ด้อมส้มพาล! บุกพรรคเพื่อไทย จุดไฟเผาหุ่น ไม่พอใจเขี่ยก้าวไกลทิ้ง

2 ส.ค.2566 - เวลา 14.30 น. คาร์ม็อบขันหมาก กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดกิจกรรมแห่มาลัยวิวาห์ยื่นรายชื่อประชาชน คล้องใจ 8 พรรคการเมืองร่วมจับมือแน่น สามัคคี ไม่แตกขั้ว-ข้ามขั้ว จน ส.ว. หมดราวะ โดยให้พรรคเพื่อไทยและก้าวไกลจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล เดินทางมาถึงหน้าพรรคเพื่อไทยถนนเพชรบุรี

เมื่อคาร์ม็อบเดินทางมาถึงบริเวณหน้าพรรคเพื่อไทยนายธัชพงษ์ ได้นำโห่ขบวนขันหมากให้พรรคเพื่อไทยและก้าวไกลแต่งงานกัน โดยมีการเตรียมต้นกล้วยต้นอ้อยอุปกรณ์ขันหมากเงิน ขันหมากทอง โดยมีรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล ลงมารับขันหมาก จากนั้นได้มีการจัดกิจกรรมแต่งงานของทั้ง 2 พรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่กลุ่มมวลชนทราบว่าพรรคเพื่อไทยได้ถีบพรรคก้าวไกลออกจากการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้กลุ่มด้อมส้มไม่พอใจ นำหุ่นฟางมาวางไว้บริเวณหน้าพรรคเพื่อไทยก่อนจะราดน้ำมันจุดไฟเผา ทำให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายและกลุ่มมวลชนส่วนหนึ่งพยายามที่จะบุกเข้าไปภายในอาคาร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรียบร้อยโรงเรียนสีน้ำเงิน! 'ธรรมนัส' บอกอยู่ที่ภูมิใจไทยจัดสรรเก้าอี้เกษตร ไม่มีผูกขาด ไม่ต่อรอง

"ธรรมนัส" แจงยังไม่ได้คุยรายละเอียดการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย เหตุ ต้องรอ กกต.รับรองก่อน ชี้ น่าเป็นห่วง หลังมีคนร้องเรียนความไม่โปร่งใสหลายประเด็น ยันไม่มีการผูกขาดกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง

'อนุทิน' บอกไม่จริง กระแสข่าวเขี่ยกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าไม่ดึงพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลให้ไปเป็นฝ่ายค้าน ว่า ไม่จริง

'แก้วสรร' แนะ 'ติ่งส้ม' หยุดก่อกวน แล้วเอาเรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไปร้องศาลรธน. เดี๋ยวนี้!

นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เผยแพร่บทความในรูปแบบ ถาม-ตอบ เรื่อง "หยุดก่อกวน...เอาเรื่องบาร์โค๊ดขึ้นศาลรัฐธรรมนูญเดี๋ยวนี้!!!" มีเนื้อหาดังนี้

อย่าประมาทอารมณ์ ปชช.! 'จตุพร' เตือนปมร้อน 'บาร์โค้ดกกต.' ภท.จับมือพท. ตั้งรบ. เสี่ยงวิกฤตการเมือง

จับตา! วิกฤตการเมือง ถ้าอารมณ์ไม่พอใจ กกต.มาบรรจบกับวิกฤตสิ้นศรัทธา คาดการเคลื่อนไหวจะปะทุกระพือโหมชั่วพริบตา ซัด ภท.-พท. ยังไม่รู้สึกรู้สา เอาแต่ก้มหน้าตั้ง รบ.กะล่อน ผลิตคำลวงหลอกเหยียบหน้า ปชช.ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลไม่ง่าย เกมนี้ใหญ่กว่าความพอใจของกองเชียร์

193 เสียงของ พรรคภูมิใจไทย ทำให้พรรคเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสมอย่างชัดเจน แต่รัฐบาลผสมในสภา 500 เสียงไม่ใช่แค่การบวกตัวเลขให้ผ่านเกณฑ์ หากคือการออกแบบโครงสร้างอำนาจให้แกนนำยังเป็นแกนนำจริง ทั้งในวันตั้งรัฐบาลและวันที่สถานการณ์เปลี่ยน