'ทวี' แจงยิบ เหตุต้องมีระเบียบคุมขังนอกเรือนจำ ยืนยันไม่ได้เอื้อยิ่งลักษณ์

"ทวี" ยันระเบียบคุมขังนอกเรือนจำฯ ไม่ได้เอื้อยิ่งลักษณ์ เน้นเจตนารมณ์เพื่อพัฒนาพฤตินิสัยนักโทษเด็ดขาดเตรียมพร้อมก่อนปล่อย อาทิ เหลือโทษน้อย 4 ปี - นักโทษคดีทำร้ายร่างกายอาจได้รับสิทธิ์ เเจงอยู่ระหว่างเสนอรายงานเข้าคณะกรรมการราชทัณฑ์ เพื่อกำหนดสถานคุมขังอื่น ตรวจสถานที่ กำกับเกณฑ์ผู้คุมและการรายงานตัวของนักโทษ คาดล็อตแรกอาจทันใช้สิ้นปี 67 ย้ำกระทรวงยุติธรรม ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องยิ่งลักษณ์ยื่นขออภัยโทษเฉพาะราย

26 ส.ค.2567 - ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร กิจกรรมกระทรวงยุติธรรมพบสื่อมวลชน “Justice with Press 2024 ยุติธรรมนำใจ เชื่อมสายใยสื่อมวลชน” นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม คณะผู้บริหารทีมโฆษกกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกรมภายในการกำกับของกระทรวงยุติธรรม

โดย พ.ต.อ.ทวี กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการจัดทำระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 หรือระเบียบคุมขังนอกเรือนจำฯ ที่ให้มีผลบังคับใช้ในทันที รวมถึงการจัดทำ ระเบียบ แนวทางการปฏิบัติ และกำหนดคุณสมบัติของผู้ต้องขัง ซึ่งจะต้องมารองรับระเบียบคุมขังนอกเรือนจำฯ เพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะปัจจุบันนี้หนึ่งเรือนจำ/ทัณฑสถาน สามารถบรรจุจำนวนผู้ต้องขังได้ประมาณ 150,000-160,000 ราย และกฎหมายหรือกฎกระทรวงถือเป็นกฎหมายทันสมัย โดยมีการกำหนดให้โรงพยาบาลเป็นที่คุมขังสำหรับผู้ต้องขังป่วย

นอกจากนี้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มี มาตรา 33 มาตรา 34 ที่ต้องการให้มีที่คุมขังอื่น แต่ต้องไม่ใช่สถานที่คุมขังที่อำนวยความสะดวก ยกตัวอย่าง กรณีนายเชาวลิต ทองด้วง หรือแป้ง นาโหนด อาจต้องไปอยู่ที่คุมขังอื่น แต่ต้องเป็นที่ที่จะทำให้เขาไม่หลบหนีอีก และไม่ก่อเหตุร้าย และต้องมีการพัฒนาพฤตินิสัย ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและศักยภาพ เมื่อกลับสู่สังคมก็ต้องไม่ไปกระทำความผิดซ้ำอีก เช่น มีสถานสำหรับเรียนหนังสือ สถานที่ฝึกอาชีพ หรืออาจเป็นเรือนจำซูเปอร์แม็กซ์ก็ได้

ดังนั้น สถานที่คุมขังอื่น เดิมอาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ตอนนี้ตนทราบว่านายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ทำระเบียบ แนวทางการปฏิบัติ และกำหนดคุณสมบัติของผู้ต้องขัง หรือหลักเกณฑ์ เรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อให้เกิดความรอบคอบ จึงต้องนำเรื่องรายงานเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการราชทัณฑ์ก่อน

โดยในชุดคณะกรรมการฯ จะมีผู้แทนจากหน่วยต่าง ๆ มาช่วยดูรายละเอียด ทั้งจากอัยการสูงสุด ศาลยุติธรรม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เป็นต้น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ลดความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจำ ส่วนคนที่เข้าเกณฑ์ เช่นผู้ต้องขังเจ็บป่วย ผู้ต้องขังสูงอายุมากกว่า 70 ปี หรือผู้ต้องขังที่ตั้งครรภ์ ซึ่งควรจะได้รับการดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยเกณฑ์ต่าง ๆ รมว.ยุติธรรม ไม่ใช่ผู้กำหนด แต่เป็นผู้แทนจากหน่วยงานภายในชุดคณะกรรมการราชทัณฑ์ พิเคราะห์ว่าทำอย่างไรให้เรือนจำไม่ถูกมองว่าเป็นที่แออัดยัดเยียด จึงต้องให้เรือนจำแต่ละแห่งไปดูว่าสถานที่ใดจะใช้เป็นสถานที่คุมขังอื่นได้บ้าง และทุกที่ต้องมีมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ จะทันกรอบสิ้นปี 2567 หรือไม่นั้น อยู่ที่แต่ละเรือนจำ และต้องรอการแต่งตั้ง ครม. ให้แล้วเสร็จก่อน เพราะยังเป็นเรื่องใหม่และคนสงสัย กฎหมายก็ต้องปฏิบัติได้จริง

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า สำหรับคุณสมบัติของผู้ต้องขังที่มีเกณฑ์อาจเข้าข่ายได้รับสิทธิประโยชน์คุมขังนอกเรือนจำนั้น เดิมทีกำหนดให้เป็นผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย หรือประมาณโทษ 4 ปี แต่ในระเบียบก็ไม่ได้มีการกำหนดอัตราโทษไว้ อยู่ที่เรือนจำแต่ละเเห่งไปพิจารณาว่าผู้ต้องขังเด็ดขาดรายใดมีพฤติกรรมดี ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หรือไปก่อเหตุร้าย และไม่ไปยุ่งเหยิงสิ่งใด

ส่วนคดีข่มขืนหรือคดีที่มีการกระทำความผิดซ้ำ ตาม พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 หรือ กฎหมาย JSOC ก็อาจจะได้รับสิทธิประโยชน์ตรงนี้ แต่หลักสำคัญของสถานที่คุมขังอื่น ก็เพื่อพัฒนาพฤตินิสัย ดังนั้น การใช้กฎหมายของกระทรวงยุติธรรมต้องใช้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย รวมถึงนักโทษเด็ดขาดในรายคดีรุนแรง ก็อาจได้สิทธิในระเบียบนี้เหมือนกัน แต่เราก็ต้องไปหารือพูดคุยกับหน่วยงานราชการอื่นถึงความพร้อมในการใช้สถานที่ใดเป็นสถานที่คุมขังอื่นที่มิใช่เรือนจำ

จากนั้นจึงจะมีการไปตรวจสอบสถานที่นั้น ๆ ว่าเข้ามาตรฐานหรือไม่ ส่วนคดีทุจริตคอรัปชั่น ไม่ใช่คดีการกระทำความผิดซ้ำตามกฎหมาย JSOC แต่ว่าส่วนใหญ่เราก็ให้ความสำคัญ ให้ความระวัง เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างความรู้สึกของประชาชน แม้มีกฎหมายบัญญัติแต่ก็ต้องดูความเหมาะสมประกอบ

“ผู้ต้องขังเด็ดขาดได้รับสิทธิประโยชน์คุมขังนอกเรือนจำ ส่วนผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี เราได้ทำมาตรา 89/1 สามารถให้ศาลมีคำสั่งไปอยู่บ้านได้ หากเขาได้รับการประกันตัวชั่วคราว โดยศาลอาจมีเงื่อนไขให้ราชทัณฑ์ไปช่วยดูแลผู้ต้องขัง“ รมว.ยุติธรรม กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวถึงมาตรการเบื้องต้นสำหรับผู้ต้องขังที่ได้คุมขังสถานที่อื่นที่มิใช่เรือนจำ ว่า บางรายอาจต้องให้ศาลมีคำสั่งติดกำไล EM มีการรายงานตัวในระบบออนไลน์ มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข้าไปสอดส่องตรวจตรา และบางส่วนอาจต้องมีการทำหนังสือลงนาม (MOU) กับตำรวจหรือทหาร เป็นต้น แต่ ณ ตอนนี้ตนยังไม่สามารถระบุจำนวนผู้ต้องขังที่อยู่ในข่ายได้รับสิทธิประโยชน์ตามระเบียบคุมขังนอกเรือนจำได้ เพราะเกณฑ์ต่าง ๆ เจตนารมณ์กฎหมายของราชทัณฑ์เขียนไว้ตอนท้ายว่าที่ผ่านมาไม่ใช้คณะกรรมการบริหารราชทัณฑ์ให้เป็นประโยชน์ จากนี้จึงต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ คณะกรรมการราชทัณฑ์ มีทั้งนักอาชญาวิทยา นักจิตวิทยา นักทัณฑวิทยา ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดู และเราก็ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยของสังคมและตัวผู้ต้องขังเอง หากต้องไปคุมขังนอกเรือนจำ

พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่า ระเบียบคุมขังนอกเรือนจำไม่เกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะมันเป็นสุญญากาศ เราจึงต้องทำ แม้กระทั่งก่อนหน้านี้ที่มีการประกาศเรื่องระเบียบคุมขังนอกเรือนจำฯ ออกมา ก็มีการคิดโยงไปว่าเกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร จึงทำให้ผู้ต้องขังเสียโอกาสไปเยอะ ทั้งนี้ แม้เปลี่ยนหัวหน้ารัฐบาลแล้ว แต่ในตอนนี้กระทรวงยุติธรรม ยังไม่ได้รับเรื่องประสานกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายแต่อย่างใด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คปท. บุก ก.ยุติธรรม ค้านพักโทษ 'ทักษิณ' ชี้พฤติการณ์ทำผิดชัดต้องถูกลดชั้นผู้ต้องขัง

คปท. บุกกระทรวงยุติธรรม ค้านพักโทษ "ทักษิณ" หลังจ่อคุมขังครบ 8 เดือน ในช่วง พ.ค.นี้ ฉะ รมว.ยธ. อย่าหลับตาข้างเดียวเรื่องเกณฑ์พักโทษ แนะ คณะกรรมการพิจารณาพักโทษ 3 ชั้น นำพฤติกรรมย้อนหลัง ตั้งแต่กรณีไปนอนชั้น 14 รพ.ตำรวจ จนศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษ 1 ปี มาพิจารณาด้วย แย้ม ”ทักษิณ“ กระทำความผิดระหว่างคุมขัง ควรถูกปรับลดชั้นเป็นชั้นต้องปรับปรุง ไม่ใช่ชั้นกลาง ติง ”เขยทักษิณ“ ปล่อยข่าวพักโทษก่อนเลือกตั้งใหญ่ 69 ใช้เรียกคะแนนสงสาร หวังผลการเมืองให้เพื่อไทย

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

'คปท.' ข้องใจ 'ราชทัณฑ์' หลับตาข้างหนึ่ง จัดชั้นนักโทษให้ 'ทักษิณ' เลื่อนชั้น ได้รับสิทธิ์พักโทษ

นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ยุติธรรมหลับตาข้างหนึ่ง

'ทักษิณ' เข้าเกณฑ์ได้พักโทษ พ.ค.69 'ปอ ปิฎก' ตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยม

นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ ปอ สามี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรเขยของนายทักษิณ ชินวัตร ทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ