แพทยสภาออกแถลงการณ์แจงเหตุร้องศาลปกครองเบรกโครงการ 'ร้านยาชุมชนอบอุ่น'

20 พ.ย.2567 – เพจแพทยสภาโพสต์แถลงการณ์แพทยสภา เรื่อง ความเข้าใจในกรณีการฟ้องศาลปกครอง เกี่ยวเนื่องกับ โครงการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 16 กลุ่มอาการโดยเภสัชกรร้านยา ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีเนื้อหาว่า

กรณีที่แพทยสภาใช้กระบวนการยุติธรรรมทางปกครองกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) และสภาเภสัชกรรม เรื่องประกาศของ สปสช. ให้ประชาชนที่มีภาวะเจ็บป่วยเล็กน้อยใน 16 กลุ่มอาการไปรับยาจากเภสัชกรในโครงการ "ร้านยาชุมชนอบอุ่น" ได้นั้น แม้ว่าจะเป็นแนวทางที่มีประโยชน์กับประชาชนในแง่การได้รับยาได้รวดเร็ว และยังอาจช่วยลดความแออัดโนโรงพยาบาลได้ แต่แนวทางดังกล่าว แทนที่ประชาชนส่วนหนึ่งที่เจ็บป่วยจะได้รับการตรวจ รักษา บำบัด เยียวยา อย่างถูกต้องและตรงตามสมมติฐานของโรคอันแท้จริง แต่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น การให้ยาตามอาการแต่อาจไม่ตรงกับโรค ทำให้โรคซับซ้อนขึ้นจนอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ จนถึงมีอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงและเพิ่มโอกาสในการดื้อยาอันยากต่อการรักษา

แพทยสภามีความตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง จึงมีความจำเป็นต้องขออำนาจศาลปกครองเพื่อให้เกิดการ "หยุดและทบทวน" เพื่อคุ้มครองประชาชน

ประเด็นปัญหาสำคัญคือ ประกาศฉบับดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนว่าให้เภสัชกรเป็นผู้วินิจฉัยและใช้ดุลพินิจในการจ่ายยาหลายประเภท ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่อาจนำอันตรายอย่างร้ายแรงมาสู่คนไข้โดยไม่คาดคิด เช่น กรณีปวดหัว ปวดท้อง อาจคิดว่าเป็นอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ซึ่งปวดหัวอาจเป็นอาการนำของเส้นเลือดในสมองแตก การปวดท้องอาจเป็นอาการนำของโรคไส้ติ่งแตก หรือเส้นเลือดแดงใหญ่ปริแตก อาการดังกล่าวจึงควรได้รับการตรวจและวินิจฉัยโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและเร่งด่วน คนไข้จะมีช่วงเวลาจำกัดที่ต้องได้รับการรักษาเพื่อช่วยชีวิต ดังนั้นการจ่ายยาโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงในอาการที่ไม่ได้รับการตรวจ ย่อมไม่สามารถวินิจฉัยแยกโรคหรือวินิจฉัยได้แต่ล่าช้า เสียโอกาสในการรักษา จนนำไปสู่อันตรายต่อชีวิตได้ ซึ่งมีหลายโรคที่แม้อาการนำแรกเริ่มจะดูเล็กน้อย แต่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจำเป็นต้องตรวจหาสาเหตุเพื่อรักษาได้อย่างถูกต้อง ที่สำคัญขั้นตอนการตรวจร่างกาย และการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำเป็นกระบวนการที่อยู่นอกเหนือขอบเขตวิชาชีพของเภสัชกร แม้ในบางประเทศมีระบบให้คนไข้ไปพบเภสัชกร ก่อนพบแพทย์ จะต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการดูแลผู้ป่วยร่วมกันระหว่างแพทย์และเภสัชกร ภายใต้ข้อตกลงร่วมกันในการแยกโรคที่มีภาวะรุนแรงออกไปจนเหลือโรค หรือภาวะที่เภสัชกรสามารถจ่ายยาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งต่างจากในประกาศฉบับนี้

ที่ผ่านมาแพทยสภาได้พยายามหาทางออกร่วมกับ สปสช. และสภาเภสัชกรรม เพื่อปรับเปลี่ยนรายละเอียดของประกาศที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุด คือเพื่อความปลอดภัยของประชาชน อย่างไรก็ตาม ความพยายามดังกล่าวยังไม่ประสบผลสำเร็จ แพทยสภาจึงมีความจำเป็นต้องใช้กระบวนการยุติธรรมของศาลปกครองเพื่อ "หยุดและทบทวน" โครงการให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐานเป็นสำคัญ

แพทยสภายินดีที่จะร่วมมือกับสภาเภสัชกรรม และ สปสช. เพื่อสร้างระบบการรักษาที่มีมาตรฐาน เข้าถึงง่าย ปลอดภัย เพื่อประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกๆคน

อนึ่ง เนื่องจากเรื่องดังกล่าวในขณะนี้อยู่ในศาลปกครองแล้ว การให้รายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ จึงสมควรกระทำด้วยความระมัดระวัง เพื่อมิให้เกิดเป็นประเด็นในกระบวนการพิจารณาของศาล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พี่ศรี' กัดไม่ปล่อย ยื่นแพทยสภา สอบเพิ่ม 13 หมอ เอี่ยวทักษิณนอนชั้น 14 รพ.ตำรวจ

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นเอกสารข้อมูล(เพิ่ม) หลังจากที่แพทยสภามีหนังสือขอข้อมูลประกอบการพิจารณาการสอบสวนจริยธรรมกลุ่มแพทย์ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร

คนกรุงเทพฯ มอบอำนาจ 'ศรีสุวรรณ' ฟ้อง 'ผู้ว่าฯชัชชาติ' เหตุปล่อยให้ กทม.จมฝุ่นพิษ PM2.5

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากชาวบ้านในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร(กทม.) เดินทางมายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ฟ้องนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ฐานละเลยต่อหน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ

ชั้น14พ่นพิษ! 'ผบ.ตร.' เซ็นคำสั่งเด้ง 'หมอใหญ่รพ.ตำรวจ' ช่วยราชการ ศปก.ตร.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)  มีหนังสือคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจช่วยราชการ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี รัฐบาลเตือน 7 กลุ่มเสี่ยง รีบฉีดภายใน 31 ส.ค.

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ย้ำเตือนคนไทย 7 กลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิการรักษา