โชว์กินข้าวตกค้าง 10 ปี ได้ไม่คุ้มเสียทั้งการเมืองและตลาดข้าวไทยแสนล้าน

'จตุพร' เขื่อโชว์กินข้าวตกค้าง 10 ปี ได้ไม่คุ้มเสียทั้งการเมืองและตลาดข้าวไทยแสนล้าน ซัดคนเห็นแก่ตัวเน้นแต่ระบายหลงลืมคุณภาพ ส่อเกิดปัญหาเชื่อมั่นต่างประเทศ ขณะที่โซเชียลผวาสารก่อมะเร็งปนเปื้อนตกค้างข้าวแอบขายใน ปท.

10 พ.ค. 2567 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ว่า โชว์กินข้าวส่อคลุกสารก่อมะเร็งตกค้าง 10 ปี ได้ไม่คุ้มเสียทั้งทางการเมืองและตลาดข้าวแสนล้านต่อปีของประเทศ

นายจตุพร กล่าวว่า แม้มีการอธิบายว่ากินได้ แต่ในทางการตลาดได้สูญสิ้นความเชื่อมั่น ไว้เนื้อเชื่อใจไปแล้ว ดังนั้น การจุดชนวนกินข้าว 10 ปีเพื่อไปลดทอนคดีจำนำข้าว แต่สาระที่ศาลพิพากษาไม่เกี่ยกับข้าวเน่าหรือไม่เน่าหรือกินได้ เพราะคดีนี้ปัญหาการทุจริตมีผลประโยชน์ทับซ้อน

นอกจากนี้ หากการโชว์กินข้าวอาจคลุกสารก่อมะเร็งตกค้าง 10 ปี เพื่อสื่อสารถึงสังคมว่า การระบายข้าวของรัฐบาล คสช.เป็นปัญหา ซึ่งรัฐบาลสามารถดำเนินคดีได้ แต่อย่าลืมว่า แต่อย่าลืมรัฐบาลมาจากไหน ใครให้ สว.152 เสียงบวกกับเสียงพรรคฝ่าย รปห.มาโหวตสนับสนุนนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ

อีกทั้ง อย่าลืมว่า ข้าวล็อตนี้ถูกประมูลขายมา 3 ครั้งตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2567 แต่ผู้ซื้อปล่อยทิ้งการประมูลยอมถูกฟ้องร้องเป็นคดีในศาล และหน่วยงานรัฐยกเลิกการประมูลก็เกิดขึ้นแล้ว

นายจตุพร กล่าวว่า การกินข้าวตกค้าง 10 ปี โดยหวังระบายออกตลาดได้เงิน 200-300 ล้าน แต่ไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นต่อมูลค่าตลาดข้าวเป็นแสนล้านต่อปี ส่วนผู้ประมูลต้องไปแบกความเสี่ยงเอาเองเมื่อเกิดปัญหาไปขายต่อให้ทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นความคิดแบบคนเห็นแก่ตัว เพราะถ้าข้าวไทยเป็นปัญหา ประเทศยากจะสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนเหมือนเดิมได้เร็ว

ขณะเดียวกันถ้าข้าวหวาดหวั่นคลุกสารก่อมะเร็ง 10 ปีถูกแอบนำมาผสมกับข้าวชนิดอื่นแล้วขายในประเทศ ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่หลวง ประชาชนจะระแวงแตกตื่นไปทั่ว และขาดความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวที่จะกินว่า ปลอดภัยจากสารตกค้าง จึงเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จตุพร' จี้ นายกฯ เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบ

'จตุพร' จี้ นายกฯ อนุทิน เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบด้านอาหาร ชูมาตรการให้ ปชช.มีอยู่มีกิน ฟาดโรงกลั่นรัฐถือหุ้นข้างมากนิ่งเงียบโกยกำไร ฉะพวกเห็นแก่ตัว ทิ้งคนไทยหิวโซ ต้องพึ่งตนเอง ส่วนกลุ่มทุนปากพะงาบรอโกยกำไร บี้รื้อโครงสร้างพลังงานก่อนจะไปไม่รอด

ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!

เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

'จตุพร' กระตุกนายกฯ ปชช.ไม่ได้คิดรวย ขอแค่อยู่รอดก็พอ บี้เด็ดขาดทลายพ่อค้าสูบกำไร

'จตุพร' กระตุ้นนายกฯ ใช้ความกล้าหาญ เป็นผู้นำเด็ดขาดรื้อโครงสร้างน้ำมัน สร้างระบบตลาดยุติธรรม ยันไม่ใช่การตื่นตระหนกของประชาชน แต่น้ำมันที่กลั่นเพิ่มแล้วยังสูญหาย ลั่นยามวิกฤตหนักหน่วงปชช.ไม่ได้คิดถึงเรื่องรวย แต่คิดจะอยู่รอดอย่างไร เตือนประเทศจะพังทุกระบบ

'จตุพร' ชี้เปรี้ยงวิกฤตน้ำมัน รัฐบาลยืนข้างพ่อค้า ฉิบหายทุกราย

"จตุพร" มองวิกฤตน้ำมันถาโถม ราคาแพงซ้ำขาดแคลน คนต่อคิวยาวหน้าปั๊ม รัฐบาลไขสือถกหาพ่อค้ากักตุน พร้อมโชว์คิดตื้นให้ประหยัด ชี้สามัคคี ปชช.เปราะบาง เส้นอดอยากจวนหมดอดทน อารมณ์เดือดใกล้สู่กลียุค แย่งชิงอาหาร ส่วน สส.ค้านเลิกกินฟรี ขออิ่มสุขบนทุกข์ ปชช.

'จตุพร' ข้องใจ มีน้ำมันสำรองกี่วัน จี้รัฐแจงความจริง ต่อคิวหน้าปั๊มสวนทางคำเป่าหูไม่ขาดแคลน

'จตุพร' ข้องใจ เอาไงกันแน่ มีน้ำมันสำรองกี่วัน จี้รัฐแจงด้วยความจริง อย่าซื้อเวลาเอาตัวรอดไปวันๆ ชี้ต่อคิวหน้าปั๊มสวนทางคำเป่าหูไม่ขาดแคลน ชม 'ศุภจี-สีหศักดิ์' ถึงแถลงอึกอักยังโชว์ความคิดแก้ปัญหา ลั่นเรือโนอาห์ช่วยได้ ขอไทยตัดสินให้ดี

'ผู้ว่าฯชัชชาติ' ปธ.พิธีฌาปนกิจศพ 'สุทธิศักดิ์' วีรชนพฤษภา’35 หนุนสร้างอนุสรณ์สถานฯให้แล้วเเสร็จ

‘ผู้ว่าฯชัชชาติ’ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ ‘สุทธิศักดิ์ ผลแก้ว’ วีรชนพฤษภา’ 35 ‘อ.ปริญญา’ กล่าวสดุดีวีรกรรมที่ขัดขวางไม่ให้ตำรวจใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดใส่ประชาชน จนถูกทำร้ายพิการตลอดชีวิต เป็นภาพจำของเหตุการณ์พฤษภาฯที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และจะอยู่ในใจของทุกคน ขอบคุณผู้ว่าฯชัชชาติ รับปากจะสนับสนุนการจัดสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนฯให้แล้วเสร็จ หวังได้เปิดงาน 17 พ.ค. 2570 ร่วมกัน