‘บก.ลายจุด’ นำม็อบลุยฝน ซัด ‘สว.’ ขวางพิธา ปลุกมวลชนถึงเวลาจัดการแล้ว

ม็อบพร้อมลุยฝนทำกิจกรรมแปรอักษรถึง สว. แยกอโศกมนตรี  ‘บก.ลายจุด’ ชี้ สว.คือผลไม้พิษ โหวตไม่เห็นชอบนายกฯพิธา ขัดรัฐธรรมนูญ ปลุกระดมถึงเวลาจัดการ สว.แล้วร่างรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน

23 ก.ค.2566-ที่แยกอโศก เวลา 17.30 น. นายสมบัติ บุญงามองค์ บก.ลายจุด ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีหลังจากฝนเริ่มหยุดตก โดยนายสมบัติได้สวมเสื้อกันฝนขึ้นปราศรัยกับมวลชน ตอนหนึ่งระบุถึงประเด็น สว.ที่ไม่ยกมือให้นาพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขึ้นสู่เก้าอี้นายกฯคนที่ 30 ว่า สว.ชุดนี้เกิดจาก คสช.ทำคลอด สว.ชุดนี้เป็นลูกติดท้อง คสช. ที่พ่อแม่เสียชีวิตไปแล้วจากการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 62 แต่ลูกของ คสช.ยังมีชีวิตอยู่  พฤติกรรมของ สว.ชุดนี้จึงไม่แตกต่างจากผู้เป็นบิดา เพราะ คสช.คือคณะที่ทำการยึดอำนาจจากประชาชน ทำกระบวนการเปลี่ยนถ่ายอยู่กันมา 9 ปี ต้นไม้พิษเมื่อออกผลก็จะเป็นผลไม้พิษ  สว.คือผลไม้พิษ

วันที่ 14 พ.ค. เขาบอกให้ประชาชนไปเลือกตั้ง เราไปด้วยความหวังจะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ที่อับแสงมาแล้ว 9 ปี เพื่อให้มีแสงสว่าง แต่ประเทศนี้มันอัปลักษณ์ผิดปกติ มีพวกเผด็จการยึดอำนาจของประชาชนไป ดังนั้นเราจึงไปเลือกตั้ง โดยมุ่งหมายว่าเราจะกลับสู่สังคมปกติ การเลือกตั้งได้เสียงท่วมท้น 8 พรรค รวมกันถึง 312 เสียง รัฐธรรมนูญ 60 โดยหลักการแล้ว นายกรัฐมนตรีมาจากสภาผู้แทนราษฎรเป็นคนโหวต ถ้าเสียงโหวตเกินกึ่งหนึ่งก็จะได้คนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญ  60 เป็นผลผลิตมาจาก คสช.มีการยัดไส้ในคำถามพ่วงท้าย คำถามพ่วงท้ายประชาชนเห็นชอบหรือไม่ที่จะ สว.ที่มาจากการแต่งตั้ง ร่วมกับ ส.ส.เลือกนายกฯ หรือไม่ แต่ในเวลานั้นคนที่มารณรงค์ ให้ความเห็นกลับถูกจับ ถูกดำเนินคดี ถูกขัดขวางทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ประชาชนรับรู้ข้อเท็จจริงว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญยัดไส้เผด็จการ  รัฐธรรมนูญให้อำนาจ สว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

แต่มีปัญหาทางเทคนิคและปัญหาทางกฎหมาย เนื่องจากว่าคำถามท่วงท้ายที่ให้ สว.มีสิทธิ์โหวตนายกฯมีอำนาจอยู่ 5 ปี สว. ฉบับนี้ได้ทำการโหวตครั้งที่ 1 ในการโหวตนายกฯปี 62 โดย สว. ได้อธิบายว่าที่ต้องโหวตให้พลเอกประยุทธ์  เพราะว่าตนเองไม่มีทางเลือกอื่น เพราะสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอชื่อบุคคลจากเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎร และพลเอกประยุทธ์ ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งดังนั้นจึงจำเป็นต้องโหวตทั้งหมด ผู้ที่ถูกเสมอซื่อจากสภาผู้แทนราษฎร คือพลเอกประยุทธ์ ซึ่งเขาได้อธิบายว่าต่อให้เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่พลเอกประยุทธ์ ถ้าถูกเสนอมาจากสภาผู้แทนราษฎรเขาก็จะทำการโหวตเช่นกัน แต่ทางกลับกันเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอชื่อบุคคลที่ถูกสรรหามาจากพรรคก้าวไกลขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ในทางกลับกันตรรกะที่ สว. มีไว้เมื่อปี 62 กลับแปรเปลี่ยนเป็นบอกว่า คนที่ถูกเสนอชื่อจากสภาผู้แทนราษฎรนั้น ไม่มีคุณสมบัติและมีการโหวตไม่เห็นชอบ

วันนี้ได้มีการคุยกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่เป็นนักกฎหมาย ได้มีการดีเบตประเด็นที่ว่า สว.มีสิทธิ์หรือไม่ในการที่จะโหวตไม่เห็นชอบ ประเด็นก็คือว่า สว. มีสิทธิ์เพียงเห็นชอบ ไม่มีสิทธิ์ไม่เห็นชอบ สว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไม่ได้มีการยึดโยงใดๆ จากประชาชนนอกจากคำถามพ่วงท้าย และในรัฐธรรมนูญมาตรา 3 บอกว่าประเทศนี้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ในโหมดดังกล่าวอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน เมื่อประชาชนไปโหวตแล้ว ได้ผู้แทนมาแล้วจาก ส.ส. สภาฯเสนอชื่อมาให้เลือก ปกติแล้วตามรัฐธรรมนูญมีเพียงส.ส.ได้เลือกเท่านั้น แต่คำถามท่วงท้ายทำให้เกิดบทเฉพาะการ การโหวตไม่เห็นชอบของ สว.นั้น เป็นการขาดหลักการประชาธิปไตย ประเด็นมันอยู่แค่นี้เอง คุณมีสิทธิ์เห็นชอบ แต่คุณไม่มีสิทธิ์ไม่เห็นชอบ เพราะการเห็นชอบนั้นเป็นการเห็นชอบมาจากประชาชนแล้ว การกระทำของ สว.ที่โหวตไม่เห็นชอบนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

พฤติกรรมบังอาจ สว.ไม่ได้มีความยึดโยงจากประชาชน แถมยังมีหน้ามาขัดขวางประชาชน แถมยังสถาปนาอำนาจใหม่ ประเทศไทยไม่มีอำนาจไหนเหนือกว่าอำนาจประชาชน ซึ่งมีการเขียนในรัฐธรรมนูญว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ดังนั้น สว.ไม่สามารถสถาปนาอำนาจใหม่ที่เหนือกว่าอำนาจประชาชนได้ ตนได้เรียกร้องหลายทีแล้วขอให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่มีคนบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นพวกเดียวกันกับพวก สว. ตนไม่รู้ว่าเป็นพวกเดียวกันหรือเปล่า แต่ถ้าพวกเขาตัดสินออกมาไม่ยึดถือหลักประชาธิปไตย เราจะได้เห็นศาลรัฐธรรมนูญแก้ผ้าทีละชิ้น จะได้เห็นว่าประเทศนี้ องค์กรที่เรานับถือ องค์กรที่เรายอมรับกินภาษีประชาชน เขายืนอยู่บนหลักการอะไร ขอบอกว่าลูกติดของคสช ไม่ได้มีเฉพาะ สว. มีมากกว่านั้น นี่เป็นจังหวะที่เราจะต้องเคลียร์ ต้องจัดการ ต้องล้างคนพวกนี้ออกไป แล้วแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชน

“ชั่วโมงนี้คนไทยกำลังสับสน สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งในสมาชิกวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร  ตอนนี้วุ่นวายไปหมดแล้ว รวมทั้งองค์กรอิสระอย่าง กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งเหล่านี้เกิดจากความผิดปกติ ความผิดปกตินี้ถ้าดำเนินการไปตามแนวทางที่เป็นอยู่ ณ.ปัจจุบัน นี้ มันจะบิดเบี้ยวและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ และจะไม่สามารถเข้าใจได้มีเพียงหนทางเดียว ที่รูปแบบการปกครองจะกลับเข้าสู่ความเป็นปกติ นั่นก็คือการคืนอำนาจรับฟังเคารพต่อการตัดสินใจของประชาชน มีการประดิษฐ์ขุดซากไอทีวีขึ้นมา ถามหน่อยใครเปิดไอทีวีได้ตอนนี้ เด็กสมัยใหม่ มันเกิดมาไม่เคยรู้จักไอ้ทีวีเลย มันโคตรวิปริต มีการแก้ไขรายงานประจำปีแล้ว กกต.ยังส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญบ้าจี้รับเรื่อง มีคนเปรียบเทียบว่าถ้าไอทีวีเป็นสื่อกรุงศรีอยุธยาก็คือเมืองหลวงของประเทศไทยแล้ว แต่ยังขุดมาเป็นเครื่องมือทำลายนายพิธา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่แกนนำอย่างนายสมบัติ  นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา นายมธัชพงศ์ แกดำ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ปราศรัยได้มีฝนกระหน่ำลงมาเป็นระยะๆ แต่มวลชนได้สวมเสื้อกันฝน กางร่ม กันฝน จากนั้นได้มีการทำกิจกรรมที่เป็นไฮไลน์ของงานงานคือแปรอักษร เป็นตัวอักษรส่งถึง สว.และ เจ้าหน้าที่ กกต.ที่อ้างว่าขัดขวางหลักประชาธิปไตยที่ทำให้นายพิธา ชวดเก้าอี้นายกฯคนที่ 30 ซึ่งนายสมบัติ ระบุว่าการแปรอักษรเป็นการส่งความคิดไปให้ สว.

จากนั้นนายสมบัติ ได้ประกาศหยุดกิจกรรมเวลา 19.15 น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาล'กลุ่มสีน้ำเงิน'เฟส 2 เป็นแค่นายกฯคุณหนูหรือรัฐบุรุษ?

การขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แทบไม่มีเวลาฮันนีมูน เพราะอยู่ในช่วงสงครามตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วโลก

'ณัฐพงษ์' เผยรู้ก่อนแล้วมีงูเห่าส้มโหวต 'อนุทิน' เชื่อมีเป้าหมายทำลายความเชื่อมั่นพรรค

"ณัฐพงษ์" เผยรู้ก่อนแล้วจะมีงูเห่าโหวต "อนุทิน" ยัน ม่เสียสมาธิ พร้อมดําเนินการภายในอย่างเต็มที่ ซัดคนซื้อทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเมือง ปัดตอบ ปฏิบัติการงูดูดงู สส.เป็นหนี้จากสู้ศึกเลือกตั้ง บอก เลขาติ่ง ยื่นลาออกนานแล้วแต่เบรคไว้ก่อน ขอช่วยอยู่ทำงาน ก่อนปรับทัพใหญ่ ปลายเม.ย.

สภาโหวต 'อนุทิน' นั่งนายกฯ คนที่ 32 สมัยที่ 2 คะแนน 293 เสียง

ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159

'อรรถกร' กลัวประเทศได้นายกฯ ขี้ลืม วันนี้ลืมเพื่อนชื่อธรรมนัสไม่ว่า แต่ขออย่าลืมความเดือดร้อนประชาชน

"อรรถกร" กลัวประเทศไทยจะได้นายกฯที่ทำงานเยอะจนมีภาวะขี้ลืม ลืมพี่ ลืมน้อง ลืมเพื่อน แม้กูรูทุกสำนักจะบอกว่าไม่น่าพลิกขั้ว แต่สุดท้ายนายกฯอนุทินก็ลืมเพื่อนที่ชื่อว่าผู้กองธรรมนัส แต่ขออย่าลืมความเดือดร้อนประชาชน ทวงคําสัญญาที่เคยบอกจะทําให้รวย หวัง ใจกว้าง ให้เวลาสภาฯ

'อนุทิน' บอกประชาชนไม่ต้องกังวล แห่เติมน้ำมันเยอะ เป็นปัญหาต้องจัดการให้เดือดร้อนน้อยที่สุด เชื่อไม่มีใครกักตุน

“อนุทิน” เข้าทำเนียบฯตอนค่ำ เคลียร์งานช่วงไปปฏิบัติภารกิจประเทศลาว ย้ำไม่ต้องกังวลอะไรปมน้ำมัน รบ.จะทำเต็มที่ ขออย่าเพิ่งคิดว่าใคร หลัง “พิพัฒน์” เตรียมจับโกหกคนกักตุนในที่ประชุมพรุ่งนี้ เผย เดินทางไปสภา 9 โมง ร่วมประชุมโหวตนายกฯ