9 พ.ย.2567 - ที่วัดคลองครุ (ปัฐวิกรณ์) เขตคันนายาว กทม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา กล่าวถึงกรณี เคยไปร่วมงานวันเกิดของภรรยา และร่วมงานเปิดสำนักงานทนายความของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ว่ามีน้องรักที่ทำงานเพื่อสังคม ชวนไปแสดงความยิน ไม่ได้มีความสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัว ซึ่งเกิดขึ้นสมัยนานมาแล้ว ไม่มีนัยยะอะไรเลย และถือเป็นการรู้จักครั้งแรกกับทนายตั้ม จากนั้นตนก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกันเลย ซึ่งตอนนั้นก็เดินทางไปในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ
เมื่อถามต่อว่าทนายตั้มมักจะอ้างว่าได้รู้จักกับผู้ใหญ่บ้านเมือง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวยืนยันว่า ตนไม่มีความผูกพันและไม่เคยคุยส่วนตัวกับทนายตั้มเลย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ธรรมนัส' ไม่กังวล พร้อมให้โอกาส 'ชนนพัฒฐ์' พิสูจน์ตัวเอง พัวพันคดีเว็บพนัน
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
สืบพยานต่อวันที่สาม คดี 'ทนายตั้ม' ฉ้อโกง-ฟอกเงิน 'เจ๊อ้อย' มั่นใจพยานหลักฐาน
ศาลอาญาสืบพยานคดีทนายตั้มฉ้อโกง–ฟอกเงิน วันที่ 3 ”ปานเทพ “ มั่นใจพยานหลักฐาน ทนายตั้มขึ้นซักค้านเอง ”เจ๊อ้อย“ยันเอาเรื่องสุดซอย
ศาลแพ่งอนุญาตให้อายัดทรัพย์ 'ทนายตั้ม-ภรรยา' รอคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
หลังจากศาลแพ่ง มีคำพิพากษา ยกคำร้องอัยการ ขอริบทรัพย์ “ทนายตั้ม-ภรรยา”ในคดีฉ้อโกง น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย เหตุพยานน้ำหนักน้อย โดยให้คืนทรัพย์ 74 ล้าน
'ธรรมนัส' เก็บตัวเงียบ ยังไม่เข้า ก.เกษตรฯ หลังกลับถึงไทยแล้ว
สำหรับความเคลื่อนไหว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ภายหลังเดินทางกลับจากพักผ่อนที่ประเทศฟินแลนด์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
อัยการเจ้าของสำนวนคดีริบทรัพย์ 'ทนายตั้ม' เตรียมอุทธรณ์ทวงคืน 74 ล้าน
เปิดใจ "สุเทพ เยี่ยมศิริ" เจ้าของสำนวนคดีริบทรัพย์ตั้ม เผยไม่ได้เอาผู้เสียหาย-ตำรวจเบิกความเพราะมีเอกสารรับรองคำให้การอยู่เเล้ว ยืนยันทำหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ได้เข้าข้างใคร เตรียมคัดสำนวนเสนอ อธ.อัยการคดีพิเศษพิจารณาอุทธรณ์
ละเอียดยิบ! เปิดเหตุผล 'ศาลแพ่ง' สั่งคืนทรัพย์ 74 ล้าน ให้ 'ทนายตั้ม' คดีฉ้อโกงเจ๊อ้อย
เปิดเหตุผล "ศาลเเพ่ง" สั่งคืนทรัพย์ 74 ล้าน ให้ ทนายตั้ม-ภรรยา คดีฉ้อโกงเจ๊อ้อย ชี้พยานผู้ร้องเพียงปากเดียว ไม่ใช่ประจักษ์พยานรู้เห็น ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังข้อเท็จจริงข้อเท็จจริงจนเป็นที่ยุติได้

