
15 ส.ค.2566- อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า Age Pension หรือที่เมืองไทยเรียกว่า”เบี้ยผู้สูงอายุ” นั้นในทุกประเทศที่เจริญแล้วทั่วโลก ต้องมีการ Tests ซึ่งก็คือ”การพิสูจน์ความจน” ก่อนที่จะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ
ถ้าไม่มีการการตรวจสอบคุณสมบัติผู้จะได้รับ”เบี้ยผู้สูงอายุ” ก็จะทำให้ผู้ที่มีรายได้สูงหรือมีทรัพย์สินมากอยู่แล้วได้รับ”เบี้ยผู้สูงอายุ” เหมือนคนที่ไม่มีรายได้และไม่มีทรัพย์สมบัติ
ไหนเรียกร้องความเท่าเทียม ตกลงคุณต้องการนำ”ภาษีกู”มาแบ่งจ่ายให้เศรษฐีได้รับเบี้ยผู้สูงอายุเหมือนคนจนหรือ? คุณต้องการแบบนั้นจริงหรือ?
ส.ส.วิโรจน์ พรรคก้าวไกล ออกมาโวยรัฐ “เอาหน้า” เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชน หรือสร้างความเกลียดชังของประชาชนต่อรัฐ หรือออกมาแสดงการถึงการด้อยความรู้ กันแน่ ?
ส.ส.วิโรจน์ ใช้คำว่า “การพิสูจน์ความจน คือการกลุ่มอนุรักษ์นิยมต้องแต่จะกดคนให้จนและพยายามตัดเบี้ยผู้สูงอายุ”
ผมจะช่วยเปิดกระโหลก เปิดกะลาให้ท่าน ส.ส.ผู้ทรงเกลียด
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีสวัสดิการแห่งรัฐดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก็กำหนดว่า ผู้ที่เกษียณอายุ ต้อง”การพิสูจน์ความจน” ก่อนจะมีสิทธิ์รับเบี้ยผู้สูงอายุ”
รายละเอียดสำหรับการ ”การพิสูจน์ความจน”ของออสเตรเลียนั้นเยอะมาก และต้องใช้เวลาอ่านทำความเข้าใจอย่างมากถึงจะเข้าใจได้ทั้งหมด ไม่ใช่เหมือนเมืองไทยที่ใครอายุ 60 ก็รับเบี้ยผู้สูงอายุทันทีถ้วนหน้า
เงินภาษีของประชาชนต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดมิใช่หรือ แล้วทำไมถึงยินดีที่จะจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุซึ่งเป็นเงิน”ภาษีกู”ให้กับเศรษฐี ซึ่งเขาไม่ได้เดือดร้อน
เบี้ยผู้สูงอายุเพียง 600 หรือ 3,000 (ตามนโยบายก้าวไกลที่ออกมาหาเสียงว่าจะให้คนแก่ตอนก่อนเลือกตั้ง จนคนแห่ไปกาให้ก้าวไกล ก่อนที่ก้าวไกลจะมาประกาศหลังเลือกตั้งว่ายังทำไม่ได้) ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุวัยเกษียณ แต่ไม่มีผลอะไรกับเศรษฐีเลย เอาเงินก้อนนี้ไว้จ่ายผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์หรือไม่มีรายได้ ไม่ดีกว่าหรือ เพราะผู้สูงอายุวัยเกษียณกำลังเพิ่มขึ้นทุกปี
ขอยกตัวอย่าง การพิสูจน์ความจน เพื่อรับเบี้ยผู้สูงอายุในออสเตรเลียเล็กน้อย (ความจริงรายละเอียดเยอะมาก) ได้แก่
ต้องมีรายได้ต่ำจริงหรือไม่มีรายได้เลย
ผู้สูงอายุวัยเกษียณบางท่านยังคงมีรายได้จากทรัพย์สินเช่น การขายทรัพย์สินต่างๆ (เช่น บ้าน) รายได้จากการเล่นหุ้น, เป็นหุ้นส่วนบริษัท หรือบางท่านยังทำงานอยู่แม้จะเลยวัยเกษียณแล้วก็ตาม
แรงงานที่ออสเตรเลียไม่ได้เกษียณที่อายุ 60 (รุ่นผมเกษียณด้วยอายุ 67)
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนไทยวัยเกิน 60 ที่ยังทำงมีรายได้สูงมากในออสเตรเลีย แอบกลับมารับ”เบี้ยผู้สูงอายุ”จากรัฐบาลไทยด้วย ได้ 2 ต่อ ทั้งที่รายได้สูงอยู่แล้ว คุณอยากได้แบบนี้ใช่มั้ย
หรือคนไทยวันเกษียณที่อยู่เมืองไทยก็ตาม แต่เขายังคงมีรายได้จากการทำงาน มีรายได้มหาศาลจากการขายทรัพย์สินต่างๆ (เช่น บ้าน) มีรายได้จากการเล่นหุ้น หรือเป็นหุ้นส่วนบริษัท แต่เขาได้รับ”เบี้ยผู้สูงอายุ” เท่ากับผู้สูงอายุคนอื่นๆ ที่มีรายได้น้อยหรือไม่มีเลย
คุณ ส.ส. คุณทนาย คุณอาจารย์นักวิชาการ คุณนักเรียกร้องสิทธิ์
พวกคุณเรียกสิ่งนี้ว่าความเท่าเทียมกันหรือ?
พวกคุณโจมตีว่า การพิสูจน์ความจนหรือกฎเกณฑ์ที่รัฐกำหนด เพื่อให้ได้คนที่สมควรได้รับความช่วยเหลือจากรัฐในเรื่อง “เบี้ยผู้สูงอายุ” ว่ารัฐกดขี่คนจน ผู้เฒ่าผู้แก่หรือ
ทั้งที่เป็นการใช้เงินจาก”ภาษี” ให้ตรงตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง รวมทั้งเป็นไปตามหลักสากลที่ทั่วโลกเขาทำกัน
เปิดกระโหลกออกจากนอกกะลา กันเสียที
อย่าฟังแต่เสียงโกหก เพื่อหาเสียงของนักการเมืองจอมบิดเบือนเสียทีพี่น้องไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดี๋ยวนะ! เอ็ดดี้ ข้องใจ 'เสก' เล่าสมัยเป็นผู้ต้องขัง 'อธิบดีราชทัณฑ์' พาไปร้องเพลงให้ 'ทักษิณ' ฟังตามคำขอ
อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ร้องเดี๋ยวนะ หลังเห็นข่าว เสก เล่าทักษิณบอกอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้เอาเสกมาร้องเพลงให้ฟังหน่อย ท่านอธิบดีก็จัดให้
'เอ็ดดี้' วิเคราะห์ชัด ทำไมคนยังจะเลือก 'ชัชชาติ' ทั้งที่ล้มเหลวในการบริหาร กทม.
ชัชชาติไม่ควรถูกประเมินจากความขยันหรือภาพลงพื้นที่ แต่ต้องประเมินจาก “เมืองดีขึ้นจริงหรือไม่” หลังได้เวลา 4 ปีเต็ม
‘เอ็ดดี้’ ไขข้อข้องใจ ‘ศุภจี’ หายไปไหน?
อัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์
เอ็ดดี้ เตือนมาเลย์แบนกุ้งไทย ข้อพิพาทสุขอนามัยอาหาร อาจกลายเป็นข้อพิพาทการค้าระหว่างปท.ได้
อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง มันไม่ใช่แค่ มาเลย์แบนกุ้งไทย
'เอ็ดดี้' กระตุกอย่าให้ฝ่ายการเมืองต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึด 'ประชาธิปไตย' ไปผูกขาดอยู่ฝ่ายเดียว
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อำนาจบริหารเป็นของคณะรัฐมนตรีก็จริง แต่พระมหากษัตริย์ยังทรงเป็นประมุขของรัฐ ไม่ใช่สัญลักษณ์ว่างเปล่า และถูกตัดขาดจากพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน
'เอ็ดดี้' ชี้ช่องเมื่อสวีเดนหันมามองไทย โอกาส 'ซอฟต์พาวเวอร์' ที่ต้องแปลงให้เป็นเศรษฐกิจจริง
การเสด็จฯ สวีเดนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงภาพงดงามในหน้าข่าว แต่เป็นคำถามต่อรัฐไทยและภาคเอกชนไทยว่า เมื่อโลกหันมามองเราแล้ว เราพร้อมหรือยังที่จะบอกโลกว่า ประเทศไทยมีอะไรมากกว่าที่เขาเคยรู้จัก

