เดือด! เหิมก้าวล่วง ร.9 ยก 3 เหตุการณ์สำคัญตอกหน้าแก๊งล้มเจ้า

‘อดีตรองอธิการ มธ.’ เดือด! แก๊งล้มเจ้าบังอาจก้าวล่วง ‘ร.9’ ยก 3 เหตุการณ์สำคัญ พระองค์เสียสละช่วยบ้านเมือง

6 ธ.ค. 2564 – รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่มีพลาด วันที่ 5 ธันวาคม สำนักข่าวเดิม ทั้งๆ ที่รู้ ยังคงโพสต์ลงว่า เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ลงถึง 2 โพสต์ ห่างกัน 1 ชั่วโมง ข้อความที่ลงยังคงแนบเนียน ไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะสม แต่ comments ที่ตามมา สำหรับผู้ที่จงรักภักดี หากเข้าไปอ่านแล้ว น่าจะรู้สึกเหมือนๆ กัน คือจิตตก อารมณ์เดือดปุดๆ อยากจะทำอะไรสักอย่างกับพวกนี้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรได้บ้าง

Comment ที่ชัดเจนว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากหัวขบวนของขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ คือประโยคที่หลายคนใช้ว่า “เซ็นรัฐประหาร”

ประหนึ่งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย เพื่อมีพระบรมราชานุญาตให้ทำรัฐประหารได้ กระนั้น

ความเห็นแบบนี้น่าจะเริ่มมาจากนักวิชาการบางคนที่กล่าวหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงอยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหารทุกครั้ง ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่นักวิชาการเหล่านั้น ล้วนอนุมานเอาเองทั้งสิ้น

ในขณะที่ นักวิชาการเหล่านี้ ทุกคนยึดหลักการว่า พระมหากษัตริย์ต้องอยู่เหนือการเมือง แต่กลับต้องการให้พระมหากษัตริย์ต่อต้าน ไม่ยอมรับการทำรัฐประหาร

เมื่อทหารทำรัฐประหาร หากทำไม่สำเร็จก็กลายเป็นกบฏ หากทำสำเร็จก็ต้องถือว่า คณะรัฐประหารได้ รัฏฐาธิปัตย์ หรือได้อำนาจสูงสุดของรัฐ จากนั้น คณะรัฐประหารก็จะเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าเสนอให้พระบาทพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิโธย โปรดเกล้าแต่งตั้ง คณะบุคคลที่จะปกครองประเทศชั่วคราว ธรรมนูญการปกครองฉบับขั่วคราว และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีตามลำดับ

อยากถามว่า เมื่อถึงเวลานั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีทางเลือกเป็นอื่นหรือ อีกประการ หากพระองค์ทรงขัดขวาง จะใช่เป็นการไม่อยู่เหนือการเมืองหรือไม่

ในอดีต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงลงมาเกี่ยวข้องกับการเมือง 3 ครั้ง ทุกครั้งล้วนเมื่อสถานการณ์มาถึงทางตัน ไม่มีทางออกใดๆ

ครั้งแรก หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นผลให้จอมพล ถนอม กิตติขจร และจอมพล ประภาส จารุเสถียรยอมออกนอกประเทศ และมีการตั้งรัฐบาล สัญญา ธรรมศักดิ์ ซึ่งเรียกกันว่า เป็นรัฐบาลพระราชทานขึ้น

ครั้งที่ 2 ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อโปรดเกล้าฯ ให้คู่ขัดแย้งคือ พลเอกสุจินดา คราประยูร กับ พลตรีจำลอง ศรีเมือง เข้าเฝ้า เป็นผลให้เหตุการณ์ที่กำลังจะรุนแรง ลุกลามใหญ่โต สงบลงได้อย่างอัศจรรย์

ครั้งที่ 3 เมื่อบ้านเมืองไม่มีทางออก ช่วงสมัยที่ 2 ของนายกฯทักษิณ ชินวัตร ซึ่งประกาศยุบสภา อันเป็นผลจากการชุมนุมประท้วงขับไล่ครั้งใหญ่ของประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศไม่ลงเลือกตั้ง การเลือกตั้งมีปัญหา มีการจ้างพรรคเล็กให้ส่งผู้สมัครลงในเขตที่มีผู้สมัครเพียงพรรคเดียว เพื่อหนีเกณฑ์ที่ต้องได้คะแนนขั้นต่ำ ครั้งนี้ พระองค์เพียงทรงแนะให้ฝ่ายตุลาการหาทางออกให้ประเทศเท่านั้น

ทั้ง 3 ครั้ง หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางเฉย ไม่เกี่ยวข้องด้วย บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร มองอีกมุมหนึ่ง ต้องยอมรับว่า พระองค์ทรงเสียสละเสียด้วยซ้ำ ที่ทรงลงมาเช่นนี้

พวกที่หลงเชื่อว่า พระมหากษัตริย์ต้องต่อต้านรัฐประหาร และยิ่งกว่านั้น หลงเชื่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหารทุกครั้ง อยากให้กลับมาพิจารณาใหม่ ด้วยเหตุด้วยผล และด้วยใจเป็นธรรม

พวกเราที่มีลูกมีหลานก็ควรให้เหตุผลที่ถูกต้องกับพวกเขา เพื่อเขาจะได้ไม่เข้าใจผิด เชื่อตามการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมเช่นนี้

ด้วยสำนึกในพระมหากุณาธิคุณ ตลอดไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ยันรู้ที่ต่ำที่สูง และรู้มากกว่าคนอื่น ยันทำทุกอย่างตามขั้นตอนหลังร่วมประชุมองคมนตรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ ตอบโจทย์ ทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศวุฒิสภา ตั้ง กมธ.พิทักษ์สถาบันฯ เพิ่ม-แทน 11 ตำแหน่ง

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศวุฒิสภา แต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริ

'นักวิชาการ' จับตาอาจมีผู้ที่มีขีดความสามารถสูงกว่า 'บีอาร์เอ็น' ไม่ต้องการให้เกิดความสงบ

'อ.หริรักษ์' สงสัย กลุ่มก่อการร้าย หากเป็น'บีอาร์เอ็น'เท่ากับเปิดศึกกับฝ่ายความมั่นคงไทยและไม่ต้องเจรจากันอย่างสันติ เผยวงในลึกๆบอกว่า เป็นคนที่ถูก recruit จากจังหวัดอื่น ได้รับการฝึกและวางแผนมาเป็นอย่างดี อาจมีใครที่มีขีดความสามารถสูงกว่า บีอาร์เอ็น มาเลเซีย และกองทัพไทย ไม่ต้องการให้เกิดความสงบก็ได้

'หริรักษ์' แนะจับตา 'อสส.' ยื่นอุธรณ์คดี 'ธนาธร' ผิดม.112 ปมวัคซีนพระราชทานหรือไม่ หลังศาลอาญายกฟ้อง  

จากนี้ไปภาระหนักจะไปตกอยู่ที่อัยการเจ้าของคดีและสำนักงานอัยการสูงสุด เพราะจะต้องตัดสินใจว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ แต่เมื่อดูจากข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว อัยการไม่ยื่นอุทธรณ์คงไม่ได้