
ก่อนถึงการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group) ในวันที่ 12-18 ตุลาคม 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวทีด้านเศรษฐกิจและการเงินระดับโลกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “โอลิมปิกทางการเงิน” ประเทศไทยไม่ได้เตรียมพร้อมเพียงในฐานะเจ้าภาพของการประชุมสำคัญเท่านั้น แต่ยังใช้โอกาสนี้นำเสนอพลังแห่ง Soft Power ของไทยให้ผู้แทนจากทั่วโลกได้สัมผัสอีกด้วย
ตลอดช่วงการประชุม ผู้แทนจากกว่า 191 ประเทศ จะได้รับนอกเหนือจากการหารือด้านเศรษฐกิจและการเงินระดับโลกแล้ว ประเทศไทยจะได้นำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยและพลัง Soft Power สู่สายตานานาชาติ ผ่านการคัดสรรผ้าทอและผ้าพื้นเมืองจากชุมชนทั่วประเทศ ตลอดจนอาหารและวัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตของคนไทยในมิติต่าง ๆ
ผืนผ้าไทยเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนความงดงามของภูมิปัญญาท้องถิ่น การประชุมครั้งนี้ได้คัดสรรผ้าทอและผ้าพื้นเมืองจาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน รวมทั้งสิ้น 37 ลวดลายอัตลักษณ์ทั่วไทย นำมาใช้ในการตกแต่งพื้นที่จัดประชุมและสื่อสารคุณค่าของงานหัตถศิลป์ไทยสู่สายตาผู้แทนจากทั่วโลก ที่มีทั้งผ้าบาติกเขียนมือลวดลาย บุปผาบรมราชินีนาถ จากจังหวัดปัตตานี ซึ่งผสานลวดลายดอกไม้ทรงโปรดของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เข้ากับศิลปะบาติกภาคใต้ได้อย่างวิจิตร
ผ้าลวดลาย เกาะยอดและแมงมุม จากผ้าทอไทลื้อ จังหวัดเชียงราย ที่สะท้อนความหมายของความเจริญก้าวหน้า ความสามัคคี และสายใยของชุมชน ตลอดจนผ้าขาวม้าลายช้างบ้านหาดเสี้ยว จังหวัดสุโขทัย ที่บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชนผ่านเทคนิคการทออันประณีต

ขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมประชุมจะได้สัมผัสอีกหนึ่งเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านอาหารและเครื่องดื่มที่รังสรรค์จากวัตถุดิบ GI จากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปลานิลบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โกโก้นครศรีธรรมราช วานิลลาและแมคคาเดเมียจากโครงการพัฒนาดอยตุง รวมถึงข้าวหอมมะลิพะเยาและข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ซึ่งล้วนสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทยและภูมิปัญญาด้านการเกษตรที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน
วัตถุดิบเหล่านี้จะถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยอย่างร่วมสมัย ทั้งเมนูข้าวยำหัวใจไทย ที่รวบรวมวัตถุดิบเด่นจากทุกภูมิภาค ปลานิลดรายเอจรนไฟ ซอสมิโซะเขาใหญ่ ที่ยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากล และข้าวเหนียวมะม่วง เมนู Soft Power ระดับตำนานที่คนทั่วโลกคุ้นเคย รวมถึงผลไม้ไทยตามฤดูกาลและเมนูอาหารว่างที่สอดแทรกเอกลักษณ์ของรสชาติไทยในทุกคำ โดยกว่า 70% ของวัตถุดิบที่ใช้ในงานเป็นผลผลิตจากชุมชนท้องถิ่นและเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ปี 2569 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นเวทีด้านเศรษฐกิจและการเงินระดับโลกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นโอลิมปิกทางการเงิน และมีเพียงไม่กี่ประเทศที่ได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ โดยประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้จัดการประชุมดังกล่าวเป็นครั้งที่สอง หลังจากเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วเมื่อปี 2534

เอกนิติ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยยังใช้เวทีนี้ในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายบนเวทีโลกครั้งนี้ รัฐบาลไทยได้นำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบายการคลังเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและรับมือกับความท้าทายในอนาคต ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1.การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและ AI เพื่อการเติบโตที่ทั่วถึงและยืดหยุ่น 2.การสร้างความยืดหยุ่นในโลกที่มีความแตกแยกและการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ 3.การสร้างสถาปัตยกรรมทางการเงินใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4.การรับมือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจแห่งการมีอายุยืน
“เราในฐานะเจ้าภาพการประชุม World Bank ปีนี้ ได้ใช้โอกาสนี้นำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยและพลัง Soft Power เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้แทนจากทั่วโลก ผ่านการจัดแสดงผ้าทอและผ้าพื้นเมืองจาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน รวม 37 ลวดลายอัตลักษณ์ ตลอดจนการนำเสนออาหารและเครื่องดื่มที่เป็นสินค้า GI ของไทย อาทิ ข้าวหอมมะลิไทยคุณภาพพรีเมียม วัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ตลอดจนมวยไทยและกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ เพื่อสะท้อนเสน่ห์ของไทยสู่สายตานานาชาติ” เอกนิติ กล่าว

ด้านวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หนึ่งใน 4 เสาหลักสำคัญคือ Digital and AI Transformation ซึ่งประเทศไทยได้นำเสนอความก้าวหน้าด้าน Digital Public Infrastructure (DPI) โดยเฉพาะระบบการเงินดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ปัจจุบันประเทศไทยมีบัญชีโมบายแบงก์กิ้งและบัญชีดิจิทัลกว่า 187 ล้านบัญชี ระบบพร้อมเพย์มีธุรกรรมประมาณ 27,000 ล้านรายการต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 56 ล้านล้านบาท ขณะที่ QR Payment มีมูลค่าธุรกรรมราว 6 ล้านล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเชื่อมโยงระบบ Cross-border QR Payment กับ 10 ประเทศ ช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมและเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้ว่าการแบงก์ชาติ กล่าวต่อว่า ในฐานะเจ้าภาพได้จัดทำกรอบนโยบาย Bangkok Blueprint ซึ่งเป็นผลลัพธ์ระดับโลกที่จะเกิดขึ้น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศไทย กับ The International Monetary Fund(IMF ) และ The World Bank Group ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเข็มทิศนโยบาย ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการแก้ปัญหาให้เหมาะกับบริบทของตนเอง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินยุคดิจิทัล

รอวียะ หะยียามา เจ้าของแบรนด์บาติก เดอ นารา จ.ปัตตานี เล่าว่า รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผ้าบาติกถือเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาและอัตลักษณ์สำคัญของภาคใต้ การได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการจากทั่วประเทศที่ได้มีส่วนร่วมในงานครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนองานหัตถศิลป์ท้องถิ่นสู่สายตาของผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
สำหรับลวดลายที่นำเสนอ คือ ลายบุปผาบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นลายพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยทางกลุ่มได้นำลวดลายดังกล่าวมาสร้างสรรค์เป็นผ้าบาติกเขียนมือ ก่อนนำเสนอให้คณะผู้จัดงานพิจารณาและได้รับการตอบรับให้นำไปใช้ในการตกแต่งพื้นที่จัดประชุม ลวดลายนี้ยังเป็นการน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านการถ่ายทอดความงดงามของงานศิลป์บนผืนผ้า

รอวียะ เล่าต่อว่า การที่ผลงานภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับการนำเสนอในเวทีสำคัญเช่นนี้ ถือเป็นการสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ผู้คนหันมาเห็นคุณค่าและความสำคัญของงานหัตถกรรมมากขึ้น พร้อมทั้งอยากส่งต่อมุมมองให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า งานฝีมือไม่ใช่เรื่องของคนรุ่นก่อนเท่านั้น แต่เป็นงานที่ยังมีคุณค่าและมีอนาคตในโลกยุคใหม่
เวที 2026 IMF-WBG Annual Meetings จึงเป็นมากกว่าการประชุมด้านเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก หากยังเป็นเวทีสำคัญที่ประเทศไทยจะได้ถ่ายทอดเสน่ห์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของชาติ ผ่านผืนผ้า อาหาร และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น เพื่อสร้างความประทับใจและส่งต่ออัตลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวโลกอย่างงดงามและยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ คิกออฟ 'สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง' พร้อมโชว์ขับรถแทรกเตอร์
'นายกฯอนุทิน' เปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ลดต้นทุนการผลิต วงเงินกู้เกษตรกรรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ย้ำรัฐมุ่งช่วยคนไทย ก่อนโชว์ขับรถแทรกเตอร์ไฟฟ้า
'อภิสิทธิ์' สับเละ! งบ 70 'หาเช้ากินค่ำ' ไร้อนาคต บี้ปฏิรูปภาษีก่อนหนี้ทะลุ 80%
'อภิสิทธิ์' สับรัฐบาลจัดงบ 70 แบบไร้อนาคต หาเช้ากินค่ำ มีเงินใช้แค่งบประจำ-ใช้หนี้ ต้องกู้ลงทุน อย่าหวังเพิ่มเบี้ยคนชรา-สวัสดิการ แนะปฏิรูปภาษีก่อนหนี้สาธารณะทะลุ 80%
'เอกนิติ' ชี้สัญญาณดี 'สหรัฐ-อิหร่าน' หยุดยิง ช่วยเศรษฐกิจฟื้น
'เอกนิติ' ชี้ 'สหรัฐ-อิหร่าน' บรรลุข้อตกลงหยุดยิงสัญญาณดี เชื่อจีดีพีเศรษฐกิจโลก-ไทยฟื้น แต่ไม่ประมาท ยันเปลี่ยนผ่านพลังงานยังจำเป็น ลุยใช้งบ 2 แสนล้าน

