'สหายใหญ่' ชี้คุมกองทัพไม่ใช่งานหิน

6 ก.ย.2567 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง ปัญหาการจัดตั้งโผทหารในส่วนของ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ที่ยังไม่ลงตัวในช่วงเปลี่ยนผ่าน รมว.กลาโหมว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าทำงาน จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเรียกประชุมคณะกรรมการปรับย้ายชั้นนายพลเมื่อไหร่ รอให้ขั้นตอนการรับตำแหน่งต่างๆเรียบร้อย ตอนนี้จึงยังไม่ทราบสักเรื่อง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปคุย สำหรับความขัดแย้งในการเลือก ผบ.ทร.จนมีใบปลิวในกองทัพเรือนั้นว่า คงเป็นเรื่องธรรมดา คงไม่เป็นไรค่อยว่ากัน

เมื่อถามว่า กรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตการทำงานร่วมกันระหว่างนายภูมิธรรมกับพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์รมช. กลาโหม นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่เห็นเป็นอะไรเพราะทุกคนก็ทำงานร่วมกัน ทุกคนมีความมุ่งหมายที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม สำหรับปัญหาที่หมักหมม ทั้งเรื่องการจัดซื้อยุทโธปกรณ์กองทัพ และการใช้ความรุนแรงกับพลทหาร ขอให้ตนเข้าไปดูก่อนว่ามีรายละเอียดและข้อมูลอย่างไร

ถามอีกว่า เหตุผลอะไรที่นายกฯ ให้มานั่งในตำแหน่ง รมว.กลาโหม นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องไปถามนายกฯเอง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นงานหิน มีอะไรมอบหมายมาก็ทำได้หมด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อดุลย์' พยักหน้าดรามา 'มทภ.4' จบแล้ว ลั่นปมเขมรสร้างบังเกอร์ชิดชายแดนสระแก้ว รอฟังรายงาน

รมว.กลาโหม ตอบคำถามกรณีดรามาคำพูดพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และมีแรงกดดันให้ย้ายออกจากตำแหน่งเรื่องนี้จบแล้ว

ผบ.ทร. ลั่นยึดตามนโยบายรัฐบาล ไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา

ผบ.ทร. ย้ำคำ นายกฯ ไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาเด็ดขาด ลั่นปิดก็คือปิด ไม่มีเปิดเฉพาะกิจ ลั่นจะไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามต่อฝ่ายตรงข้าม ยันไม่เคยได้รับรายงาน ทร.ยึดนโยบายรัฐบาล

'บิ๊กดุลย์' แจงสภาฯ ยกระดับ 'ทหารอาสา' ให้เป็นกำลังสำคัญสร้างเสริมความมั่นคงประเทศ

"อดุลย์" แจงสภาฯ ภารกิจกลาโหม ชี้โลกผันผวน-แบ่งขั้วชัดเจน ความมั่นคงไม่ใช่แค่ภัยคุกคามทางทหาร เตรียมรับมือทุกมิติ ชี้ความมั่นคงที่แท้จริงต้องพัฒนาจัดหาอาวุธเอง ยันเดินหน้าทหารอาสา เป็นกำลังรบ-สถาบันที่สร้างคน ลั่น “เราจะทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”

รมว.กลาโหม แนะอินฟลูฯทำคอนเทนต์ชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องไม่ทำให้ทหารกดดัน

พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า หากจะเกิดการปะทะรอบ 3 ต้องมีสิ่งบอกเหตุ ดังนั้นจึงขอให้ประชนชนอย่าวิตกกังวล แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เรียกว่า 'อินฟลูฯ' ที่ออกมาให้ข้อมูล โดยหวังยอดไลค์ และยอดผู้เข้าชม แต่ส่งผลให้ สถานการณ์ชายแดนตึงเครียด