
30 ส.ค.2569-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ระยะนี้พบหน้าคนคุ้นเคยมักจะได้คำถามว่า “ทำไมเงียบไป” ก็ตอบว่า พักนี้รู้สึกเบื่อๆโดยที่ไม่แน่ใจว่าเบื่ออะไร รู้แต่ว่ารู้สึกเบื่อๆ แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วงที่สุด ที่ไม่ใช่เรื่องกัมพูชาแต่เป็นเรื่องความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ ทำให้ต้องเลิกเบื่อแล้วเริ่มเขียนอีกครั้ง บางทีอาจเป็นประโยขน์ได้บ้างก็ได้
ที่ว่าเรื่องนี้น่าเป็นห่วง เพราะไม่ว่าจะใครอยู่เบื้องหลังความไม่สงบดังกล่าว จะเป็น BRN พวกค้ายาเสพติด พวกทำธุรกิจสินค้าหนีภาษี นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม หรือมีต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือทั้งหมดร่วมมือกัน เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22-24 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีตั้งแต่เผาเสาไฟฟ้า เสาสัญญานโทรศัพท์ ไปจนถึงระเบิด และเผาอาคารเทศบาลเมืองตะลุบัน อำเภอสายบุรี และเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาแระ จังหวัดปัตตานี ทั้งยังเผาร้านสะดวกซื้อที่อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี รวมทุกเหตุการณ์ทั้งใหญ่ทั้งเล็กร่วม 100 จุด เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ทำให้เชื่อได้ว่า ระบบการป้องกันและระงับเหตุใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใตั เป็นระบบที่ล้มเหลวอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะนอกจากจะไม่สามารถป้องกันระงับเหตุได้แม้แต่จุดเดียวแล้ว มาจนบัดนี้ก็ยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวและจับตัวคนร้ายได้เลยแม้แต่รายเดียว นี่คือเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างแท้จริง
เมื่อไม่นานมานี้ ที่มีการยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ตันหยงมัส จังหวัดนราธิวาส ก็ยังไม่เห็นข่าวว่า ที่ออกหมายจับและมีปฏิบัติการไล่ล่า ปัจจุบันได้ตัวคนร้ายมาบ้างหรือไม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องดูแลปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ น่าจะมีหลายหน่วยงานด้วยกัน มี สภาความมั่นคงแห่งชาติ กอ.รมน.ศอ.บต. กองทัพบก กองทัพภาคที่ 4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งสภาความมั่นคงแห่งขาติ กอ.รมน. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน
ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมาก เป็นเรื่องความบกพร่องของการข่าว กอ.รมน.ก็ได้แต่อธิบายว่า รู้ข่าวเหมือนกันว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้น แต่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ดูเหมือนจะพยายามบอกว่า ไม่สามารถจะคอยเฝ้าระวังได้ตลอดเวลา เพราะผู้ก่อการจะเลือกปฏิบัติการเมื่อเราไม่ระวัง และยอมรับว่า ยังไม่สามารถหาข่าวจากคนในท่องถิ่นได้ เนื่องจากทุกคนเกรงว่า หากให้ข่าวแล้ว รัฐจะไม่สามารถดูแลให้ความปลอดภัยได้
นี่เป็นคำอธิบายที่ฟังไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เมื่อพิจารณาความจริงที่ว่า นับแต่วันถูกปล้นปืนครั้งใหญ่ ผ่านมากว่า 20 ปี ใช้งบประมาณไปกว่า 5 แสนล้าน ผลลัพธ์ที่ได้มีเพียงเท่านี้ เหมือนกับว่า ทรัพยากรเวลา สมอง แรงงาน เงิน ที่ใช้ไปทั้งหมด เป็นความสูญเปล่าทั้งสิ้น ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องล้วนมีหน่วยข่าว ทั้งกอ.รมน. ทั้งกองทัพบก ตำรวจสอบสวนกลาง ทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ ยังมีสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และศูนย์รักษาความปลอดภัย หรือ ศรภ. แต่การข่าวยังล้มเหลว หรือว่าต่างคนต่างหาข่าวแต่ไม่ได้บูรณาการเข้าด้วยกันก็ไม่ทราบ
คำแนะนำของ 5 ข้อของพรรคประชาชน เป็นคำแนะนำที่ใครๆก็พูดได้ แต่ในทางปฏิบัติจะทำอย่างไร พรรคประชาชนไม่ได้บอก แต่ย้ำว่า การเจรจาพูดคุยกันอย่างสันติและการรักษาความปลอดภัย ต้องทำไปพร้อมๆกัน ซึ่งในหลักการก็คงต้องเป็นเช่นนั้น แต่ในความเป็นจริง ยังมองไม่ออกว่าจะพูดคุยกันแล้วบรรลุข้อตกลงกันอย่างไร การพูดคุยกันอย่างเป็นทางการเริ่มตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กว่าสิบปีมาแล้ว ก็ยังไม่เห็นว่าได้บรรลุข้อตกลงอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน ฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาอย่างเปิดเผยว่าต้องการแบ่งแยกดินแดน เป็นรัฐอิสระ ปกครองตนเอง อีกฝ่ายยึดมั่นตามรัฐธรรมนูญว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ จึงยังมองไม่เห็นว่าจะบรรลุข้อตกลงที่ win win ได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการพูดคุยสันติภาพ แต่การปราบปรามก็ต้องทำต่อไป แต่จะปฏิบัติการรบในรูปแบบไม่ได้ เพราะเรากำลังต่อสู้ในสงครามกองโจรในเมือง(urban guerrilla warfare ) เราก็ควรต้องต่อสู้ด้วยวิธีแบบกองโจรเช่นกัน ได้มีโอกาสพูดคุยกับอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เคยปฏิบัติงานในหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพบก ท่านเล่าให้ฟังว่า ในยุคก่อนรัฐบาลไทยรักไทย ที่มีคุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนการปล้นปืนครั้งใหญ่ หน่วยข่าวลับของกองทัพบกสามารถระบุตัวได้เลยว่า ใครเป็นใคร กำลังจะทำอะไร ทำให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษสามารถปฏิบัติการระงับเหตุที่จะเกิดความรุนแรงได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นได้เป็นส่วนใหญ่ สมัยนั้นสถานการณ์ความรุนแรงเบาบางมากจนแทบจะไม่มีเลย
กลับมาดูสภาพความเป็นจริงของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนไทยมุสลิมในท้องถิ่นมีทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและต้องการแยกตัวเป็นรัฐอิสระ มีทั้งที่เป็นกลางจะเอาอย่างไรก็ได้ขอให้มีความสงบเป็นพอ และมีอยู่ไม่น้อยที่มีความไม่พอใจขบวนการแบ่งแยกดินแดน บางคนเห็นว่า เป็นต้นเหตุที่ทำลายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทำลายเศรษฐกิจ หลายคนถูกข่มเหง ถูกข่มขู่เรียกค่าคุ้มครองโดยตรง บางคนถูกฆ่าเพราะสงสัยว่าเป็นสายข่าวของทางการ
เราต้องหาคนกลุ่มข้างต้นให้พบ และทำให้เขาเป็นพวกเดียวกับเราให้ได้ คนกลุ่มนี้มีความสำคัญมาก หากได้รับการฝึกที่ดี ทั้งด้านการข่าว การใช้อาวุธต่างๆ ให้เครื่องมือที่ดีเกี่ยวกับการหาข่าว หากสามารถชวนคนกลุ่มนี้เป็นจำนวนมากพอ ให้ทำงานให้รัฐตั้งแต่แรก ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าจะจบไปแล้ว แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ รัฐบาลต้องใช้คนที่ “มือถึง” ไม่ใช่ใช้คนตามตำแหน่งที่ครองอยู่ ไม่ใช่ใช้คนที่เป็นพรรคพวกตัวเอง แต่ต้องเป็นคนมือถึงจริงๆ
หากรัฐบาลไม่สามารถจัดการปัญหาภาคใต้ให้สงบลงได้ มีความเป็นไปได้สูงว่า อีกไม่นาน จังหวัดปัตตานีหรือมากกว่านั้น ด้วยการการแทรกแซงจากต่างประเทศ อาจกลายเป็นเขตปกครองพิเศษเช่นเดียวกับ อาเจะห์ อินโดนีเซีย หรือหากมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเป็นไปอย่างที่พรรคการเมืองบางพรรคอยากได้ ก็อาจกลายเป็นรัฐอิสระปกครองตนเองจริงๆก็ได้
นี่เป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.สัญจรสงขลา เฉี่ยวชายแดนใต้ 'อนุทิน' ชี้ชนวนตอบโต้รัฐบังคับใช้กม.เต็มที่
นายกฯ ชี้ ชนวนป่วนชายแดนใต้ไม่หยุด เหตุรัฐเข้มบังคับใช้กฎหมาย อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กำชับ จนท.ทำงานอย่างเข้มข้น แจง ไม่ไป 3 จว. ต้องการให้ดูแลประชาชนก่อน “ผบ.ตร.” เผย ตำรวจตั้งด่าน-สอบสวน
ยุทธวิธี ดับไฟใต้ เตรียมรับมือกลุ่มสุดโต่ง
จากสถานการณ์การก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส เมื่อช่วงวันที่ 22-23 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการก่อเหตุกันหลายสิบจุด ทำให้สถานการณ์ไฟใต้กลับมาปะทุอีกครั้ง
'น้ำเงิน'งัดกม.-'ส้ม'ปั่นการเมือง ปลายทาง'ฮั้วสว.'จบแบบไหน?
สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังดำเนินไปภายใต้ฉากทัศน์ของสงครามตัวแทนระหว่างสองขั้วอำนาจ ที่มีแนวทางการขับเคลื่อนและยุทธวิธีในการต่อสู้ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ป่วนปัตตานี! คนร้ายไล่พนักงาน-ประชาชนในศูนย์การค้า ก่อนวางระเบิดหน้าทางเข้า
กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานเกิดเหตุวางระเบิดบริเวณ Global House แยกบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบและดำเนินการในพื้นที่
ป่วนปัตตานี! เผายาง ทำลายกล้องวงจรปิดหลายจุด อ.ยะรัง-มายอ
เกิดเหตุป่วนในพื้นที่ จ.ปัตตานี มีรายงานการเผายางรถยนต์ และเผาทำลายกล้องวงจรปิด หลายจุดในพื้นที่ อ.ยะรัง เบื้องต้นพบเหตุบริเวณหมู่ 4 บ้านจือลาแป ริมถนนคลองชลประทาน และจุดที่ 2 บริเวณบ้านบางโงกาบู ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง
'สุรเดช' คาใจป่วนใต้ 51 จุด กล้องจับคนร้ายไม่ได้ จี้ถามรัฐบูรณาการจริงแค่ไหน
“สุรเดช” ตั้งข้อสังเกตเหตุป่วนชายแดนใต้ 51 จุด เหตุใดกล้องวงจรปิดจับภาพคนก่อเหตุไม่ได้ ถามงบลงไปมากแต่ระบบพร้อมใช้แค่ไหน เสนอให้รางวัลประช

