์พามวลชนลงถนน
เริ่มแล้ว! ขบวน ’ไอลอว์‘ จัดกิจกรรมเดินขบวนบี้ ’กกต.‘ มีมติสั่งฟ้อง ‘229 รายเอี่ยวโกงฮั้ว สว.’ พรุ่งนี้ ด้าน ’ยิ่งชีพ‘ ย้ำเครือข่ายในขบวนการลามโยง ’ภท.‘ ลั่นรับไม่ได้เลือกคนมาวินิจฉัยเรื่องของตัวเอง ปลุกชวนปชช.ร่วมกิจกรรมโค้งสุดท้าย ขู่มีเอกสารหลักฐานเพียบ หากสั่งไม่ฟ้องใครพร้อมแฉคนนั้น-รอดทั้งหมดก็เปิดหลักฐานแฉแบบหมดเปลือก
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชำแหละข้อ กม.ชี้นิรโทษกรรมได้ทันทีไม่ต้องมีคำวินิจฉัยคณะกรรมการฯ
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสยังติดใจคำวินิจฉัย กกต.ปมอาชีพกลุ่ม 10
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ยิ่งชีพไปอ่านด่วน! คำวินิจฉัย กกต.ปม 'แม่ค้าขายหมู-พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวไก่' เผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์
เปิดคำวินิจฉัย กกต. ดูเหตุผลชัดๆ ทำไม 2 สว.อำนาจเจริญ 'นางแดง' แม่ค้าขายหมู 'สมภาร' พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวไก่ คุณสมบัติจึงผ่านฉลุยนั่งเก้าอี้ สว.ได้ หลัง 'ยิ่งชีพ' บอกอยากดูมากเคยเรียกร้อง กกต.แต่ไม่ได้รับการตอบรับ

