
12 มี.ค.2566-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ระบุว่า หลังจากที่เปิดตัวเข้าสู่การเมืองอย่างเป็นทางการ ประเด็นที่คุณเศรษฐา ทวีสิน วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดนี้อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าพูดในทุกโอกาส ก็คือ นายกรัฐมนตรีจะต้องออกไปเจรจาค้าขายกับประเทศต่างๆด้วยตัวเอง แต่ไม่เคยทำ สร้างความผิดหวังต่อภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก
ประเด็นนี้ ผมเห็นต่างจากคุณเศรษฐา ผมไม่ต้องการเห็นรัฐบาลไหนของประเทศไทย ที่นายกรัฐมนตรีต้องเดินทางไปเจรจาค้าขายกับนานาประเทศ เพื่อขอให้เขาซื้อสินค้าของเรา เพราะนั่นแสดงว่าสินค้าของเราไม่เป็นที่ต้องการของต่างชาติ หรือสินค้าเรามีคุณภาพไม่ดีพอ ทำให้รัฐบาลต้องไปขอร้องให้ประเทศอื่นๆมาซื้อสินค้าของเรา เพราะนั่นเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน เขาอาจเกรงใจยอมซื้อสินค้าของเราบ้างพอเป็นพิธี แต่หากสินค้าของเราไม่ตรงกับความต้องการของเขา หรือมีคุณภาพไม่ดีพอ หลังจากนั้นเขาก็จะไม่ซื้ออีก ทำให้ต้องเดินทางไปเจรจาอีกเพื่อขอให้เขาซื้อ เป็นเช่นนี้ไม่จบไม่สิ้น
สิ่งที่รัฐบาลทุกรัฐบาลควรทำคือ พัฒนาและแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน นั่นคือวางรากฐานทางเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งด้วยการพัฒนาขีดความสามารถของคนให้สูงขึ้น แต่ที่ผ่านมา เราเห็นรัฐบาลแต่ละรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยมาตรการระยะสั้นกันทั้งนั้น เช่น อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ พักหนี้เกษตรกร แจกเงินคนจน ให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รับจำนำข้าว ประกันราคาข้าวและพืชผลทางการเกษตร ฯลฯ และหากมองการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆในขณะนี้ก็ล้วนแล้วแต่ ลด แลกแจกแถม ประชานิยม อันจะเป็นภาระทางการเงินของประเทศในอนาคตด้วยกันทั้งสิ้น
การพัฒนาขีดความสามารถของคนที่กล่าวถึง ไม่ได้หมายถึงเพียงการพัฒนาการศึกษาซึ่งก็ต้องทำเท่านั้น แต่หมายถึงการพัฒนาขีดความสามารถของคนแบบตรงจุด นั่นหมายความว่าพัฒนาคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมที่สำคัญๆของประเทศ ตัวอย่างเช่น แม้ประเทศเราจะเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวเป็นอันดับต้นๆของโลก แต่ผลผลิตต่อไร่หรือ yield ของการผลิตข้าวของเรากลับต่ำกว่าคู่แข่งที่สำคัญเช่น เวียตนาม และอินเดียมาก ทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวของเราสูงกว่าคู่แข่ง นั่นหมายถึงความเสียเปรียบในการแข่งขัน ไม่ใช่ความได้เปรียบในการแข่งขัน หรือ competitive advantage ที่จะทำให้เราเอาชนะคู่แข่งได้
ทำไมที่ผ่านมาและในปัจจุบัน ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่หาเสียงด้วยการสัญญาว่าจะทำให้ผลผลิตข้าวต่อไร่ของชาวนาสูงขึ้น เป้าหมายคือเป็นที่หนึ่งของโลก ด้วยการพัฒนาขีดความสามารถของชาวนา ด้วยการให้การอบรมให้ความรู้ ทั้งด้านพันธุ์ข้าว วิธีการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูง ให้ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ ให้คำแนะนำด้านเทคโนโลยี และให้เงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยเพื่อให้ชาวนาสามารถลงทุนซื้อเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆได้ การทำเช่นนี้ต้องจัดทีมผู้เชี่ยวชาญ ออกไปช่วยชาวนาทั่วประเทศ ไม่ใช่พึ่งแค่เกษตรอำเภอหรือเกษตรจังหวัดอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
นี่ไม่ใช่เป็นการขายฝัน แต่เป็นสิ่งที่ควรทำและต้องทำให้ได้ แต่ไม่มีพรรคการเมืองใดคิดจะทำเลยแม้แต่พรรคเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่า ระบบการเมืองของเรายังใช้ไม่ได้หรือคนของเรายังใช้ไม่ได้ หรือใช้ไม่ได้ทั้งระบบทั้งคน ใช่หรือไม่ว่า เรามักจะถามตัวเองก่อนเสมอว่า หากเลือกคนนี้หรือพรรคนี้แล้วเราจะได้อะไร พรรคการเมืองต่างๆจึงต้องหาเสียงด้วยการแจกของ แจกเงิน ขายฝัน สัญญาจะให้ผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆกับคนแต่ละกลุ่ม แทนที่จะวางรากฐานที่มั่นคงให้แก่ประเทศในระยะยาว
อยากบอกพรรคก้าวไกลว่า หากต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีจริง อย่าได้หมกมุ่นอยู่กับการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 และการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วหันมาสร้างและพัฒนาคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าที่ยังไร้ระเบียบวินัยให้มีระเบียบวินัย ให้รู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น ให้นึกเสมอว่าสิ่งที่ตัวเองกระทำจะไปกระทบหรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนหรือไม่อย่างไร และมุ่งพัฒนาคนแบบตรงจุดอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นดีกว่า แล้วพรรคก้าวไกลจะได้คะแนนเสียงจากคนรุ่นใหม่ที่ยังเคารพรักสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ ยังมีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ชอบพรรคก้าวไกลแต่ติดตรงทัศนคติของพรรคที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น
อย่าลืมว่า เป้าหมายของพรรคเพื่อไทยขณะนี้คือ 310 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร แล้วคะแนนเสียงที่ต้องการเพิ่มขึ้นจะไปแย่งมาจากที่ไหนนอกจาก จากฝ่ายเดียวกันเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิชาการ ชี้ สส.บัญชีรายชื่อ คละบ้านใหญ่-เทคโนแครต สะท้อนการเมืองเน้นนโยบาย
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รายชื่อ สส. ในบัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายมากขึ้น เหตุคละกันระหว่าง“บ้านใหญ่-นักธุรกิจ” กับ “เทคโนแครต-นักวิชาการ
ร้อง กกต. คัดค้านพรรคประชาชน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 ใช้เบอร์เดิม
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ นายอนันตเดช ธนวิภารัตน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข 12 เขตเลือกตั้งที่ 33 และนายธิติพัทธ์ นรวิทยโชติกุล ผู้สมัครหมายเลข 4 เขตเลื
‘ม้ามืดชานเมือง ของภูมิใจไทย อ.นัส เขต 17’
ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ทําการบ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการคัดสรรผู้สมัครที่มีคุณภาพมีความยึดโยงกับประชาชนและพื้นที่เลือกตั้ง
ครม.ไฟเขียวแนวปฏิบัติเลือกตั้ง สส. ควบประชามติ
ครม.อนุมัติแนวทางปฏิบัติในการเลือกตั้ง สส.-แนวทางปฏิบัติในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ
ไชยา เบอร์ 7 กล้าธรรม ชูผันน้ำโขง-เลย-ชีมูล ดัน สปก.เป็นโฉนด
“ไชยา” หมายเลข 7 เขต 2 จ. หนองบัวลำภู พรรคกล้าธรรม ประกาศนโยบายหาเสียง กับชาวหนองบัวลำภู ปัดฝุ่นระบบผันน้ำ "โครงการโขง เลย ชีมูล” แปลง สปก.เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรครุฑแดง ลั่น หนี้สินเกษตรและครู ต้องมีโครงสร้างสหกรณ์กลางมาจัดการ
‘ดร.เจษฏ์’ ปูด ‘ทุนเทา’ ทุ่มแสนล้านในการเลือกตั้ง ซื้อประเทศไทย
นายเจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ (รช.) กล่าวถึงสถานการณ์การแทรกแซงทางการเมืองของกลุ่มทุนสีเทา ว่า ล่าสุดมี

