17 ต.ค.2567 - น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “อย่าปล่อยให้ประเทศไทยต้องเสียดินแดนเพิ่มด้วยข้ออ้างเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน” ระบุว่า ข้ออ้างรัฐบาลเจรจาพื้นที่อ้างว่าทับซ้อนกันทางทะเลระหว่างไทย -กัมพูชาเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน เป็นพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่มโหฬารถึง 26,000 ตารางกิโลเมตร
ไม่มีประเทศไหนที่จะมีพื้นที่อ้างว่าทับซ้อนกัน ที่มีขนาดใหญ่ได้ถึง 26,000 ตารางกิโลเมตรอย่างกรณีนี้เลย
ขอให้ดูแหล่ง JDA พื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย มาเลเซียมีขนาดพื้นที่เพียง 7,250 ตารางกิโลเมตรเท่านั้นหากจะมีพื้นที่ที่ทับซ้อนกันจริงระหว่างไทยกับกัมพูชา ก็ไม่ควรมีพื้นที่ใหญ่เกินกว่าแหล่ง JDA ที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่าง ไทย กับ มาเลเซีย
รัฐบาลที่อ้างว่าสนิทชิดเชื้อกับผู้นำฝ่ายกัมพูชาควรเกลี้ยกล่อมให้กัมพูชายอมรับการเจรจาแบ่งเขตแดน ตามกฎหมายทะเลให้เสร็จสิ้นเสียก่อน การจัดการผลประโยชน์ทางทะเล
การเจรจาแบ่งเขตแดน และแบ่งผลประโยชน์ตาม MOU 2544 ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายทะเล ย่อมมีข้อน่าสงสัยในเจตนาและความโปร่งใสของรัฐบาลว่าเป็นเจตนาดีต่อประเทศจริงหรือไม่ หรือสนใจเพียงผลประโยชน์ของนักการเมืองและกลุ่มทุนเท่านั้น ใช่หรือไม่
ใน MOU 2544 มีข้อตกลงว่าพื้นที่เหนือเส้นละติจูดที่ 11 องศาเหนือ ให้เจรจาแบ่งเขตแดน ส่วนใต้เส้นละติจูด 11 องศาเหนือ เป็นการแบ่งผลประโยชน์กัน โดยมีการกำหนดสัดส่วนแบ่งผลประโยชน์ไว้แล้ว คือส่วนที่ติดฝั่งไทยไทยได้ 90% กัมพูชาได้ 10% ตรงกลางแบ่งกัน 50:50 ส่วนที่ติดฝั่งกัมพูชา ไทยได้10% กัมพูชาได้90 % (ดูรูป 1))
การกำหนดสัดส่วนแบ่งผลประโยชน์เช่นนี้ ย่อมกระทบต่อดินแดนในอธิปไตยของไทยทั้งดินแดนส่วนที่อยู่เหนือ และอยู่ใต้เส้นละติจูด 11 องศาเหนืออย่างแน่นอน ใช่หรือไม่
การแบ่งเขตแดนและแบ่งผลประโยชน์แบบในข้อตกลง MOU 2544 ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายทะเล ที่เส้นเขตแดนทางทะเลต้องลากเส้นกึ่งกลางจากเกาะกูดของไทย และเกาะกงของกัมพูชา (ดูรูป 2)
การแบ่งผลประโยชน์ตามรูปที่1 กัมพูชาจะสามารถอ้างสิทธิเป็นเจ้าของดินแดนเพิ่มขึ้นในภายหลังได้ ดินแดนที่เคยเป็นของไทยตามกฎหมายทะเล จะกลายเป็นดินแดนของกัมพูชา เพราะการมีผลประโยชน์แม้เพียง 10% ก็ย่อมสามารถอ้างสิทธิในดินแดนตรงจุดนั้นได้ ใช่หรือไม่
ข้ออ้างว่าต้องรีบเร่งแบ่งผลประโยชน์กันเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน แท้ที่จริงแล้วเป็นความมั่นคงทางพลังงานของใครกันแน่ ?!?
ต่อให้ได้ก๊าซและน้ำมันจากพื้นที่นี้ คนไทยก็ไม่มีหวังจะได้ค่าไฟที่ถูกลง ค่าน้ำมันที่ถูกลง และค่าก๊าซหุงต้มที่ถูกลง มีแต่นักการเมืองและกลุ่มทุนพลังงานจะรวยขึ้น แต่ประเทศต้องเสี่ยงในการเสียดินแดนเพิ่มขึ้น ใช่หรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รสนา' ซัดรัฐบาลแหกตา ลดราคาน้ำมัน ล้วงกระเป๋าปชช.เพิ่มหนี้กองทุน ไม่กล้าแตะทุนพลังงาน
'รสนา' โต้รัฐบาลแหกตา ลดราคาน้ำมันด้วยการล้วงกระเป๋าชช.ไม่กล้าแตะทุนพลังงาน ชี้ค่าการกลั่นสูงกว่ามาตรฐานถึง 4.78 บาทต่อลิตร ค่าการตลาดน้ำมันเบนซินสูงถึง 3.60 บาทต่อลิตร เป็นการแล่เนื้อเถือหนัง ด้วยการเพิ่มหนี้ปชช.ในกองทุนน้ำมัน
'รสนา' ถาม สงครามยุติ น้ำมันไทยลดจริงกี่โมง บี้ 'เอกณัฏ' ทำให้สุดซอยจริงๆสักครั้ง
นางรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สงครามยุติ น้ำมันไทยลดจริงกี่โมง
รบรอบ 3 ปะทุแน่ 'UNCLOS' ไม่ทำไทยเสียดินแดน - เกาะกูด
“พล.อ.รังษี” มั่นใจไทยเข้า UNCLOS ไม่ทำเสียดินแดน-เกาะกูด เชื่อรบรอบสามเกิดแน่ กระตุก3 เหล่าทัพต้องเด็ดขาด รบ-รุก นอกประเทศ
กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น
รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า
'รสนา' หนุน 'เอกนัฏ' เรียกคืนค่าการกลั่น 14บาท/ลิตร มาลดราคาน้ำมัน
นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊กว่า ยามวิกฤต เก่งไม่กลัว กลัวช้ารัฐมนตรีพลังงานต้องเรียกคืนค่าการกลั่น 14บาท/ลิตร มาลดราคาน้ำมัน
'รสนา' ทวงสิทธิ์เงินค่าสำรองน้ำมัน 34,000 ล้านบาท เรียกร้องไม่อิงสิงคโปร์ ไม่ต้องชดเชย
นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊กว่า

