24 เม.ย.2566 - นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวว่า การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน แต่ปัจจุบันพบว่ามีประชาชน ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากคดีทุจริตจำนวนมาก ที่กลัวการแจ้งเบาะแส ไม่กล้าร้องเรียนมายังสำนักงาน ป.ป.ช. เพราะกลัวอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัว
เนื่องจากคดีทุจริตคอร์รัปชันส่วนใหญ่มักมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ผู้บริสุทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริต ประกอบด้วย ผู้กล่าวหา ผู้ทำคำร้อง ผู้เสียหาย ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลใดเกี่ยวกับการทุจริต รวมถึงคู่สมรส บุพการี หรือบุคคลในครอบครัวที่ใกล้ชิด ซึ่งกลุ่มบุคคลเหล่านี้สามารถร้องขอการคุ้มครองช่วยเหลือพยานได้
โดยยื่นคำร้องขอรับการคุ้มครองช่วยเหลือได้ 3 ช่องทาง คือ 1. ยื่นคำร้องด้วยตนเองที่สำนักงาน ป.ป.ช.ส่วนกลาง สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด 2. ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานอื่น ได้แก่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน อาทิ กระทรวงยุติธรรม หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น และ 3. กรณีเร่งด่วน หากผู้ร้องขอที่ไม่อาจมายื่นคำร้องได้ด้วยตนเองสามารถดำเนินการส่งเป็นหนังสือหรือจดหมาย ยื่นผ่านช่องทางโทรสาร หรืออีเมล หรือจะเป็นการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
และไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหน ผู้ขอคุ้มครองช่วยเหลือจำเป็นต้องเขียนคำร้องที่ระบุชื่อ สกุล และที่อยู่ของผู้ร้องขอ ตลอดจนใส่รายละเอียดพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ร้องขออาจไม่ได้รับความปลอดภัย ถูกกลั่นแกล้งในการปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นต้องลงลายมือชื่อ ระบุชื่ออย่างชัดเจน เมื่อเข้าสู่มาตรการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน ผู้ร้องขอรับการคุ้มครองจะได้รับสิทธิช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น สิทธิที่จะมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัย สิทธิที่จะได้รับค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ สิทธิที่จะได้รับค่าที่พักอาศัยเมื่ออยู่ในเซฟเฮาส์ สิทธิที่จะได้รับค่าอาหาร และสิทธิที่จะได้รับค่าทดแทนกรณีเกิดความเสียหายแก่ชีวิตร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน เพราะมีการกระทำผิดอาญาโดยเจตนา เนื่องจากการที่ได้ให้ถ้อยคำหรือแจ้งเบาะแสต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ซึ่งทั้งหมดนี้สำนักงาน ป.ป.ช.จะพิจารณาตามความเหมาะสมหรือพฤติการณ์ความไม่ปลอดภัยเป็นสำคัญ แต่ขอให้มั่นใจว่าผู้ที่ยื่นรับการคุ้มครองช่วยเหลือพยานจะได้รับความปลอดภัย รวมถึงในกรณีที่มีการแจ้งเบาะแสการทุจริตมายังสำนักงาน ป.ป.ช. ข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกปิดเป็นความลับ โดยผู้ที่พบเห็นการทุจริตสามารถแจ้งมาได้ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ทั่วประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เท้ง' นำทีม ปชน. เปิดกระบวนท่าโกง 'เกิด แก่ เจ็บ ตาย'
'ผู้นำฝ่ายค้าน' พบประชาชน จัดฟอรัม 'เกิด แก่ เจ็บ โกง' ชี้ทุจริตเกิดขึ้นทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่เกิดจนตาย เปิดกระบวนท่าคอร์รัปชัน ทุกปีงบรั่วไหล 3 แสนล้านบาท
'หมอยง' ชี้ 'ไม่โกง' ปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความซื่อสัตย์ ไม่คดโกงต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก
ระทึก! 'กสถ.' นักถก 15 ก.ค. ชี้ชะตา 'ขรก.ท้องถิ่น' เอี่ยวทุจริตสอบ ก่อนส่ง 'ก กลาง-จังหวัด' เพิกถอนบรรจุ
‘อรรษิษฐ์’ เผย กสถ.ประชุมชี้ชะตา ขรก.ท้องถิ่นเอี่ยวทุจริตสอบที่บรรจุแล้ว 15 ก.ค. นี้ ก่อนส่ง ‘ก กลาง-จังหวัด’ เพิกถอนบรรจุ มั่นใจสอบรอบนี้สร้างความกระจ่างให้ประชาชนได้
ตำรวจเดินหน้าสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขีดเส้นรายงานนายกฯภายใน 30 วัน
ผบ.ตร.เรียกประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น กำหนดกรอบการทำงาน 20 วัน ชี้คดีอาญาเป็นหน้าที่ ป.ป.ช. ดำเนินการ
ป.ป.ช. ชี้มูล 'เกรียง กัลป์ตินันท์' พร้อมเครือญาติกับพวก ทุจริตก่อสร้างถนน
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
ไต่สวนทุจริตสอบท้องถิ่น 6,014 คน มีชื่อ 2 อดีตอธิบดี สถ. ภรรยากรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาด้วย
เปิด 4 กลุ่มถูก ป.ป.ช. ตั้งกรรมการไต่สวนคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น พบมีมีจำนวนมากถึง 6,014 คน โดยในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีชื่อของ 2อดีตอธิบดีคือ 1.ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันที่ 29 ก.ค.-11 พ.ย. 2568

