จับตา! 'เศรษฐา' ท่ามกลางฝูงจระเข้ กล่าวหาหนักกว่า 'พิธา' หลายเท่า

4 ส.ค. 2566 – นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หลอกแดกแหกตาต้มตุ๋น จนสิงห์โทลงไปในบึงจระเข้

1.ทันทีที่ พท. ทิ้งก้าวไกลอยู่บนฝั่ง และก้าวขาลงบึงจระเข้ ทุกกระแสก็โถมถั่งเข้าถล่ม ท่ามกลางเสียงเพลง 18 ปีแห่งความหลัง ที่ดังย้อนกลับมา

จนถึงวันนี้ คุณเศรษฐา ทำท่าจะยืนไม่ติด เรื่องภาษีก็จะจุกอก แต่ยังมีอีกมากมาย ทุกโครงการ ทุกการเดินทางก็จะถูกยกขึ้นมา

กล่าวหา ยิ่งกว่าคุณพิธาหลายเท่า ยิ่งเวลาเลือกนายกฯ ขยายไปหลังวันที่ 16 สิงหาคม ก็น่าห่วงว่าคุณเศรษฐาในท่ามกลางฝูงจระเข้จะเป็นไฉน?

ถ้าผ่านด่านไม่ได้ คุณอุ๊งอิ๊งก็อาจต้องถอนตัวตาม คิวก็จะไปอยู่ที่ เสี่ยหนู ยอดนกรู้ก็จะถอนตัวบ้าง

ก็เข้าทางลุงป้อม #ก็บอกไว้แล้วไง

แต่ๆๆ เอ๊ะนั่นอะไรๆ เห็นเงาอะไรแวบๆ จะมีใครจ้องเตะขาลุงป้อมหรือ?

2.ระหว่างพักยกก่อนถึง 16 สิงหา ก็แหกตาก้าวไกลไปพลางก่อน เอาเรื่องผู้นำฝ่ายค้านมาหลอกแดกแหกตาให้รองประธานคนที่ 1 ลาออก อ้างว่าคุณพิธาจะไม่ได้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน

แต่แต้มนี้ก้าวไกลไม่มีทางเสียค่าโง่ ให้รองประธานคนที่ 1 ลาออกหรอก

ดีไม่ดีก็จะไม่สนเรื่องตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ปล่อยให้เป็นเรื่องประจานประชาธิปไตยปีศาจ ไปจนกว่าสภาจะล่ม

3.ระยะ 3 วันมานี้ “ขบวนการขับไล่ประชาชนให้เป็นพวกล้มเจ้า อ่อนระโหยโรยแรงเงียบกันกันไปเป็นอันมาก”

วันนี้ทราบและเข้าใจกันแล้วว่าการขับไล่ประชาชนให้เป็นพวกล้มเจ้า คือแผนการอุบาทว์ในการทำลายสถาบันอย่างแท้จริง

หลายภาคส่วนจึงต้องร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องผองไทยที่ถูกผลักไสให้เป็นพวกล้มเจ้าได้กลับมา”เป็นพสกนิกรที่มีความจงรักภักดีอย่างเต็มเปี่ยม

“ลมโบกหวนกลิ่นหอม หอมชวนเด็ดดอมคำหอมเจ้าเอย” !!!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ยศชนัน' โวยป้ายหาเสียงถูกทำลาย วอนเล่นการเมืองสร้างสรรค์ มั่นใจรักษาฐานเสียงชายแดน

‘ยศชนัน’ วอนเล่นการเมืองสร้างสรรค์ หลัง ’เพื่อไทย’ ถูกทำลายป้ายหาเสียงหลายเขต บอกไม่ถูกต้อง หลังถูกวิจารณ์เป็นพรรคตัวแปรอันดับ3 เหตุ ปชช. ยังไม่ตัดสิน มั่นใจ รักษาฐานเสียงจังหวัดชายแดนได้ เชื่อประชาชนเข้าใจ

'ภท.-ปชน.' แตกหักปม112 'พท.' ตัวแปรรอร่วมรัฐบาล

การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญ พรรคการเมืองต่างเร่งนำเสนอนโยบาย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และทีมรัฐมนตรี เพื่อขอโอกาสประชาชนเข้ามาบริหารประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า