ป.ป.ช. เปิดเซฟ 'โชติ ตราชู' พ้นปลัดท่องเที่ยวฯ มี 92 ล้าน สะสมพระ ปืน ทองคำ

16 ธ.ค.2565 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินนายโชติ ตราชู กรณีพ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2565 โดยนายโชติ ตราชู และนางจันทิยา ตราชู คู่สมรส ทั้งคู่มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 92,499,826 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 2,702,290 บาท
 
ในส่วนของนายโชติ แจ้งมีทรัพย์สิน 60,386,352 บาท ได้แก่ เงินฝาก 2,950,075 บาท เงินลงทุน 20,809,960 บาท ที่ดิน 26,603,494 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 7 ล้านบาท ยานพาหนะ 2 คัน (Volkswagen Caravelle SE 2.0 มูลค่า 1 ล้านบาท, BMW มูลค่า 4 แสนบาท) 1.4 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 643,142 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 979,680 บาท มีหนี้สิน 2,141,067 บาท (เป็นเงินกู้)
 
นายโชติ แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 1,984,121 บาท เป็นเงินเดือน ค่าตอบแทน 1,465,603 บาท เบี้ยประชุม 429,691 บาท เงินปันผลจากเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ 68,826 บาท มีรายจ่ายรวม 1,123,345 บาท แจ้งมีเงินได้พึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร ในข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดารอบปีภาษีที่ผ่านมา 3,019,653 บาท
 
ส่วนนางจันทิยา ตราชู คู่สมรส มีทรัพย์สิน 32,113,475 บาท ได้แก่ เงินฝาก 4,103,036 บาท เงินลงทุน 11,636,311 บาท ที่ดิน 9,059,222 บาท สิทธิและสัมปทาน 6,504,905 บาท ทรัพย์สินอื่น 8.1 แสนบาท มีหนี้สิน 561,222 บาท (เป็นเงินกู้)
 
นางจันทิยา แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 1,712,878 บาท เป็นเงินเดือน ค่าตอบแทน 1,234,004 บาท โบนัส 168,267 บาท เงินปันผลสหกรณ์ออมทรัพย์ 76,482 บาท ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล 18,967 บาท ดอกเบี้ยสหกรณ์ออมทรัพย์ 49,902 บาท เงินจ่ายคืนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ 165,254 บาท มีรายจ่ายรวม 614,098 บาท แจ้งมีเงินได้พึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร ในข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดารอบปีภาษีที่ผ่านมา 1,628,468 บาท
 
สำหรับทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจ นายโชติ แจ้งถือครองพระเครื่องหลายองค์ เช่น พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรฯ 2495 จำนวน 1 องค์ ได้มาประมาณ พ.ศ. 2530 มูลค่า 1.5 แสนบาท นอกจากนี้ยังสะสมปืนอีกหลายกระบอก มีสร้อยคอทองคำ 2 เส้น หนักรวม 4 บาท รวมมูลค่า 1.2 แสนบาทด้วย ขณะที่นางจันทิยา ถือครองสร้อยทองคำ 2 เส้น สร้อยข้อมือ 1 เส้น น้ำหนักรวม 9 บาท รวมมูลค่า 2.7 แสนบาท
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2557-2562 นายโชติ เป็นที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมาเดือน ก.ย. 2562 ถูกโยกย้ายมาเป็นปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทั่งเกษียณอายุราชการ ส่วนนางจันทิยา ปัจจุบันเป็น ผอ.ฝ่ายกลยุทธ์ดิจิทัลและบริหารจัดการข้อมูล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช. สั่งไต่สวน 'โกงสอบท้องถิ่น' ปี 64 เป็นคดีพิเศษ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติรับกรณี ทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่น ปี64 ไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษเพิ่มเติม หลังพบพฤติกรรมแก้คะแนนจากสอบตกให้เป็นสอบผ่าน

ตำรวจเดินหน้าสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขีดเส้นรายงานนายกฯภายใน 30 วัน

ผบ.ตร.เรียกประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น กำหนดกรอบการทำงาน 20 วัน ชี้คดีอาญาเป็นหน้าที่ ป.ป.ช. ดำเนินการ

ป.ป.ช. ชี้มูล 'เกรียง กัลป์ตินันท์' พร้อมเครือญาติกับพวก ทุจริตก่อสร้างถนน

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

ไต่สวนทุจริตสอบท้องถิ่น 6,014 คน มีชื่อ 2 อดีตอธิบดี สถ. ภรรยากรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาด้วย

เปิด 4 กลุ่มถูก ป.ป.ช. ตั้งกรรมการไต่สวนคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น พบมีมีจำนวนมากถึง 6,014 คน โดยในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีชื่อของ 2อดีตอธิบดีคือ 1.ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันที่ 29 ก.ค.-11 พ.ย. 2568

ป.ป.ช. ลุยตั้งกก.ไต่สวน 'โกงสอบท้องถิ่น' เป็นคดีพิเศษ พุ่งเป้า 4 กลุ่ม รวมอธิบดี สถ.

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาฯป.ป.ช. แถลงกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือใ

ป.ป.ช. ฟันขบวนการรีดเงินต่างชาติ 6 ล้านบาท แลกปล่อยตัวจาก ตม.ภูเก็ต

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายวิทยา สมศรีษมสกุล กับพวก รวม 6 คน กรณีร่วมกันเรียกรับทรัพย์สิน จํานวน 6 ล้านบาท เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานเพื่อให้ดําเนินการปล่อยตัว (ประกันตัว)