2 ธ.ค.2566 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์แนวคิด Soft Power เล่นสงกรานต์ทั้งเดือนว่า "ประกาศออกมา คงนึกว่าจะ Wow กับความคิดอันบรรเจิดของนางสินะ ถึงมั่นหน้ามั่นโหนกประกาศมาเช่นนั้น
แต่ขอโทษนะ มันมีแต่ "แหวะ" ไม่มี Wow นะคะ
คนที่คิดอะไรได้เช่นนี้หรือ คือผู้นำประเทศไทย
กระเบื้องเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยถอยจมจริงๆหรือนี่
เวรกรรมของประเทศไทยจริงๆ
นักการเมืองที่นอมเป็นสมุนรับใช้ ประชาชนที่เลือกเขาเข้ามา สื่อมวลชนที่อวยไส้แตก นักวิชาการที่ขายวิญญาณให้ซาตาน จะรับผิดชอบยังไง
เราต้องรับกรรมกันไปอีกนานแค่ไหนคะ
เมิ่อไหร่จะหายโง่กันเสียทีนะ
เป็นเพราะความเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น"
"คิดเองหรือใครคิดให้ ถ้าคิดเองก็ถือว่าอับปัญญา ถ้ามีคนคิดให้ แล้วเชื่อตามที่เขาบอก ก็ถือว่าโง่ให้เขาหลอก
ปฏิกริยาของสังคมเป็นเช่นนี้แล้ว ควรจัดการกับคนแนะนำหน่อยนะ ที่ทำให้ได้ชื่ใหม่ว่า "อีสาด"
ไม่น่าเชื่อว่าคนเราจะคิดอะไรที่แย่ๆได้ขนาดนี้
วันหนึ่ง ถ้าเราได้คนมีสติปัญญาระดับนี้เป็นผู้นำของประเทศ การพัฒนาประเทศของเราจะเป็นเช่นไร ไม่เข้ารกเข้าพงหรือไร
อนิจจาประเทศไทย ผลลัพธ์ของคนโง่ในระยะยาวจะเป็นเช่นไร เวลาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง คิดอะไรกันนะ"
"เหลาเบะ เอะอะ soft power
เธอละเมอเพ้อพกเป็นเรื่องใหญ่
จะสาดน้ำเป็นเดือนเลอะเลือนไป
ได้ชื่อใหม่เป็น "อีสาด" อนาจใจ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขาจะเลือกตั้งอะไรกัน
มีคนจำนวนมากเห็นป้ายติดตามเสาไฟฟ้า มีลักษณะเป็นป้ายหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเห็นมีหมายเลขประกบกับรูปของคนที่สมัครลงรับเลือกตั้ง หลายคนเห็นก็พอจะรู้ว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ
พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา
คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา
ระบอบสีน้ำเงิน...อย่าฟังเพลินๆ...คิดให้ดี
ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”
รัฐบาลชู 'บุญบั้งไฟพนมไพร' ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ยกระดับวัฒนธรรมอีสาน
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมไทยในฐานะ “Soft Power”
วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี
สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)
เล่นการเมืองเพื่อใคร
ในสังคมประชาธิปไตย เมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็จะมีพรรคที่ชนะจัดตั้งรัฐบาล โดยรวมเสียงพรรคต่างๆ เข้าด้วยกันให้มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ในสภา และต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งมากพอสมควร

