
1 ก.ย. 2566 – นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สุทิน คลังแสง จะเป็นรัฐมนตรีกลาโหมที่ไม่ทำให้ผิดหวัง
เมื่อเย็นวานนี้ ได้ไปกินข้าวกับ คุณสุทิน คลังแสง ว่าที่รัฐมนตรีกลาโหม ในฐานะที่เป็นพรรคพวกเก่าแก่กัน มีหลายเรื่องที่ฟังแล้วจะทำให้พี่น้องประชาชนและพี่น้องทหารสบายใจได้
1.ที่มีการสร้างกระแสว่าฝ่ายทหารไม่พอใจที่คุณสุทินจะเป็นรัฐมนตรีกลาโหมนั้นมีการตรวจสอบข่าวสารแล้วไม่มีมูลความจริงเลยแม้แต่น้อย เป็นการสร้างและปั่นกระแสอันเป็นธรรมดาทางการเมืองในปัจจุบัน
2.แม้มีข่าวว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหมและต้องพร้อมที่จะทำงาน แต่คุณสุทินยังไม่ปฏิบัติการใดๆ จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และได้เข้ารับหน้าที่เมื่อมีการถวายสัตย์แล้ว
3.พร้อมที่จะใช้กลไกการทำงานของรัฐมนตรีกลาโหมทั้ง 6 ประเภทคือ สำนักงานปลัดกลาโหม ฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีกลาโหมคณะทำงานรัฐมนตรีกลาโหม สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม ที่ปรึกษารัฐมนตรีกลาโหม และเลขานุการรัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งเป็นทั้งฝ่ายประจำและฝ่ายการเมืองพร้อมพรั่ง และสามารถทำงานร่วมกันได้กับทุกคนทุกฝ่าย เพราะคุณสุทินเป็นพลเรือน ไม่มีรุ่น จะเป็นยุคสมัยที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหมไม่มีพวกมึงพวกกูรุ่นมึงรุ่นกูอีกแล้ว ทุกคนจะทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของกองทัพเพื่อทหารและประชาชน
4.เตรียมแผนงานตรวจเยี่ยมทุกเหล่าทัพและทุกหน่วยทหาร โดยเฉพาะตามชายแดน ให้จัดทำบัญชีงานคั่งค้าง บัญชีงานที่เร่งด่วนต้องรีบแก้ไข และเตรียมการให้กำลังพลของทุกกองทัพ เตรียมช่วยเหลือประชาชนในการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งปีนี้รวมทั้งการดับไฟป่า
5.เตรียมการเดินทางเยือน 3 ประเทศมหาอำนาจ 9 ประเทศอาเซียน กระชับความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประเทศ และเตรียมเดินทางไปประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนที่อินโดนีเซียในเดือนหน้าด้วย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ต้องห่วง เพราะ กระทรวงกลาโหมมีหน่วยงานด้านต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพสูงมาก และ คุณสุทิน ก็สนใจเรื่องการต่างประเทศ มานานแล้ว ได้เตรียมการสรุปความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะ เรื่องยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก เรื่องระเบียบการโลกใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์สูงสุด และอยู่ร่วมกับชาวโลกได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี
6.หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว จะได้พูดถึงนโยบายต่างๆ ของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาล และอยู่ในบังคับของรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเตรียมความพร้อมด้านกำลังรบและอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่สำคัญ จะต้องทำความเข้าใจภารกิจและหน้าที่สำคัญ ของกระทรวงกลาโหม ต่อฝ่ายการเมืองต่อสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด
7.กระทรวงกลาโหม จะต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน อย่างรวดเร็ว ต้องไม่ให้มีความเข้าใจผิดต่อทหาร ต่อกองทัพ และภารกิจด้านความมั่นคงโดยเด็ดขาด จะมอบหมายให้สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เป็นแม่ข่าย รายงานข้อมูลข่าวสารของกระทรวงกลาโหม ของทุกเหล่าทัพ แต่จะไม่สนับสนุนการตั้งขบวนการ io ตามที่ เป็นข่าวและเกิดความเสียหายแก่ทหารอย่างมาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'บิ๊กดุลย์' การันตี! ไร้เงื่อนไขเปิดด่าน แลกส่งตัว 'ลุงโยชน์'
'รมว.กลาโหม' การันตี 'รัฐบาล-กองทัพ' ไร้เงื่อนไขแลกเปลี่ยนเปิดด่าน แลกส่งตัว 'ลุงโยชน์' กลับไทย ชี้เป็นความร่วมมือที่ดี ยกเครดิต 'มทภ. 2' ประสานงาน เชื่อหากบรรยากาศดี การเจรจาทวิภาคีทุกระดับคืบหน้า
'จักรภพ' เตือนวิกฤตชายแดนไทย–เขมร อย่าปล่อยอารมณ์นำประเทศ
'จักรภพ' เตือนวิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชา อย่าปล่อยอารมณ์นำประเทศ ชี้ทหารมีหน้าที่ทั้ง 'ปฏิบัติการรบ–รักษาสันติภาพ' แนะรัฐเร่งกำหนดเป้าหมายให้ชัด ก่อนกำลังพลคลางแคลงใจรบเพื่ออะไรแน่
'รมว.กลาโหม' หารือ 'ผบ.ทหารสูงสุดมาเลเซีย' กระชับร่วมมือกลาโหม-อาเซียน
พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ พลเอก Datuk Haji Malek Razak bin Sulaiman (ดาตุ๊ก ฮะจิ มาเล็ก ราซัค บิน สุไลมาน) ผู้
'บุ๋ม ปนัดดา' แจงดรามาเด็กเส้น เหตุเตรียมรับยศของ 'ก.กลาโหม'
ไม่ว่าจะหยิบจับหรือเคลื่อนไหวอะไร ก็โดนจับตามองไปทั้งหมด พอแก้หายใจก็กลายเป็นดรามาแล้ว สำหรับ ”บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี“ ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจกลางรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 ว่าบางทีก็แอบเซ็งกับบางดรามา รวมไปถึงขอแก้ข่าวเด็กเส้น หลังมีข่าวเตรียมเข้ารับยศของกระทรวงกลาโหม
สส.เพื่อไทยคึก! 'ชญาดา' รับ 'ทักษิณ' ออกจากเรือนจำ ลั่นนายกฯในดวงใจ
ชญาภา สินธุไพร สส.จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพบรรดาสส.พรรคเพื่อไทย รอรับทักษิณ
'พท.' ดันพรบ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว 'นิกร' ลั่นทุกพื้นที่ต้องปลอดภัย
พรรคเพื่อไทย ผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ‘นิกร โสมกลาง’ รมว.พม. ชี้ทุกพื้นที่ส่วนตัวต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ย้ำความรุนแรงไม่ใช่เรื่องในบ้าน แต่กระทบสังคมทั้งระบบ

