18 มี.ค.2566 - นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า "เรื่องยุบสภาเละแล้ว" โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. จะขอลำดับการพูดจาเรื่องยุบสภา ให้ได้ทราบโดยทั่วกันว่าเรื่องนี้กำลังเละขนาดไหน
- ตอนแรกสุดในช่วงเอเปค ก็มีการพูดว่าการยุบสภาเป็นอำนาจของรัฐบาล จะยุบเสียเมื่อใดก็ได้
ก็มีการโต้แย้งว่า การยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ ใครที่พูดว่าจะยุบสภาเมื่อนั้นเมื่อนี่เป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจ ก็มีการถกเถียงกันในเชิงกฎหมาย ในที่สุดเสียงที่อ้างว่าเป็นอำนาจของรัฐบาลก็เงียบไป
- กกต.ได้กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 7พค. 66 หลังรัฐสภาหมดวาระในวันที่ 22มีค.66 ซึ่งเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยโดยทางองค์กรอิสระตามอำนาจหน้าที่ เป็นผลให้ผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งต้องเข้าสังกัดพรรคภายในวันที่ 7 ก.พ 66!!!!
-ครั้นวันที่ 28 ก.พ 66 ก็มีพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมรัฐสภาสมัยสุดท้าย และไม่มีปัญหาใดๆระหว่างรัฐบาลกับรัฐสภาที่จะใช้เป็นเหตุยุบสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 103
- นักการเมืองผู้มีอำนาจแถลงว่า"จะมีการยุบสภาเพื่อเปิดโอกาสให้ส.สได้ย้ายพรรค" ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่า เหตุที่จะยุบสภานั้นก็เพื่อให้ส.ส.ได้ย้ายพรรค เพื่อประโยชน์ของบางพรรคการเมืองซึ่งเป็นการไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรมและไม่เป็นเหตุยุบสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 103 ทำให้พรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมืองและประชาชนเสียหาย
- นักวิชาการกองเชียร์ แสดงความเห็น ว่า "การยุบสภาไม่ต้องแสดงเหตุผล" เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 103 ไม่ได้ระบุว่าต้องแสดงเหตุอะไร ก็มีการโต้แย้งว่า การยุบสภาทำตามใจชอบไม่ได้และจะยุบสภาเพื่อลบล้างอำนาจของกกต.ที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจอธิปไตยผ่านองค์กรอิสระนี้ไม่ได้!!!
- มีการแถลงเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมายังไม่ได้มีการพิจารณาหารือกันเรื่องยุบสภา ซึ่งเป็นการยอมรับว่าต้องเสนอคณะรัฐมนตรี มิฉะนั้นจะต้องมีการพิจารณาหารือกันทำไม?
- โทรทัศน์บางช่องประกาศว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ยุบสภาแล้ว รอนายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ซึ่งเป็นวิธีการที่ชอบกล และน่าสังเกตว่าสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลไม่ได้เสนอข่าวนี้!!!!
-เมื่อวานนี้ก็มีการแถลงข่าว 2 เรื่อง เรื่องแรก แถลงว่าพระราชกฤษฎีกายุบสภาเป็นพระราชกฤษฎีกาพิเศษที่ ไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี คงลืมไปว่าก่อนหน้านี้ เคยแถลงว่ายังไม่ได้นำเข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรี อีกเรื่องหนึ่งก็มีการแถลงว่าจะมีการเสนอพระราชกฤษฎีกาและจะต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วย แสดงว่าข่าวเรื่องโปรดเกล้าพระราชกฤษฎีกาแล้ว แต่รอรับสนองพระบรมราชโองการเมื่อวันก่อนนั้นไม่จริง!!!
2. สาธุชนทั้งหลายพิจารณากันเอาเองเถิดว่าระบอบนิติรัฐที่ใช้กฎหมายเป็นหลักปกครองบ้านเมืองนั้นเละเทะหรือไม่ ขนาดไหนแล้ว!!!!
คิดกันบ้างไหมว่าพรรคหรือสมาชิกพรรคการเมืองที่เสียหาย อาจฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตได้ โดยกล่าวหาว่า "เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง เป็นการกระทำโดยไม่ชอบและทุจริต" ขอให้ศาลลงโทษทางอาญาสถานหนัก!!!!
ถ้าคำฟ้องกล่าวหาเช่นนี้ ศาลก็ต้องส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสียก่อนว่า "การยุบสภาโดยไม่มีการพิจารณาในคณะรัฐมนตรีและไม่มีเหตุตามรัฐธรรมนูญมาตรา 103 แต่เป็นการยุบสภาเพื่อลบล้าง อำนาจของกกต.และ ขยายเวลา สมัครเข้าสังกัดพรรคการเมือง จาก 7 ก.พ 66 ไปจนถึงต้นเดือนเมษายน 66 นั้นขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่" ซึ่งใช้เวลาไม่นาน เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย
ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ ทางหนึ่ง กกต.ก็ต้องจัดการเลือกตั้งตามกำหนดเดิม โดยถือว่าไม่มีการยุบสภา "ผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งต้องสังกัดพรรค ณ.วันที่ 7 ก.พ 66 "
อีกทางหนึ่งศาลอาญาคดีทุจริตก็จะทำการไต่สวนและอาจประทับรับฟ้องแล้วพิจารณาพิพากษาคดี ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ใครที่ทำความผิดก็ต้องรับผิดชอบกันไปตามเวรกรรม
มีเรื่องสนุกๆให้ดูกันอีกมาก ก็คอยดูกันไปครับ!!!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.ไฟเขียวนักการเมือง ควักเงินช่วยน้ำท่วมไม่เกิน 3 แสน พรรคการเมืองให้ได้ 3 ล้าน
กกต.แจงหลักเกณฑ์ช่วยผู้ประสบภัยพิบัติ นายกรัฐมนตรี สส. และผู้ดำรงตำแหน่ง
'สมชัย' ดักทางปปช.ต้องไม่ไต่สวน 'สิทธิโชติ' แซงคิว 'ฐิติเชฏฐ์'
'สมชัย' ชี้กลุ่มสว.ร้อง 'สิทธิโชติ' ผ่านปปช.เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ต้องเข้าคิวต่อจากคำร้อง กกต.ท่านอื่น กรณีร้อง 'ฐิติเชฏฐ์' ตู้แช่ไวน์-นำเงิน3แสนให้ผู้ว่าฯสตง. จึงไม่ควรเร็วกว่า หรือ แซงขึ้นมาพิจารณาก่อน ไม่ต้องตื่นเต้นกับใครไปฟ้อง แต่ควรตื่นเต้นกับการดำเนินการของปปช.มากกว่า
พึ่งศาลรธน.รื้อคดีฮั้วสว. บี้‘กกต.’สังคายนาตัวเอง
กระหึ่ม! เวทีราชบัณฑิตยสภา กกต.เสียงข้างน้อยยืนยันฮั้ว สว.ผิดชัดเจนจาก "โพยสั่งการ"
'จรัญ' ชี้ช่องรื้อคดี 'ฮั้ว สว.' ต้องไปให้ถึงศาลรัฐธรรมนูญ
"จรัญ" ชี้ช่องใช้พยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ข้อมูลการเงิน ข้อความสื่อสารในไลน์ รื้อคดีฮั้วสว. ดันสู่ศาลรัฐธรรมนูญ มัดตัวการใหญ่ทั้งระบบ กางกฎหมาย 3 มาตรา ชี้ชัด กกต. จัดการเลือกตั้ง สว.ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม หวังศาลฎีกาใช้เครื่องจับเท็จเค้นสอบพยานกลับคำสู่พยานปรปักษ์
'วิชา' สับ 'ฮั้ว สว.' สุดเลวร้าย บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย กลายพันธุ์เป็น 'เผด็จการ'
"วิชา มหาคุณ" ออกโรงฉะกระบวนการ "ฮั้วทางการเมือง" ซัดเป็นพัฒนาการขั้นเลวร้าย เหตุกลุ่มทุน-พรรคการเมืองรวมหัวล็อกผลลัพธ์ ทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หวังรวบอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ ลั่นระบบไต่สวนไม่ต้องรอพิสูจน์จนสิ้นสงสัย
'วัส ติงสมิตร' ชี้ 6 ช่องทางเดินหน้าสู้มติ กกต. คดีฮั้ว สว.
นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงการใช้ดุลยพินิจของกกต. ในการวินิจฉัยกรณีฮั้วสว. ว่า ตนมีคำถามสำคัญคือ กกต. มีอำนาจ ในการใช้ดุลยพินิจแค่ไหน

