'ปริญญา' อัด ตุลาการศาลรธน. พูดจาส่อเสียด!

22 ส.ค.2567 - นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า#มาตรฐานจริยธรรม ที่ศาลรัฐธรรมนูญท่านใช้ในการตัดสินให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งนั้น คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ทราบว่ามาจากศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระกำหนดร่วมกัน เพื่อให้เป็น #มาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ #ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ

โดยชื่อเต็มๆ คือ ‘มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561

ที่มีการนำมาใช้กับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึง ส.ส. และ ส.ว. ด้วย เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 219 วรรคสอง และข้อ 3 วรรคสองของมาตรฐานจริยธรรมฉบับนี้กำหนดไว้เช่นนั้น แต่ที่จริงแล้วทั้งชื่อและเจตนารมณ์ต้องการให้ใช้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระเป็นหลักครับ

ซึ่งผมเปิดดูแล้ว มี 2 ข้อที่ผมเห็นว่าสำคัญที่สุดในการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ คีอ ข้อ 13 และข้อ 23 ดังนี้ครับ

ข้อ 13 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ … โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแห่งสถานภาพ

ข้อ 23 ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความเต็มใจ ให้บริการด้วยความรวดเร็ว เสมอภาค ถูกต้อง โปร่งใส ปราศจากอคติ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ผมได้เห็นข่าวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง พูดให้ความเห็นเรื่องพรรคที่ท่านยุบไป ในฐานะอาจารย์สอนกฎหมายผมฟังแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจ เพราะไม่เคยได้ยินว่ามีตุลาการหรือผู้พิพากษาท่านใด ตัดสินลงโทษจำเลยไปแล้วมาพูดถึงจำเลยในแบบที่อาจจะเข้าข่ายเป็นการส่อเสียดอย่างนี้มาก่อน และที่สำคัญไม่ทราบว่าเป็นไปตามมาตรฐานจริยธรรมข้อ 13 และ 23 ในเรื่อง #ปราศจากอคติ #คำนึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และอาจจะรวมถึงเรื่อง #เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่ผมยกมาหรือไม่ครับ

ด้วยความเคารพ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องกล่าวถึง เพราะดังที่กล่าวไปในตอนต้น มาตรฐานจริยธรรมนี้กำหนดมาให้เป็นมาตรฐานจริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเป็นหลัก ศาลรัฐธรรมนูญจึงพึงต้องยึดถือปฏิบัติด้วยครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

‘ภูมิธรรม-ทวี’ ระทึกพรุ่งนี้ 21 ม.ค. ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว.

พรุ่งนี้ 21 ม.ค. “ภูมิธรรม-ทวี”ระทึก ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว. จับตา จะมีผลต่อรูปคดีในชั้นกกต.-ดีเอสไอหรือไม่ สว.สีน้ำเงิน ลุ้นหวังคดีพลิก   

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัดนิยาม ผู้สมัคร อบต. ต้องนับตั้งแต่ ‘เสนอตัว’ ไม่ใช่วันได้สมัครต่อ กกต.

“ดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม” ผ่าปมกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น หลังนักการเมือง อบต.ฮือฮาแจกของช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ ระบุชัด สถานะ ผู้สมัคร เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ประกาศตัวลงสนาม ไม่ใช่วันที่ยื่นใบสมัครต่อ กกต. พร้อมเตือ

ดร.ณัฏฐ์ ผ่าปมมติ สว. ส่ง 'นันทนา' ให้ ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง

สืบเนื่องจาก มติวุฒิสภาเสียงข้างมากวินิจฉัยชี้ขาดว่า นางนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา มีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และส่งให้ ปปช. เพื่อ