ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน 'เชาวนะ ไตรมาศ' พ้นเลขาฯศาลรธน. รวย 72 ล้าน

ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน “เชาวนะ ไตรมาศ” พ้นเก้าอี้เลขาธิการสำนักงานศาล รธน. มี 72 ล้าน รายได้รวมต่อปี 3.3 ล้านบาท ขายรถปี 64 ได้ 8.5 แสนบาท ภริยาเปิดบริษัทให้คำปรึกษา-วิจัย

13 ธ.ค.2565 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายเชาวนะ ไตรมาศ กรณีพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ 1 ต.ค. 2565

นายเชาวนะ แจ้งมีทรัพย์สิน 22,769,540 บาท ได้แก่ เงินฝาก 1,939,205 บาท เงินลงทุน 5,692,957 บาท เงินให้กู้ยืม 56,000 บาท (แก่นายกล้า สมุทรวณิช ข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และนักเขียน ทำสัญญาเมื่อ 5 มี.ค. 2564) ที่ดิน 10,609,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 หลัง รวม 1 ล้านบาท ยานพาหนะ 6.5 แสนบาท สิทธิและสัมปทาน 2,185,377 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 637,000 บาท ไม่มีหนี้สิน

มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 3,366,139 บาท เป็นเงินเดือน 921,600 บาท เงินประจำตำแหน่ง 252,000 บาท ค่าตอบแทน 1,166,672 บาท เงินปันผล 155,866 บาท ขายรถยนต์เมื่อ ส.ค. 2564 มูลค่า 8.5 แสนบาท ค่าบรรยายพิเศษ 20,000 บาท มีรายจ่ายรวม 1,242,762 บาท มีเงินได้พึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร ในข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ผ่านมา 1,515,383 บาท

ส่วนนางลลนา ไตรมาศ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 49,872,417 บาท ได้แก่ เงินฝาก 2,421,504 บาท เงินลงทุน 9,864,939 บาท (ถือหุ้นในบริษัท อินฟอร์เมชั่น โพรวายเดอร์ แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด 935,000 บาท) ที่ดิน 24,609,500 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นบ้านเดี่ยว 2 หลัง รวมมูลค่า 4.5 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 314,358 บาท ทรัพย์สินอื่น 8,162,116 บาท ไม่มีหนี้สิน

มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 1,421,107 บาท เป็นเงินเดือน 3 แสนบาท เงินปันผล 1,121,107 บาท มีรายจ่ายรวม 820,768 บาท มีเงินได้พึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร ในข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ผ่านมา 1,238,888 บาท

รวมทั้งคู่มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 72,641,957 บาท ไม่มีหนี้สิน

สำหรับนายเชาวนะ เป็นเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ปี 2560 ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งกรรมการ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ อนุกรรมาธิการ (อนุ กมธ.) การพัฒนาการเมือง ใน กมธ.การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา อนุ กมธ.ติดตามการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมาย การยุติธรรม และการตำรวจ ใน กมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และการตำรวจ วุฒิสภา รวมถึงกรรมการหลักสูตรอบรม วิทยาลัยทนายความ ด้วย ส่วนนางลลนา คู่สมรส ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท อินฟอร์เมชั่น โพรวายเดอร์ แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด

ก่อนหน้านี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยมีมติชี้มูลความผิดนายเชาวนะ ไตรมาศ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กรณีถูกกล่าวหาว่า เอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาเกี่ยวกับการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ จำนวน 281 เครื่องของ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มูลค่า 13 ล้านบาทเศษ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช. ชงคดีโกงสอบท้องถิ่นเข้าบอร์ดใหญ่สัปดาห์หน้า ลั่นทำให้จบภายใน 6 เดือน

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้า กรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง สังกัดกระทรวงมหาดไทย

'ป.ป.ช.' จับมือ 'ปปง.' ตั้งคณะทำงานร่วม สอบเส้นเงินโกงสอบท้องถิ่น

ป.ป.ช. จ่อตั้งคณะทำงานร่วม ปปง. สอบเส้นเงินทุจริตโกงสอบท้องถิ่น เร่งพิสูจน์สัมพันธ์โรงพิมพ์สมุทรปราการ-คลิปเสียงโยงนักการเมือง ระบุช้าหรือเร็วอยู่ที่หลักฐาน แต่ไม่นาน

สส.ภูมิใจไทย ตีปี๊บผลงานจับโกงสอบท้องถิ่น ชี้ทุจริตกันมานานแต่เพิ่งจับได้ครั้งแรก

ปธ.กมธ.ท้องถิ่น และ ปธ.กมธ. ปปช. แท็กทีม จ่อเรียก สถ.-มศว แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น สัปดาห์หน้า หลังเกิดความเสียหายทะลุ 4.5 พันล้านบาท  ขณะที่ "อาสพลธ์" ขอบคุณ  ป.ป.ช.-ตร.ปปป. หลังเป็นคนแรกยื่นสอบ  จนทลายโกงสำเร็จเป็นครั้งแรกสำเร็จ และคืนความเป็นธรรมให้ลูกชาวบ้านที่หวังเป็นขรก.

ป.ป.ช. แถลงจับโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น คาดมูลค่าเสียหาย 4.5 พันล้าน

ป.ป.ช.แถลง ทลายขบวนการโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น จ่อสาวยันต้นตอ ลั่น ใครได้บรรจุแล้วก็ไม่รอด ฟันวินิยย้อนหลังได้ คาดมูลค่าเสียหาย 4.5 พันล้าน

เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'เลขาธิการ ป.ป.ช.' รวย 33.9 ล้าน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหนี้สินของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร กรณีเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'อุตสาหกรรม จ.สระแก้ว-วิศวกรชำนาญ' ออกใบอนุญาตโรงงานมิชอบ

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นายศุภกฤต พรรคนาวิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว