'ดร.นิว'เสนอยกเลิกอำนาจของ ส.ว.-ส.ส. ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้นำของพรรคการเมืองที่ครองเก้าอี้ของ ส.ส. สูงสุดในสภาเป็นนายกฯ
10 ธ.ค.2564 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กว่า
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ ทวงคืนดุลอำนาจการปกครองของปวงชน
ไม่เพียงยกเลิกอำนาจของ ส.ว. ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ต้องยกเลิกอำนาจของ ส.ส. ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย
เพราะการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีของทั้ง ส.ส. และ ส.ว. เป็นการทำลายดุลอำนาจการปกครองของปวงชน ไม่ได้สอดคล้องกับธรรมเนียมปฏิบัติโดยทั่วไปของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่มีสหราชอาณาจักรเป็นต้นแบบ
อำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นอำนาจของประมุข ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติโดยทั่วไปของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งผู้นำของพรรคการเมืองที่ครองเก้าอี้ของ ส.ส. สูงสุดในสภาเป็นนายกรัฐมนตรีสำหรับกรณีที่ผลการเลือกตั้งเป็นเอกฉันท์ และมีกลไกพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งในการคัดเลือกและเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีสำหรับกรณีที่ผลการเลือกตั้งไม่เป็นเอกฉันท์ โดยจะไม่มีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด
การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีจึงเป็นกลวิธีหนึ่งของคณะราษฎร เพื่อรักษาอำนาจอธิปไตยของคนส่วนน้อยภายใต้คณะเผด็จการของคณะราษฎรไว้เสียเอง ตลอดจนสอดไส้ความเป็นสาธารณรัฐภายใต้ความเป็นราชอาณาจักร ซึ่งทำให้นายกรัฐมนตรีมีลักษณะเป็นประธานาธิบดีมากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันดุลอำนาจการปกครองอยู่ภายใต้นายทุนนักธุรกิจการเมืองทั้งหลายที่อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่ถือดุลอำนาจการปกครองของคนส่วนน้อยทั้งสิ้น ไม่ต่างจากคณะราษฎรในอดีต
การยกเลิกการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี แล้วให้ผู้ถือดุลอำนาจการปกครองของปวงชนอย่างพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งสอดคล้องกับธรรมเนียมปฏิบัติของต้นตำรับระบอบการปกครอง เฉกเช่น สหราชอาณาจักร จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประชาธิปไตย ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนอย่างแท้จริง ตลอดจนทำให้รัฐธรรมนูญและระบอบการปกครองปัจจุบันขับเคลื่อนไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น
ดังนั้น อำนาจในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีของทั้ง ส.ส. และ ส.ว. จึงเป็นการทำลายดุลอำนาจการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ถือดุลอำนาจการปกครองของปวงชน อีกทั้งยังขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติโดยทั่วไปของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ พ.ศ. 2475 จนถึงวินาทีนี้
#ยกเลิกการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีให้หมดไป
ดร.ศุภณัฐ
10 ธันวาคม พ.ศ. 2564
#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พรรคส้ม' อ้างถูกแฮ็กฐานข้อมูลสมาชิก แต่ไม่ไปแจ้งตำรวจ สงสัยกุเรื่องกลบเกลื่อนความผิด
สืบเนื่องจาก พรรคประชาชน ทำข้อมูลสมาชิกพรรคกว่า 8 หมื่นรายหลุดสู่สาธารณะ โดยโพสต์ข้อความแจ้งสมาชิกพรรคประชาชนถึงความพยายามของบุคคลภายนอกในการเข้าถึงฐานข้อมูลของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาต
ถาม 'พรรคส้ม' เหตุไม่ยอมร่วมรัฐบาลกับภท.ไม่ได้รับ 'ใบอนุญาตที่ 2' จาก 'ธนาธร' ใช่หรือไม่
ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า
'ดร.นิว' ขุดพฤติกรรม 'พรรคส้ม' ยกคำพระเตือนสติ 'คนที่ชอบพูดโกหก จะไม่พึงทำชั่วนั้นไม่มี'
'ดร.นิว' ขุดพฤติกรรม 'พรรคส้ม' โกหกบิดเบือนหลากหลายรูปแบบ ชอบแถ ไร้มาตรฐาน ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ยกคำพระเตือนสติ 'คนที่ชอบพูดโกหก จะไม่พึงทำชั่วนั้นไม่มี'
ชำแหละวาทกรรม 'ใบอนุญาตที่ 2 ในการจัดตั้งรัฐบาล' ของหมอผีทางการเมือง 'ธนาธร-ปิยบุตร'
'ดร.นิว' ตอก 'ธนาธร-ปิยบุตร' อ้างจะมี 'ใบอนุญาตที่ 2 ในการจัดตั้งรัฐบาล' สร้างวาทกรรมบิดเบือนมอมเมาประชาชน ดุจสร้างผีขึ้นมาหลอกประชาชน ย้อนเจ็บนี่อนาคตใหม่หรือไสยศาสตร์ทางการเมืองกันแน่
'ดร.นิว' ยกเหตุ 'บิ๊กตำรวจส้ม' ติดสินบนป.ป.ช. ข้องใจช่วยถ่วงไต่สวน 'โรม' ที่ป.ป.ช.หรือไม่
ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก เรื่อง บิ๊กตำรวจส้มช่วยถ่วงไต่สวนโรมที่ ป.ป.ช. ? มีเนื้อหาดังนี้
ความจริงที่อยู่เบื้องหลังสงครามไทย-กัมพูชา สงครามหมากล้อมระหว่างจีนและลุงแซม
ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก เรื่อง ความจริงที่อยู่เบื้องหลังสงครามไทย-กัมพูชา มีเนื้อหาดังนี้

