'จตุพร' ลากไส้ 'อดิศร' ขี้ขลาดตาขาว อายุปูนนี้ยังประจบสอพลอ

28 ม.ค.2566 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "ผีหลอก" โดยนายจตุพร กล่าวถึงนายอดิศร เพียงเกษ ตอบโต้ด้วยพฤติกรรมเย้ยและหยามว่า ตนหมดอนาคตทางการเมือง และเน้นแต่ด่าอย่างเดียว ไม่ได้พูดข้อเท็จจริง แสดงถึงเป็นคนนิยมประเพณีสอพลอ แต่ไม่บอกว่าข้อไหนที่พูดไม่เป็นความจริง เปลี่ยนพรรคมามากจำได้หรือไม่ อีกทั้งยังเคยพูดถึงตนเมื่อหาเสียงเลือกตั้ง นายกฯ อบจ.เชียงใหม่ แบบพูดคำถุยคำ

อย่างไรก็ตาม อาการปากกล้าของนายอดิศร มีขึ้นขณะบ้านเมืองปกติ ซึ่งแตกต่างจากพฤติการการต่อสู้เพื่อประชาชน และประชาธิปไตย ในปี 2552-2553 เมื่อเกิดเสียงดึงตัง ขณะถูกแยกสลายก็หนีก่อนใครไปอยู่ลาว พอบ้านเมืองปกติก็กลับมาเสียงดังอีก ถ้ามีศักดิ์ศรีพอจะหนีแบบหางจุกตูดหรือ

นายจตุพร ตอบโต้นายอดิศรว่า ถ้าตนพูดไม่ได้กระทบอะไรกับฐานเสียงพรรคเพื่อไทยแล้วมาเดือดร้อนทำไม ออกมาแสดงอาการโชว์ทำไม และถ้าทักษิณไม่พาดพิงในทางเสียหายก่อนเรื่องก็คงไม่เกิด ส่วนที่บอกว่าทักษิณไม่ได้เป็นอย่างที่พูดนั้น ตนขอให้บอกมาว่า ข้อไหนบ้างที่ไม่เป็นความจริง

อีกทั้ง นายอดิศร บอกว่า หากเปรียบเทียบเหมือนสุนัขฉี่รดภูเขาทอง ไม่กระทบกระเทือนอะไรเพียงแต่เหม็นฉี่บ้างเท่านั้น และว่า นิ้วไหนเน่าก็ตัดทิ้งไป นายจตุพร กล่าวว่า ทักษิณเปรียบเหมือนภูเขาทองวันสระเกศ ส่วนตนเป็นหมาไปฉี่ใส่ภูเขาทอง

"ถามวัดสระเกศหรือยัง ที่ไหว้ทุกวัน ไหว้ทักษิณหรือไหว้ภูเขาทอง อายุปูนนี้แล้ว 70 ปียังประจบสอพลอ ควรอับอายขายขี้หน้าหรือไม่ คุณเอาอะไรมาสั่งสอนผม ถ้าคุณมีศีกดิ์ศรีพอจะหนีไปลาว ไปกัมพูชาหรือ เป็นพวกขี้ขลาดตาขาว ไปร้องเพลงเดือนเพ็ญ ทิ้งหมู่มิตรให้เดือดร้อนในประเทศ"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง