'ดร.เสรี' ฟาดนายกฯรัวๆ เอาชั่วให้คนอื่น ติงพรรคร่วมขาดความกล้าหาญทางจริยธรรม ไม่ไหวจะแบก

2 ม.ค.2567- ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า สร้างวาทกรรม พูดเท็จอย่างหน้าด้านๆ ไม่รู้สึกอายเลยสักนิดว่าที่พูดออกมานั้น มันสวนกับความจริงเชิงประจักษ์อย่างชัดเจน
เป็นการพูดแบบเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น

เป็นการพูดแบบไม่ให้เกียรติคนที่ร่วมงานด้วย เป็นการด้อยค่าคนอื่น เหยียบย่ำคนอื่น เพราะคิดว่ามีอำนาจเหนือกว่า
คนที่ถูกด้อยค่าก็ช่างกระไร ไม่คิดจะทักท้วง หรือพูดจาขอร้องให้คนโกหกรู้จักที่จะให้เกียรติในฐานะคนที่ทำงานร่วมกัน

ขาดความกล้าหาญทางจริยธรรมเช่นนี้ มันคือการกอดเก้าอี้ ยึดติดกับตำแหน่ง จึงปล่อยให้คนโกหกย่ำยีเอาแบบนี้
ถ้าเป็นกันแบบนี้ ก็ขอบอกว่าแบกไม่ไหวแล้วนะ

ก่อนนี้ดร.เสรีได้โพสต์ตำหนินายกฯว่า ทำไมนายกฯ ยังคงใช้วาทกรรมด้อยค่าผลงานรัฐบาลลุงตู่แบบนี้ไม่เลิกสักที แกนนำเพื่อไทยเป็นแบบนี้หลายคนเลย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ชิ่งตอบแชตหลุด 'ช่วยน้ำเงินด้วย' แจง ดรามา 'รองผู้ว่าฯซีฟู๊ด' ไร้ปัญหา

อนุทิน ย้ำมอบนโยบายผู้ว่าฯทั่วประเทศไม่เดือด แจงรองผู้ว่าฯซีฟู๊ดไร้ปัญหา ปัดตองแชตหลุกช่วยน้ำเงินด้วย

พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา

คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา

นายกฯ เชื่อมธุรกิจไทย-เวียดนาม ดันความร่วมมือ 5 อุตฯศักยภาพสูง

นายกฯ นำทีมไทยแลนด์ เดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนไทย-เวียดนาม จัดประชุมใหญ่นักธุรกิจสองประเทศ จับมือสองฝ่ายเชื่อมโยง 5 อุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่ พลังงานสะอาด ดิจิทัล AI และเซมิคอนดักเตอร์ อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม

'ยศชนัน' มั่นใจไม่มีปัญหา ภูมิใจไทยกลับลำ เลิกหนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับเพื่อไทย

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พท. ว่า ทราบเรื่องแล้ว

วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี

สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)