'บิ๊กโจ๊ก'เมินตอบเรื่องถูกหมายเรียกลั่นเอาสมองไปคิดเรื่องงานดีกว่า

'บิ๊กโจ๊ก' ปัดตอบรายละเอียดถูกออกหมายเรียก โยนทนายชี้แจงเพิ่มหลังจากนี้ ยืนยันความบริสุทธิ์เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ขอเอาสมองไปคิดเรื่องงาน

13 มี.ค.2567 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรีที่ศาลอนุมัติออกหมายจับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายและ 1 พลเรือน ข้อหาสมคบกันกระทำความผิด ฐานฟอกเงินและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายที่ถูกพนักงานสอบสวนขอออกหมายจับแต่ศาลยกคำร้องว่า ในเรื่องนี้มอบให้ทนายความแถลงข่าวไปแล้วเมื่อวานนี้ เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมเพราะตนไม่ได้มีความผิด เมื่อวานนี้ศาลได้เพิกถอนหมายจับ และก็ไม่ได้มีการออกหมายเรียกใดๆทั้งสิ้น ซึ่งกระบวนการยุติธรรมต่างๆ กำลังทำงานอยู่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่าเชื่อมั่นและจะไม่ก้าวก่ายและเข้าไปแทรกแซง กระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด การทำงานของตนเองยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ขอเอาเวลามาคิดมาทำงานเพื่อตำรวจ เพื่อองค์กร เพื่อพี่น้องประชาชนดีกว่า และในช่วงบ่ายนี้ก็จะเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เพื่อดูแลมาตรการต่างๆให้นักท่องเที่ยว ไม่ให้เป็นการป้องกันแบบวัวล้อมคอก

เมื่อถามถึงขั้นตอนทางกฎหมายหลังจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ขอให้ทนายความเป็นผู้ชี้แจง หากพูดจะเป็นการยืดเยื้อ จะไม่ขอลงรายละเอียดใดๆ แต่ยังยืนยันชัดเจนว่าการทำงานของตนเอง การปราบปรามจับกุมที่ผ่านมาไม่เกี่ยวข้องพัวพันกับเว็บพนันออนไลน์ใดๆ

ถามต่อถึงกรณีคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ทุกฝ่ายยุติการให้ข่าวเพื่อไม่ให้เป็นการโต้แย้งการภายในองค์กร เมื่อฝ่ายหนึ่งยุติในเรื่องคดีแล้ว รอง ผบ.ตร. กล่าวยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะเชื่อมั่นและศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม ป.ป.ช.ก็มีมติรับคดีดังกล่าวไปแล้ว ทุกอย่างดำเนินการตามกระบวนการ ตนเองมีหน้าที่ทำงานให้ประชาชนและพี่น้องตำรวจ จะเห็นได้ว่าวันนี้ตำรวจทำงานอย่างหนักหน่วง ที่ทำทุกวันนี้คือการให้ขวัญกำลังใจ ขอเอาเวลาและสมองมาคิดเรื่องงาน เพราะเราเหลือเวลาทำงานอีกแค่คนละไม่กี่ปี วันนี้องค์กรรอไม่ได้ ผู้บังคับบัญชาต้องหันหน้าเข้าหากัน ทำงานแข่งกันเพื่อประชาชน

เมื่อถามถึงความเชื่อมโยงของคดีเว็บไซต์พนันเครือข่ายมินนี่และ BNK Master พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ไม่อยากอธิบาย แต่ขอให้เป็นหน้าที่ของทนายความ

ถามต่อว่าส่วนในกรณีที่ทนายความอธิบายว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจในการออกหมายเรียก รอง ผบ.ตร. กล่าวยืนยันว่า ให้เป็นหน้าที่ของทนายความในการอธิบายและขอให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ต่อไป ถ้าตนยังไม่ได้รับความยุติธรรม ตนเองจะนำความยุติธรรมให้ประชาชนได้อย่างไร

เมื่อถามย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ขอไม่ตอบคำถามประเด็นนี้ ส่วนเรื่องแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป อย่างนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงกรณีผู้ต้องหาอีก 4 คนที่เป็นนายตำรวจ 3 คนและพลเรือนอีก 1 คน เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาหรือรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ผมยังไม่ทราบข่าว ยังไม่ได้ดูเอกสารรายละเอียดทั้งหมด เนื่องจากเมื่อวานนี้ มีคนโทรเข้ามาหาเป็นจำนวนมากแต่ไม่ได้รับสายใครเลย จึงไม่ทราบถึงรายชื่อของบุคคลที่เหลืออยู่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โคตรแย่ 'นิพิฏฐ์' ฉะตร.เปิดคลิป 'บิ๊กโจ๊ก' ชี้นำผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม โดยไม่สนกติกา

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมที่ถูกชี้นำ

'โจ๊ก' ส่งทนายความฟ้อง 'บิ๊กเต่า' หมิ่นประมาทฯ ใส่ความตบลูกน้อง ขู่ดำเนินคดีทุกคน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. มอบอำนาจให้นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 326, 328, 332

'อนุทิน' ลั่นจับหมดไม่ต้องดูชื่อ ชี้หมายจับ 'เบน สมิธ' ทำให้คนในประเทศเดือดร้อนก็ต้องโดน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับ นายเบน สมิธ และภรรยา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง สมคบร่วมกันฟอกเงินหลังพบพยานหลักฐานว่า ตนเพิ่งได้รับทราบข่าวนี้ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน

คดีสินบนทองคำ 90 วันรู้ผล เอกวิทย์อยู่ต่อ-ร่วง?

กลายเป็นคดีสำคัญที่ทุกฝ่ายจับตามองขึ้นมาทันที หลัง “ประธานศาลฎีกา-อดิศักดิ์ ตันติวงศ์” ออกคำสั่งประธานศาลฎีกาแต่งตั้งคณะผู้ไต่ส่วนอิสระ กรณีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าชื่อกันส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาฯ ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ กรณีมีเรื่องร้องเรียนว่า “เอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)” มีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่-ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง