
22 พ.ค. 2567 - พรรคไทยภักดี ออกแถลงการณ์ ระบุว่า วันที่ 22 พฤษภาคม 2567 "รัฐประหารเพียงปลายเหตุ ต้นเหตุคือนักการเมืองโกง ประชาธิปไตยที่ถูกต้องสมบรูณ์ตามหลักการปกครองเท่านั้นจึงจะหยุดรัฐประหารได้แท้จริง"
.
วันนี้คือวันครบรอบ10ปี การรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เมื่อวันที่22 พฤษภาคม 2557 เพื่อยึดอำนาจจากรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกมวลมหาประชาชนชาวไทยจำนวนหลายล้านคนชุมนุมขับไล่อยู่ การรัฐประหารเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เป็นที่มุ่งหวังไม่พึงประสงค์ของทุกๆภาคส่วนในสังคมประชาธิปไตย แต่ประเทศไทยกลับต้องเผชิญกับการรัฐประหารมาแล้วทั้งสิ้น13ครั้ง มากไม่น้อยเมื่อเทียบกับระยะเวลาประชาธิปไตยไทย 92ปี เฉลี่ยแล้ว7ปีมีรัฐประหาร1ครั้ง
.
"รัฐประหารเพียงปลายเหตุ ต้นเหตุคือนักการเมืองโกง"
ซึ่งเหตุผลสำคัญของคณะรัฐประหารโดยส่วนใหญ่คือการฉ้อฉลทุจริตของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการรัฐประหาร2ครั้งสุดท้ายในปี 2549 และ2557 ที่คณะรัฐประหารได้รับดอกไม้ และเสียงชื่นชมสนับสนุนจากประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าประชาชนเกลียดชังรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่มีพฤติกรรมฉ้อฉลทุจริตคอรัปชั่น และเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งแตกแยกแบ่งสีแบ่งฝ่ายของประชาชน สร้างวิกฤตปัญหาร้ายแรงต่างๆขึ้นในสังคมไทย ที่สำคัญเป็นรัฐบาลที่ไร้สำนึกทางจริยธรรม ไร้ยางอาย แม้จะมีมวลมหาประชาชนชาวไทยหลายล้านคนลุกขึ้นมาประท้วงขับไล่ทั่วทั้งประเทศก็ไม่ยอมลงจากอำนาจเสียที สุดท้ายกองทัพแห่งชาติจึงต้องทำการรัฐประหารในท้ายที่สุด
.
พรรคไทยภักดี ยืนยันสนับสนุนหลักการประชาธิปไตยที่ถูกต้องสมบรูณ์ตามหลักการปกครองเท่านั้นจึงจะหยุดการรัฐประหารได้อย่างแท้จริง การที่พรรคเพื่อไทย และหลายภาคส่วนในสังคม เสนอให้มีกฎหมายป้องกันการรัฐประหาร หรือให้ศาลไม่ยอมรับ"อำนาจรัฏฐาธิปัตย์"ของคณะรัฐประหาร เป็นสิ่งที่ไม่สามารถกระทำได้จริง ผิดหลักการทางรัฐศาสตร์ เป็นเพียง"จินตนาการที่ฟุ้งเฟ้อเลื่อนลอย" เพราะโดยแท้จริงแล้วการหยุดรัฐประหารเริ่มต้นจากตัวพรรคการเมืองเอง ความเป็นประชาธิปไตยในพรรคคือ"สารตั้งต้นหยุดรัฐประหาร" ถ้าพรรคการเมืองเป็นพรรคของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน เป็นพรรคมวลชน(Mass Party)อย่างแท้จริง ไม่ใช่พรรคการเมืองของใครบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่ผูกขาด รวบอำนาจเป็นทาสหัวหน้าพรรค เป็นทาสนายทุนพรรค แบบพรรคเพื่อไทยในปัจจุบันที่กล่าวอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แต่ภายในพรรคผูกขาดรวบอำนาจโดยคนเพียงคนเดียว หรือตระกูลเดียว ความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรคยังไม่มี จะสร้างประชาธิปไตยของประเทศได้อย่างไร?
.
ถ้าพรรคการเมืองมีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มีมวลมหาประชาชนเป็นเจ้าของพรรค คอยควบคุมนักการเมืองในพรรค พรรคการเมืองนั้นจะเคารพกฎหมาย เคารพรัฐธรรมนูญ ยึดมั่นในหลักนิติรัฐนิติธรรม ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล จะไม่ฉ้อฉลทุจริตคอรัปชั่น จะไม่สร้างวิกฤตปัญหามากมายให้กับประชาชน และประเทศชาติ จะมีมวลมหาประชาชนทั้งหลายเป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็ก กองทัพแห่งชาติก็ไม่อาจจะกระทำรัฐประหารได้
ในโอกาสนี้พรรคไทยภักดีจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วทั้งประเทศ มาร่วมกันสร้างพรรคการเมืองของประชาชน(Mass Party)พรรคที่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อหยุดวงจรรัฐประหารร่วมกัน
ด้วยจิตคารวะ
พรรคไทยภักดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หมอวรงค์ ฉีกเอกสารตั้ง 'ผู้ช่วย สส.' ทิ้งกลางสภาฯ ลั่นมีเยอะเกินเปลืองงบ ตั้งแค่ 3 คนพอ
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แถลงข่าวการแต่งตั้งผู้ช่วย สส. และ บำนาญ สส. ว่า สิ่งแรกที่เราเรียกร้อง คือ การยกเลิกอาหารของ สส. สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล
'หมอวรงค์-เสรีพิศุทธ์' อภิปรายโหวตนายกฯ
'หมอวรงค์' จี้ 'นายกฯ' สละสิทธิงบอาหาร ขณะที่ 'เสรีพิศุทธ์' ขู่สอยคนหนุน 'อนุทิน'
'หมอวรงค์' ตื่นเต้น! เข้าสภาฯในรอบ 12 ปี ประกาศชัดเป็นฝ่ายค้าน
ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการ
KPI Poll เปิดสเปก 'ครม.ชุดใหม่' ในฝันของคนไทย
สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “สเปก ครม.ชุดใหม่ ในฝันของคนไทย” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll
'หมอวรงค์' ดีใจได้เข้าสภาในรอบ 12 ปี เตรียมแถลงจุดยืนร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน 10 มี.ค.นี้
"หมอวรงค์" สุดดีใจ ได้เข้าสภาในรอบ 12 ปี เผยเสียงเดียวต้องเจียมตัว แต่ยันจะเป็นเสียงที่ทรงพลัง ยืนข้างประชาชนยึดประโยชน์ชาติ เตรียมแถลงจุดยืน 10 มี.ค.นี้
'หมอวรงค์' ยันจุดยืน รอ กกต. รับรองผลเลือกตั้งก่อนตัดสินใจทางการเมือง
"หมอวรงค์" แสดงจุดยืนการเมือง หลังมีกระแสข่าวว่าได้ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลภูมิใจไทยแล้วนั้น โดยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กดังนี้

