4 พ.ย.2566 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ประเทศมุสลิมส่งสัญญาณด้วยภาษาการทูตให้ไทยรีบแก้ปัญหาคนไทยในอิสราเอล ดังนั้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ควรตระหนักและเร่งรีบอพยพคนไทยประมาณ 3 หมื่นกลับประเทศ หากเพิกเฉย ถ้าสงครามทวีรุนแรงขยายพื้นที่ ไทยอาจถูกกล่าวหาว่า มีส่วนรู้เห็นกับอิสราเอลด้วย
นายจตุพร กล่าวกรณีนายปานปรีย์ มหิทธานุกร รมว.ต่างประเทศ ตกใจคำถามพื้นๆ ของ รมต.ต่างประเทศ จาก กาตาร์ อียิปต์ และอิหร่าน โดยถามถึงคนไทยไปทำอะไรที่อิสราเอล ว่า รมต.ต่างประเทศทั้ง 3 ประเทศสงสัย เพราะไม่เชื่อคนไทยไปรับจ้างทำอาชีพการเกษตร แต่คิดว่า เป็นนักธุรกิจไปเปิดบริษัททำธุรกิจการค้า ดังนั้น นายปานปรีย์จึงควรคิดให้มากกับคำถามที่มุ่งให้ไทยไปแก้ปัญหา
"ภาษาการทูตเป็นภาษาสวยงาม กับคำถามว่า คนไทยมาทำอะไรที่อิสราเอล แม้เป็นการถามที่พื้นฐานมาก แต่ความจริงกลับลึกที่สุด เพราะเป็นภาษาทางการทูตเพื่อให้ไทยไปแก้ไขปัญหา และด้วยคำถามเช่นนี้ ถ้า (โลกมุสลิม) เชื่อแล้ว เวลาที่เขาปฎิบัติทางการทหารจะไม่มองคนไทยเป็นเกษตรกรรับจ้าง"
นายจตุพร เชื่อว่า นายปานปรีย์ มาเป็น รมต.ต่างประเทศ อาจไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด จึงควรไปคุยกับฝ่ายความมั่นคงของไทยว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และด้วยคำถามของ 3 รมต.ต่างประเทศนั้น แสดงว่า โลกอาหรับถึงกันหมด และมีข้อมูลอื่นที่มากกว่าคนไทยไปรับจ้างเป็นแรงงานเกษตรกรรมรับจ้าง จึงคงไม่เชื่อคำตอบของ รมต.ต่างประเทศไทย ดังนั้น นายปานปรีย์ ต้องคุยกับนายเศรษฐา นายกฯ อย่างจริงจังในการอพยพคนไทยกลับโดยด่วน
อีกทั้ง กล่าวว่า สถานทูตทุกประเทศในไทย ล้วนมีหน่วยงานการข่าวทั้งสิ้น และรู้การเคลื่อนไหวภายในอย่างดี แล้ว 3 รมต.ต่างประเทศมุสลิมรู้ข้อมูลอะไรในไทย จึงถามด้วยคำถามพื้นฐานกับ รมว.ต่างประเทศไทย ว่า คนไทยมาทำอะไรที่อิสราเอล
"คำถามนี้แฝงไว้ด้วยรายละเอียดมากมาย และส่งสัญญาณให้ประเทศไทยแก้ไข เราพยายามอธิบายว่า เอาคนไทยออกมาให้เร็วที่สุดตั้งแต่ต้น เพราะมันไม่ใช่เรื่องปกติ ไม่ใช่การเก็บผลไม้หรือเกษตรกรแค่อย่างเดียว"
นายจตุพร กล่าวว่า คนไทยอยู่ในอิสราเอลจำนวนทางการมีประมาณ 3 หมื่นกว่า แต่ขณะนี้กลับไทยไม่ถึงหนึ่งในสาม หรือไม่เกินหมื่นคนนั้น โดยอ้างว่า เห็นแก่ค่าแรงมากกว่าการมีชีวิตรอดจริงหรือ? อีกอย่างการให้ถ้อยคำไอโอ (การโฆษณาชวนเชื่อ) กับคนไทยที่กลับมา เพราะมีหลายเรื่องที่ผิดปกติ
รวมทั้ง กล่าวว่า เรายืนข้างคนไทยอย่างแข็งแรงที่สุดและต้องการให้คนไทยทั้งที่อยู่ในอิสราเอล หรือถูกฮามาสควบคุมตัว หรือกลุ่มใดก็ตามจับตัวไว้ ได้รับความปลอดภัย แต่คนไทยในประเทศต้องได้รับความปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉนวนกาซา อาจจะเกี่ยวข้องกับคนไทยในเวลาต่อมาและจะกลายเป็นปัญหากับประเทศเรา
ไม่เพียงเท่านั้น ระบุว่า วันนี้ หลังจากได้รับคำถามนี้ สิ่งสำคัญที่สุด คือ รัฐบาลต้องทำ ต้องคิด และจะทำเป็นมึนต่อไปไม่ได้แล้ว แต่ควรรีบแก้ปัญหา ซึ่งนายกฯ เศรษฐา ต้องรู้ว่า ตนหมายถึงอะไร
"เมื่อเขาส่งสัญญาณ เป็นภาษาดอกไม้ ทั้งที่เนื้อหาและใจความไม่ใช่เลย เป็นการยื่นคำขาดให้ไปจัดการแก้ไขปัญหา ดังนั้น ผมพยายามเรียกร้องให้ นายปานปรีย์ ไปประจำการที่อิสราเอล เพื่อนำคนไทยกลับจนคนสุดท้าย แต่ยังไม่มี รมต.คนใดเดินทางไป ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่กว่า 2 หมื่นกว่าอยู่กัน ดังนั้น ต้องรีบจัดการก่อนสถานการณ์จะเลวร้าย"
นายจตุพร เชื่อว่า หากมุสลิมประกาศสงครามแล้ว ไทยจะเป็นประเทศหนึ่งที่ไม่ปลอดภัย จึงหวังว่า ความเข้าใจกับคำถามของ รมต.มุสลิมนั้นจะทำให้ไทยได้ตั้งหลัก แม้เป็นคำถามพื้นๆ แต่ความจริงแล้ว เป็นคำถามที่ลึกที่สุด ดังนั้น นายปานปรีย์ ต้องรีบพาคนไทยออกจากอิสราเอลอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้ไทยถูกกล่าวหาว่า มีส่วนรู้เห็นในสงครามด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย
สอบนอมินีพันล้าน! เปิดเบื้องหลัง 'ดีเอสไอ' ออกหมายเรียก 10 พยาน คุ้ยธุรกิจอิสราเอล
"ดีเอสไอ" ออกหมายเรียก 10 พยาน ลุยตรวจบัญชี-เส้นทางเงินเครือข่าย "ไมมอน เดวิด" ล่าเบื้องหลังนอมินีชลบุรีพันล้าน ยันยังไม่แจ้งข้อหาใคร พร้อมคุ้ย "ชาบัด เฮ้าส์" จ่อชงคดีพิเศษเพิ่ม
'แก้วสรร' ชำแหละคดีฮั้ว สว. ถามหา 'ช้างตัวจริง' โยงศึกการเมืองน้ำเงิน-ส้ม
“แก้วสรร” ออกบทความถาม-ตอบ “ช้างตัวจริง...ในคดีฮั้ว สว.” เทียบมุม กกต.เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ก่อน
'โจ มณฑานี' ประกาศแบก 'อนุทิน' เต็มตัว ลั่นใครไม่เลือก เจ้เลือก!
“โจ มณฑานี” ประกาศจุดยืนหนุนนายกฯ และรัฐบาลแบบเต็มกำลัง สวนเสียงเชียร์
🔴LIVE '..ไม่มี สัญญาณพิเศษ ล้มอนุทิน..!!' | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569
Fitch ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือไทยขึ้นเป็นระดับ’มีเสถียรภาพ’
Fitch เชื่อมั่นทิศทางนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ขึ้นเป็นระดับ “มีเสถียรภาพ ” และคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+

