'แอมเนสตี้' โผล่ซัด 'คำวินิจฉัยล้มล้างการปกครอง' ส่งสัญญาณอันตรายต่อประชาชนไทย

12 พ.ย.2564 - แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลแถลงหลังจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเรียกร้องของนักกิจกรรมสามคนที่เป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวให้มีการปฏิรูปสถาบันระหว่างการชุมนุมเมื่อปี 2563 เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เอ็มเมอร์ลีน จิล รองผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคฝ่ายวิจัย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า แม้คำวินิจฉัยนี้จะไม่มีบทลงโทษหรือค่าปรับ แต่มีผลกระทบเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง เป็นสัญญาณอันตรายสำหรับประชาชนชาวไทยหลายหมื่นคนที่แสดงความเห็นหรือวิจารณ์อย่างชอบธรรมต่อบุคคลสาธารณะหรือสถาบัน ทั้งโดยการแสดงความเห็นทางตรงหรือแสดงความเห็นทางออนไลน์ ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินคดีข้อหาร้ายแรงต่อแกนนำทั้งสามคนและบุคคลอื่น ๆ อีกมาก โดยฐานความผิดล้มล้างการปกครองนี้มีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือโทษประหารชีวิต

“ถ้าคำวินิจฉัยนี้มีเจตนาเพื่อทำให้ประชาชนหวาดกลัว และขัดขวางพวกเขาจากการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ ผลที่ออกมาจะตรงกันข้าม ดังที่เห็นจากการติดแฮชแท็กอย่างกว้างขวาง การส่งทวิต และข้อความทางโซเชียลมีเดียมากมายทันทีหลังศาลมีคำวินิจฉัย ประชาชนชาวไทยกว่า 200,000 คนได้ลงนามในจดหมายเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ ในประมวลกฎหมายอาญาของไทย”

“เป็นความย้อนแย้งอย่างยิ่งที่คำวินิจฉัยนี้มีขึ้นในวันเดียวกันกับที่มีกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน หรือ UPR รอบที่สามของประเทศไทย ตามวาระขององค์การสหประชาชาติที่กรุงเจนีวา โดยในรอบก่อนหน้านี้ ประเทศไทยได้ปฏิเสธข้อเสนอแนะจากประเทศต่างๆ ในที่ประชุม UPR ที่เรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งถือเป็นสัญญาณต่อประชาคมระหว่างประเทศว่าประเทศไทยไม่มีเจตนาใดๆ ที่จะดำเนินการเพื่อให้กฎหมายนี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในแง่การคุ้มครองสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก”

“คำวินิจฉัยนี้ฉายเงามืดหม่นทาบทับประเทศไทยที่เริ่มเปิดพรมแดนต้อนรับนักท่องเที่ยวจากนานาชาติ นับเป็นเรื่องน่ากังขาในเจตนาของรัฐบาลไทยที่แสดงท่าทีต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาพักผ่อนในประเทศ แต่กลับจำกัดและกดขี่สิทธิของคนไทยเอง”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต

ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ

ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง

มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน

รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้