'รสนา' หนุน 'เอกนัฏ' เรียกคืนค่าการกลั่น 14บาท/ลิตร มาลดราคาน้ำมัน

22 เม.ย. 2569 - นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊กว่า

ยามวิกฤต เก่งไม่กลัว กลัวช้ารัฐมนตรีพลังงานต้องเรียกคืนค่าการกลั่น 14บาท/ลิตร มาลดราคาน้ำมัน

สื่อมวลชนรายงานว่ารัฐมนตรีเอกนัฏจะมีการประชุมเรื่องดึงค่าการกลั่นที่สูงเกินสมควรมาลดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นในวันที่23 เมษายน และให้มีผลในวันศุกร์ที่24 เมษายนทันที
การดึงเงินค่าการกลั่นมาลดราคาเนื้อน้ำมัน 2บาท/ลิตร ในรอบที่แล้วนั้น เป็นจำนวนที่น้อยเกินไป และลดแค่น้ำมันดีเซล ทั้งที่ค่าการกลั่นเป็นค่าการการกลั่นที่ต้องเฉลี่ยกับทุกผลิตภัณฑ์ที่กลั่นได้จากน้ำมันดิบทั้ง ดีเซล เบนซิน น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันก๊าด ก๊าซ LPG ไปถึงยางมะตอย เป็นต้น โดยใช้การเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักส่วนลดราคาไปในทุกผลิตภัณฑ์

ในเดือนมีนาคม ค่าการกลั่นเฉลี่ยสูงถึง 7.23 บาท/ลิตรเดือนเมษายนค่าการกลั่นพุ่งสูงถึง 16-17บาทต่อลิตร ทั้งที่ค่าการกลั่นในทางปฏิบัติการไม่เกินลิตรละ 2บาท ทำให้เกิดลาภลอยในค่าการกลั่นสูงมาก น้ำมันแพงจึงเกินจริง ค่าการกลั่นที่มีลาภลอยดังกล่าว ส่งผลให้กระทบต่อราคาสินค้าทุกประเภท ค่าขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชน กระทบการทำมาหากินของคนหาเช้ากินค่ำ และกลุ่มคนเปราะบาง หากไม่ลดการแสวงหากำไรเกินสมควรจากราคาน้ำมัน และก๊าซที่เป็นต้นทุนของระบบเศรษฐกิจ เศรษฐกิจของประเทศจะชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว

ประเทศไทยมีโรงกลั่น 6โรง ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามเลยแม้แต่น้อย และมีน้ำมันดิบราคาเดิมสำรองอย่างต่ำ 60 วัน ยิ่งกว่านั้นมีเงินที่ประชาชนจ่ายสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคงให้ทุกลิตรตั้งแต่ปี 2561-ปัจจุบัน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 34,000 ล้านบาท เหตุใดคนไทยต้องใช้ราคาน้ำมันแพง ตามราคาตลาดโลกที่ถูกปั่นสูงขึ้นตามวิกฤตการณ์สงคราม และยังต้องถูกรีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันชดเชยให้โรงกลั่น แบบเสียซ้ำเสียซ้อนเช่นนี้ ใช่หรือไม่?!

จึงขอเรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีเอกนัฏ ใช้เจตจำนงทางการเมืองที่จะทำเพื่อประชาชน และเพื่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ยิ่งกว่าเกรงใจโรงกลั่น โปรดใช้ข้อมูลว่าโรงกลั่นมีค่าการกลั่น 2บาทต่อลิตรก็ได้กำไรแล้ว เพื่อดึงลาภลอยค่าการกลั่นอย่างน้อย 14 บาท/ลิตรมาลดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่น โดยเฉลี่ยทุกผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่แค่ดีเซลเท่านั้น

ในวิกฤตการณ์ พิสูจน์ความเป็นผู้นำ และความกล้าหาญ มีคำกล่าวว่า “เก่งไม่กลัว กลัวช้า” ดังนั้นขอท่านรัฐมนตรีใช้ความกล้าหาญในการดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสียหายต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราคาเหล็กพุ่งแรง 30% สต็อกใกล้หมด ผู้รับเหมาชะลองานก่อสร้างบ้าน เล็งปรับราคาใหม่

ขอนแก่นราคาเหล็กพุ่งแรง 30% หลังราคาน้ำมันยังคงผันผวน ขณะที่ผู้ประกอบการอั้นราคาเพื่อประคองลูกค้า แต่สต็อกใกล้หมด ด้านผู้รับเหมาชะลองานก่อสร้างบ้าน พร้อมปรับราคาหน้างานใหม่เพราะต้นทุนสูงขึ้น วอนรัฐเร่งแก้ต้นตอราคาน้ำมัน

น้ำมันแพง ล้งไม่มารับซื้อ ชาวสวนประกาศขายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง กก.ละ 2 บาท ดีกว่าปล่อยหล่นจากต้น

ปัญหามะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ที่ จ.พิษณุโลก กำลังประสบปัญหาราคาตก โดยเฉพาะที่ อ.วัดโบสถ์ ซึ่งมีเกษตรกรปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง กระจายตามตำบลต่างๆ กันจำนวนมาก ขณะนี้กำลังได้รับผลกระทบ ราคามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองตกต่ำ

'เชาว์' ฟาดโฆษกรบ.โต้ 'อภิสิทธิ์' เบี่ยงเบน-บิดเบือน เหน็บออกจากปชป.ลืมหลักการความแม่นยำ

นายเชาว์ มีขวด ทนายความ และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สแกนคำชี้แจงโฆษกรัฐบาล โต้ "อภิสิทธิ์" เบี่ยงเบน-บิดเบือน น่าผิดหวัง

'รสนา' ทวงสิทธิ์เงินค่าสำรองน้ำมัน 34,000 ล้านบาท เรียกร้องไม่อิงสิงคโปร์ ไม่ต้องชดเชย

นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊กว่า

'อ.อัจฉราวดี' ปลง! สาดน้ำสงกรานต์จบก็ต้องปวดหัวและเตรียมรับมือน้ำมันแพงและเศรษฐกิจที่ถูกสั่นคลอนกันต่อไป

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความว่า สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกหลังจากการเจรจาล้มเหลว ไม่เฉพ

สงกรานต์ปัตตานีคึกคัก คนแห่รวมตัวเล่นน้ำถนนข้าวยำแน่นขนัด ปีนี้น้ำมันแพงใช้รถกระบะสาดน้ำน้อยลง

บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะบริเวณถนนมะกรูด หรือที่รู้จักกันในชื่อ ถนนข้าวยำ เขตอำเภอเมืองปัตตานี ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางออกมาเล่นสาดน้ำคลายร้อนกันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด