
'นักวิชาการ' เผยกระแส Soft power เริ่มจางลง ชี้คือการใช้ Influencer มาโน้มน้าวให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมาย ประเทศไทย มี Influencers ไม่น้อย แต่ไม่ได้ถูกใช้ ยกตัวอย่าง เกาหลี คว้าเจ้ใฝ ทำการตลอดราเมน
20 ธ.ค.2566 - นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า
คนไทยต้องเรียนรู้เรื่อง Intellectual Property Rights
กระแส Soft power เริ่มจางลง เพราะมีการใช้และตีความถูกบ้างผิดบ้าง
Soft power ก็ คือ การใช้ Influencer มาโน้มน้าวให้มานิยม หรือ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือนโยบาย หรือ คุณค่า ความคิด ค่านิยม เพื่อบรรลุเป้าหมายบางประการที่ต้องการ เช่น ด้านการเมือง เศรษฐกิจ หรือด้านธุรกิจการตลาด
Influencer ที่มีพลังมากที่สุด คือ Entertainment industries คือ การใช้ดารา นักร้อง นางแบบ ภาพยนต์ วงดนตรี จะเรียกว่าสินค้าทางวัฒนธรรมก็ได้
ประเทศไทย มี Influencers ไม่น้อย แต่ไม่ได้ถูกใช้ หรือถูกคนชาติอื่นเอาไปใช้อย่างน่าเสียดาย เช่น น้ำจิ้มศรีราชา ผัดไทย ต้มยำกุ้ง มวยไทย บัวขาว เจ้ใฝ ลิซ่า ฯลฯ
คนไทยต้องเรียนรู้เรื่อง Intellectual Property Rights ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ด้านใหญ่ๆ อันได้แก่ 1.Patents สิทธิบัตร 2. Trademarks เครื่องหมายการค้า 3. Copyrights ลิขสิทธิ์ 4.Trade Secrets ความลับทางการค้า ( สูตรอาหาร ส่วนผสม สูตรยา กระบวนการผลิต ) ซึ่งแต่ละด้านล้วนมีความแตกต่างกัน คนไทยมักใช้ปะปนกัน และไม่เข้าใจความแตกต่าง
ในขณะเดียวกัน ก็มีบริษัทขนาดใหญ่ เช่น ค่ายเพลง หรือกิจการอื่นๆ ที่ใช้ความไม่รู้ของประชาชน นำเรื่องลิขสิทธิ์ หรือเครื่องหมายการค้า มาฟ้องร้อง กดดัน ข่มขู่ บีบเรียกค่าเสียหาย ทั้งๆที่ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ว่าได้มีพฤติกรรมการละเมิด ซึ่งผู้ฟ้องต้องเป็นผู้พิสูจน์ คือ ต้องมีการละเมิดที่มีนัยยะสำคัญ
ตัวอย่าง เช่น การละเมิดลิขสิทธิ์เพลง หรือก๊อปปี้ตำราเรียนต้องมีนัยยะสำคัญว่ามีการนำต้นฉบับไปผลิตซ้ำเพื่อขายเชิงพาณิชย์
ถ้าหากว่าซื้อต้นฉบับแท้มาเปิดในร้านอาหารให้ลูกค้าฟังโดยไม่ได้เรียกเก็บเงินค่าฟังจากลูกค้า ตามกฎหมายสากลไม่พิจารณาว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
ก๊อปปี้หนังสือก็เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการก๊อปมาอ้างอิงในวิทยานิพนธ์
ทรัพย์สินทางปัญญารวมทั้ง Digital Assets ( ทรัพย์สินทางดิจิทอล คือ สิ่งที่สร้างขึ้นบนออนไลน์ ที่สร้างมูลค่าขึ้นมา มีการแสดงตัวเป็นเจ้าของผลงาน หรือผู้รังสรรค์ผลงาน ( Digital Artist) สามารถค้นหาได้ทางออนไลน์ หรือเข้าไปดูได้ เช่น ผลงานที่นำเสนอหรือแสดงใน Tik Tok, Youtube เป็นต้น
ตัวอย่างของ Digital Assets
Photos
Documents
Videos
Books
Audio/Music
Animations
Illustrations
Manuscripts
Emails and email accounts
Logos
Metadata
Content
Social media accounts
Gaming accounts
การทำสัญญาระหว่างประเทศ และการจดสิทธิบัตรทั้ง 5 ด้านข้างต้น เพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของเราเองและของชาติ โดยอาจจำเป็นต้องใช้ทนายความผู้เชี่ยวชาญของอเมริกาหรืออียู
การไม่เรียนรู้และรู้ไม่เท่าทันทำให้ประเทศและเจ้าของตัวจริงสูญเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย เช่นกรณีแบรนด์ น้ำจิ้มศรีราชา (Hot sauce) กลายเป็นแบรนด์ระดับโลกรวมทั้งสีของน้ำจิ้มก็ยังถูกนำไปใช้ในการตลาด เช่นรถยนต์สี ศรีราชา
อันที่จริงชื่อ ศรีราชาสามารถจดเป็น GI หรือ Geographical Indication ได้ ซึ่งหมายถึง การใช้ชื่อนี้ น้ำจิ้มนี้ ต้องผลิตในอำเภอนี้เท่านั้น ( GI tells consumers that a product is produced in a certain place & has certain characteristics that are due to that place of production) เหมือนไวน์ Champaign ต้องผลิตในตำบลนี้เท่านั้น เป็นต้น
เกาหลี ผู้โปรโมทลิซ่า จนดังระดับโลก นั้นไว คว้าเจ้ใฝ เจ้ใฝ ไปทำการตลาดยี้ห้อราเมนของตนทันควัน ทันกระแสโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นักวิชาการ' ฟาด 'รถพุ่มพวง' สร้างภาพ ผลลัพท์ความเหลื่อมล้ำ แนะควบคุมการผูกขาดสินค้า
นายกมล กมลตระกูล นักวิชากาารอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า
มวยไทยสุดมันส์2ศึกที่ช่อง8 เสาร์9พ.ค.'มวยไทยSuper Champ' อาทิตย์10พ.ค.'มวยดีวิถีไทย'
สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 พร้อมชวนแฟนมวยสดชม 2 รายการมวยมันส์ ต้อนรับหน้าฝน ในวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม ในรายการ มวยไทย Super Champ เวลา 17.30 น. และ ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม กับรายการ มวยดีวิถีไทย เวลา 12.30 น. ที่จะชวนเหล่าแฟนมวยสนุกแบบลุ้นระทึกอัดแน่นกับเหล่านักมวยฝีมือดี
'นักวิชาการ' เจาะลึกกลุ่มทุนที่ได้ประโยชน์จาก 'แลนด์บริดจ์' เหตุต้องเร่งผลักดันหรือไม่
นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ทำไมแลนด์บริดจ์จึงได้รับการเร่งผลักดัน มีเนื้อหาดังนี้
นักวิชาการซัด พ.ร.บ.ราง คือการขายสมบัติของชาติ!
นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ

