
07 ก.พ.2567 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง การแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล โดยทำการสำรวจระหว่าง วันที่ 25-29 มกราคม 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่าง โดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของนิด้าโพลสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อผู้เสพยาเสพติด พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 38.09 ระบุว่า เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายที่ภัยต่อสังคม ควรถูกจับและลงโทษอย่างจริงจัง รองลงมา ร้อยละ 25.50 ระบุว่า เป็นผู้ป่วยที่ควรได้รับการบำบัดรักษา ร้อยละ 23.28 ระบุว่า เป็นผู้ป่วยที่ควรถูกจับเข้าสู่ระบบบำบัดรักษา ร้อยละ 12.67 ระบุว่า เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายที่ควรถูกจับและลงโทษ และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ด้านมาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนในขณะนี้ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 59.92 ระบุว่า การปราบปราม (จับกุมผู้ค้า/สกัดกั้นตามแนวชายแดน/ยึดทรัพย์สินผู้ค้ายาเสพติด) รองลงมา ร้อยละ 14.89 ระบุว่า การส่งเสริม (ให้หมู่บ้าน/ชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด) ร้อยละ 11.30 ระบุว่า การป้องกัน (การสร้างความตระหนักและป้องกันในกลุ่มเด็กและเยาวชน) ร้อยละ 6.18 ระบุว่า การบำบัดรักษา (บำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด/ติดตามดูแลช่วยเหลือ/ให้โอกาส) ร้อยละ 3.82 ระบุว่า การป้องปราม (ในสถานบันเทิง) ร้อยละ 3.51 ระบุว่า การบำบัดผู้ติดยาเสพติดที่มีอาการจิตเวช และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
สำหรับมาตรการที่ประชาชนควรมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติดมากที่สุด พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.28 ระบุว่าการป้องกัน (เอาใจใส่ดูแลเด็ก/เยาวชนในครอบครัว ในหมู่บ้าน/ชุมชน) รองลงมา ร้อยละ 33.28 ระบุว่า ปราบปรามยาเสพติด (แจ้งเบาะแส/ให้ข้อมูลข่าวสาร) ร้อยละ 11.45 ระบุว่า การบำบัดรักษา (นำผู้เสพ/ผู้ติดเข้ารับการบำบัดรักษา ช่วยติดตามดูแล ช่วยเหลือ ให้โอกาส) และร้อยละ 0.99 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อจำนวนผู้ใช้กัญชาและกระท่อมในทางที่ผิดเมื่อเปรียบเทียบกับ ก่อนการปลดกัญชาและกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 78.09 ระบุว่า การใช้กัญชาและกระท่อมในทางที่ผิด มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น รองลงมา ร้อยละ 13.97 ระบุว่า การใช้กัญชาและกระท่อมในทางที่ผิด มีจำนวนมากเหมือนเดิม ร้อยละ 3.82 ระบุว่า การใช้กัญชาและกระท่อมในทางที่ผิด มีจำนวนลดน้อยลง ร้อยละ 2.75 ระบุว่า การใช้กัญชาและกระท่อมในทางที่ผิด มีจำนวนน้อยเหมือนเดิม และร้อยละ 1.37 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความพึงพอใจในผลการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลในช่วง 3 เดือน ที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 38.02 ระบุว่า ไม่พึงพอใจเลย รองลงมา ร้อยละ 31.98 ระบุว่า ไม่ค่อยพึงพอใจ ร้อยละ 22.44 ระบุว่า ค่อนข้างพึงพอใจ ร้อยละ 6.64 ระบุว่า พึงพอใจมาก และร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชำแหละ! ศึกวิวาทะ 'โรม' VS 'ไอเดียร์' ใครได้เปรียบเสียเปรียบ
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ศึกวิวาทะสแกมเมอร์:ไอเดียร์ เสียเปรียบ โรม" ว่า
รัฐบาลขอเคลียร์! อย่าตีความคำเตือนนายกฯ ให้ทิ้งสัตว์เลี้ยง ชี้รีบอพยพก่อนน้ำท่วมสูง
'รองโฆษกรัฐบาล' แจงปมอพยพพร้อมสัตว์เลี้ยง ย้ำอย่าตีความคำเตือนนายกฯ ให้ทิ้งสัตว์ไว้ข้างหลัง ชี้สิ่งสำคัญคือพาทั้งคนและสัตว์ออกจากพื้นที่ก่อนน้ำสูงจนช่วยเหลือลำบาก
'วราวุธ' เด้งรับนโนบาย 'นายกฯ' เร่งช่วยเหลือฟื้นฟู ผู้ประกอบการอุตฯน้ำท่วม
เดินหน้าเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟู! 'วราวุธ' ร่วมประชุม บกปภ.ช. รับมอบ 4 ข้อสั่งการเร่งด่วนจากนายกฯอนุทิน
'กรณ์' ยก 'ไทยพีบีเอส' จี้รบ.ทบทวนบทบาทสื่อ ใช้เงินบาป ลั่นไม่ใช่ใครมีสิทธิใช้ภาษีนี้ตลอดไป
กรณ์ ชี้กรณีพรรคภูมิใจไทยเสนอแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ เปลี่ยนแหล่งเงินสนับสนุนจากภาษีสุราและยาสูบ ไปเป็นงบปะมาณรายจ่ายประจำปี
หยุดการเมืองโยนบาป! 'ชาวบ้าน' สำลักน้ำลาย
มหาอุทกภัยกรุงเทพมหานคร และสถานการณ์น้ำท่วมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงหลายจังหวัดทั่วประเทศในรอบนี้ ไม่ได้ท่วมเพียงบ้านเรือน ถนนหนทาง และพื้นที่เศรษฐกิจ หากยังท่วมความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
ปชป. บี้รัฐบาลเยียวยาน้ำท่วม 'คนตัวเล็ก' ปล่อยสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย
ปชป. จี้รัฐบาล เร่งออกสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย 3-6 เดือนแรก ช่วย 'คนตัวเล็ก' ที่ประสบภัยน้ำท่วม ตัดวงจรอุบาทว์ก่อนประชาชนพึ่งเงินกู้นอกระบบ พร้อมทวงสัญญากองทุนภัยพิบัติ 1 แสนบาทต่อครัวเรือน

