'จาตุพร' ชี้ภาพ 'เศรษฐา' ไหว้นอบน้อมชม 'ประยุทธ์' สะท้อนส่งไม้ต่ออำนาจชัดเจน

'จตุพร' ฉะ 'เพื่อไทย-เศรษฐา' ด้านได้ ตระบัดสัตย์ขอเสียง สว.จากนักยึดอำนาจ ปี 57 หนุนเป็นนายกฯ เฉ่งทรยศ ลืมสัญญาหาเสียงเอา ปชช.เป็นเครื่องมือ ลั่นร่วมต่อสู้ ล้มตาย บาดเจ็บไปเพื่ออะไร เชื่อตั้งแต่ รปห.ถึงปัจจุบันคนพวกนี้พวกเดียวกัน ภาพนายกฯ ไหว้นอบน้อม ชม 'ประยุทธ์' ผู้ใหญ่น่าเคารพ สะท้อนส่งไม้ต่ออำนาจชัดเจน

25 ส.ค. 2566 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ไลฟ์เฟซบุ๊ครายการประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "ด้านได้!!" โดยระบุพฤติกรรมการเมืองของพรรคเพื่อไทย และนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ล้วนแสดงภาพลักษณ์ตระบัดสัตย์ตั้งรัฐบาลผสมข้ามขั้วกับพวกที่เคยต่อต้านอย่างรุนแรงในช่วงหาเสียง แต่เมื่อต้องการเป็นรัฐบาลจึงต้องด้านได้ ไม่ใยดีกับคำสัญญาประชาชน เพราะสิ่งสำคัญ คนพวกนี้เป็นพวกเดียวกันมาตั้งแต่การยึดอำนาจปี 2557 แล้วแยกบทบาทกันแสดงเท่านั้น

นายจตุพร กล่าวว่า การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่ผ่านมานั้น มาถึงทุกวันนี้ เห็นการตั้งรัฐบาลผสมข้ามขั้ว ย่อมเข้าใจได้ถ่องแท้ว่า บ้านเมืองไม่มีหลักอะไรเลย เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด แล้วที่ประชาชนร่วมต่อสู้ มีล้มตาย บาดเจ็บ และสูญสิ้นอิสรภาพ พวกเขาทำไปเพื่ออะไรกัน

อีกทั้งระบุว่า ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดเจน ว่า พวกยึดอำนาจกับพรรคการเมืองที่ถูกยึดอำนาจก็เป็นพวกเดียวกัน โดยข้อสรุปชัดเเจนได้ปรากฎขึ้นจากการตั้งรัฐบาล 11 พรรคผสมขั้ว อีกอย่างการส่งไม้ต่อให้นายเศรษฐา เป็นนายกฯ และไปไหว้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างนอบน้อมถึงทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับกล่าวชม พล.อ.ประยุทธ์ ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า “ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ”

"เมื่อเราวิเคราะห์การเมืองแบบต่ำทรามแล้ว ยังมาเจอเกมการเมืองที่ต่ำทรามที่สุดกว่าอีก นอกจากได้ตระบัดสัตย์ตั้งรัฐบาลข้ามขั้วแล้ว ลืมและทิ้งสัญญากับประชาชนว่า จะไม่ตั้งรัฐบาลกับพรรคของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะรับไม่ได้ที่ยึดอำนาจเพื่อไทย แต่แล้วกลับอาศัยเสียง สว.จากกลุ่ม พล.อ.ประยุทธ์ มาสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ดังนั้น เพื่อไทยและนายเศรษฐา จึงไม่มีอะไรสง่างามเลย”

นายจตุพร กล่าวว่า การเมืองเมื่อมาดูย้อนหลังจะมีรายละเอีดมากมายที่ช่วงนั้นถูกมองข้ามไป โดยในการต่อสู้ช่วงนั้นเราไม่ได้คิดอะไร คิดเพียงการต่อสู้ให้ได้รัฐบาลประธิปไตย แล้วตลอดเวลาตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ จึงเข้าใจว่า มันเป็นเรื่องเดียวกันหมด ท้ายสุดประชาชนกลายเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ไปสู่การบรรลุผลแต่ละสถานการณ์ ซึ่งระหว่างทางมีแต่รอยต่อการสมยอมกันเป็นระยะๆ ต่อเนื่อง

รวมทั้ง กล่าวถึงนายเศรษฐา เป็นนายกฯ ว่า ตนไม่รู้สึกเสียหน้าอย่างใดเลยกับการประเมินคลาดเคลื่อนในสถานการณ์พลิกเปลี่ยนอย่างรวดเร็วกับการเจรจาต่อรองเป็นรายชั่วโมงระหว่างผู้ยึดอำนาจปี 57 กับเพื่อไทย รวมทั้งการต่อรองของ 2 ลุง จนเกิดบาดหมางเชิงอารมณ์ต่อกัน แล้วนำมาสู่ สว.สาย พล.อ.ประยุทธ์ 152 เสียงเทหนุนให้นายเศรษฐา เป็นนายกฯ ก่อนการโหวตเมื่อ 22 ส.ค. ไม่กี่ชั่วโมง

“แต่สิ่งสำคัญนายเศรษฐา จะอยู่ถึงเดือนเมษา ปี 67 หรือไม่ เพื่อจะได้ทำนโยบายแจกเงินดิจิทัลหมื่นบาทให้ประชาชนอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งล่าสุดบอกว่า จะเริ่มเดือนเมษายน 2567 เนื่องจากธรรมชาติรัฐบาลผสมที่พรรคแกนนำไม่มีเสียงเด็ดขาด ย่อมจะไร้เสถียรภาพการนำ”

นายจตุพร กล่าวว่า การตั้งรัฐบาลผสมข้ามขั้วที่พรรคแกนนำไมได้เสียงข้างมากแบบเกินครึ่งของจำนวน สส. 500 เสียงนั้น โดยเพื่อไทยมี 141 เสียง แต่รวบรวมพรรคอื่นๆ มาตั้งรัฐบาล 11 พรรค ด้วยสภาพการณ์เช่นนี้ คงทำให้เกิดเสถียรภาพได้ยาก อีกอย่างการคิดนโยบายบริหารอาจต้องใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีมาเป็นแกนกลางทำงาน เพราะไม่สามารถนำนโยบายจากพรรคใดมาเป็นหลักการบริหารได้

"ขอแสดงความยินดีกับกองเชียร์เพื่อไทยที่ได้เป็นรัฐบาล แล้วได้นายกฯ ที่ (ไปทำเนียบพบ พล.อ.ประยุทธ์) ไหว้อย่างนอบน้อม จับมืออย่างสุขภาพ และชมคนยึดอำนาจเป็นคนดีอย่างน่ารัก ทั้งที่ตอนเลือกตั้งด่าเสียงดังอย่างฉิบหายไปหมด ภาพแบบนี้เป็นโลกของความจริงว่า เรากำลังได้รัฐบาลที่เป็นแบบด้านได้เข้าไปบริหารประเทศ”

อีกทั้ง กล่าวว่า การเป็นรัฐบาลผสม 11 พรรค แม้ไม่ตระบัดสัตย์ ก็อยากต่อการทำงานอยู่แล้ว เมื่อมาตระบัตดสัตย์ก็ยิ่งทำให้ยากลำบากไปกันอีก แล้วยังมีปัญหาจริยธรรมทางการเมืองของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดประเด็นไว้ล้วนเป็นปัญหาเข้าของนายกฯ ที่ชื่อเศรษฐา ทั้งสิ้้น

นายจตุพร กล่าวว่า แม้พรรคเพื่อไทยพยายามทำตัวเป็นตัวแทนของคนจน กล่าวอ้างเป็นพรรคประชาธิปไตย แต่ทุกเรื่องราวล้วนเป็นเรื่องอดีต ขณะที่ปัจจุบันทุกเรื่องกลับตรงข้ามกับอดีตทั้งสิ้น ซึ่งสามารถประจักษ์กันได้ดี เพราะสิ่งที่พูดในปัจจุบันเพื่อเอาไว้ต่อว่าคนอื่นเท่านั้น จึงเข้าทำนองว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มติกกต.คดีฮั้วสว.ซ้ำเติมวิกฤตศรัทธา จับตา 28 ก.ย. เติมเชื้อไฟให้ม็อบปชช.ลุกโชน

'จตุพร' ฟาด กกต.สะสมปัญหามากมาย ทำองค์กรเสมือนเลือกข้าง ลามการทำงานสิ้นความน่าเชื่อถือ เลือกตัดสินปัญหาทางใดย่อมก่อวิกฤตศรัทธา รอคดีขึ้นศาล จับตา 28 ก.ย.ศาล รธน.ตัดสินบาร์โคัดบัตรเลือกตั้ง จะเติมเชื้อไฟให้ม็อบ ปชช.ลุกโชนยิ่งขึ้น

'จตุพร' แนะล้มรัฐบาลหนู ต้องยุให้ กกต. ไม่ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. เรียกคนชุมนุมมากขึ้น

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ แต่ละฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่กันจนทำให้ช่วง 14 วันตั้งแต่ 14 ก.ย.-28 ก.ย. อยู่ในสภาวะปัญหามะรุมมะตุมจนชุลมุนวุ่นวายกันไปหมด

'จตุพร' เผยความเป็นพี่น้องกับ 'สนธิ' ยังบริบูรณ์ แต่หลักคิดไม่ผลีผลาม เพราะผลีผลามมาหลายเรื่องแล้ว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานร่าง

กันยาเดือด! 'สนธิ' นำม็อบลงถนน กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาลชี้คดีบาร์โค้ด

กันยาสะสมอารมณ์เดือด ปชช.เริ่มลงถนน 7 ก.ย. 'สนธิ' ไล่ทุนเทาทวงประเทศคืน หวั่น 14 ก.ย. กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาล รธน.ชี้ชะตาบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ภัยวายวอด

'จตุพร' ฟันธง ตั้งแต่ 14 ก.ย.การเมืองร้อนแรง จับตาม็อบลงถนนทวงคืนประเทศ จากจีนเทา-ยิว

'จตุพร' ลั่นโกงสอบยังไม่จบเรื่อง จี้รัฐบริหารอารมณ์ประชาชน ขยายผลลากขบวนการโกงมีกลไกรัฐคุ้มกันมาลงโทษ เร่งล้างบางการทุจริตรัฐ ออก กม.ลดอำนาจ กสถ. เชื่อตั้งแต่ 14-28 ก.ย.การเมืองร้อนแรง จับตาม็อบลงถนนทวงคืนประเทศ จากจีนเทา-ยิว

'จตุพร' เชื่อมติ กกต. เสี่ยงราดน้ำมันบนกองไฟ โหมคนไม่พอใจลงถนน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยประเมินสถานการณ์ว่า ในเดือนกันยายนนี้เริ่มประกาศขยับลงถนนชุมนุมใหญ่เพื่อกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดังนั้น ช่วงเวลารอยต่อ 14 วัน ตั้งแต่ 14-28 ก.ย.ยิ่งตึงเครียดร้อนแรงราวกับราดน้ำมันใส่กองไฟ