ดร.นิว อัด ‘ปิยบุตร’ ผุดวาทกรรมพลัง 2 ขั้ว มอมเมาสติปัญญา!

30 พ.ย.2567 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเรื่อง “สองขั้วแหกตาประชาชนของปิยบุตร” ระบุว่าตามที่ปิยบุตรออกมาชี้นำทางความคิดว่าการเมืองไทยในปัจจุบันได้แบ่งออกเป็นสองขั้ว ขั้วพลังใหม่และขั้วพลังเก่า นับเป็นการชี้นำที่บิดเบือนแหกตาประชาชนอย่างถึงที่สุด กลายเป็นโซ่ตรวนทางความคิดชิ้นใหม่ที่ปิยบุตรนำออกมาล่ามและสนตะพายบรรดาไพร่ทาสทางความคิดของเขาทั้งหลาย ปิยบุตรไม่เคยให้แสงสว่างทางปัญญา จะมีก็แต่ความมืดมนแห่งอวิชชาเท่านั้น ไม่ต่างจากที่เขาชี้นำทางความคิดให้คนรุ่นใหม่ทำผิดติดคุกติดตะรางแทนตัวเองมาโดยตลอด

ขั้วพลังใหม่และขั้วพลังเก่า จึงถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อมอมเมาทางสติปัญญาและถ่วงความเจริญทางความคิดให้ติดยึดกับภาพลวงตา เพราะความจริงขั้วพลังใหม่และขั้วพลังเก่าเป็นเพียงแค่วาทกรรมแหกตาประชาชนที่ถูกสำรอกออกมาปกปิดความจริงเอาไว้เท่านั้น ทั้งๆ ที่ความจริง คือ ขั้วนายทุนใหม่และขั้วนายทุนเก่า ซึ่งล้วนแต่เป็นนายทุนที่เห็นประชาชนเป็นหมากเบี้ยหรือบันไดสู่อำนาจ ต่างกันก็แค่จิตวิทยาและวิธีการฉ้อฉลให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงจากการเลือกตั้ง

พรรคประชาชนเป็นขั้วพลังใหม่หรือเป็นเพียงแค่ขั้วนายทุนใหม่กันแน่ เชื่อว่าประชาชนทั่วไปจริงๆ คงรู้เท่าทันและมองออกทันทีว่าพรรคประชาชนแท้จริงเป็นพรรคของใคร? หรือตระกูลใด? ขนาดที่ตั้งของพรรคประชาชนยังอยู่ใต้คณะก้าวหน้า พรรคประชาชนอยู่ชั้น 4 เหนือขึ้นไปก็มีคณะก้าวหน้าอยู่ชั้น 5 ของตึกเดียวกัน จากพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคก้าวไกลใต้คณะก้าวหน้า จนกระทั่งมาเป็นพรรคประชาชนใต้คณะก้าวหน้า ตกอยู่ภายใต้อุ้งตีนของใครมาโดยตลอดหรือ?

สุดท้ายปิยบุตรก็แค่ซ้ายจัดดัดจริต แถมยังจะดัดจริตที่สุดตรงที่เป็นซ้ายตกขอบชอบนั่งจิบไวน์ และคอยกราบกรานรับใช้นายทุนอยู่บนหอคอยงาช้างอย่างสุขสบาย ขณะเดียวกันก็ทำนาบนสมองคนไม่ต่างจากไพร่ทาสทางความคิด ประดิษฐ์วาทกรรรมชี้นำดูถูกสติปัญญาสาวกไม่จบสิ้น เพราะปิยบุตรไม่เคยเปิดเผยสภาพจริงทางการเมืองไทยที่ขั้วนายทุนใหม่และขั้วนายทุนเก่าต่างช่วงชิงอำนาจรัฐกัน โดยที่ประชาชนยังคงเป็นเบี้ยล่างและมีอำนาจในคูหาเลือกตั้งเท่านั้น

ตราบใดที่ยังมีคนหลงเชื่อปิยบุตร ชุดความคิดเช่นขั้วพลังใหม่และขั้วพลังเก่าก็จะปิดกั้นการรับรู้สภาพการเมืองไทยตามความเป็นจริง การเมืองไทยจะยังคงล้าหลังตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ของการแย่งชิงอำนาจรัฐระหว่างขั้วนายทุนใหม่และขั้วนายทุนเก่า อำนาจอธิปไตยยังเป็นของนายทุน หาใช่ประชาชนไม่ สุดท้ายแม้แต่การนำคำว่า "ประชาชน" มาตั้งเป็นชื่อพรรคการเมือง จึงเป็นการแอบอ้างแบบเหมารวมที่กลายเป็นการด้อยค่าคำว่า "ประชาชน" เสียเองอย่างฉกาจฉกรรจ์ที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อานนท์' แท็กถึง 'ปิยบุตร' ค้านนิรโทษกรรม ม.112 แนะขอพระราชทานอภัยโทษได้

รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ โพสต์ข้อความแท็กถึง "ปิยบุตร แสงกนกกุล" คัดค้านข้อเสนอให้นิรโทษกรรมผู้กระทำผิดมาตรา 112 ที่เป็นเยาวชน ระ

'ปิยบุตร' เสนอ 5 ข้อถึง 'อนุทิน' คลายปมคดี ม.112 หลังสภาไม่นิรโทษกรรม

"ปิยบุตร แสงกนกกุล" เสนอ 5 แนวทางถึงนายกรัฐมนตรี หลังรัฐสภาผ่านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมโดยไม่รวมคดีมาตรา 112 แนะตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองคดี วางแนวทางให้ตำรวจและอัยการใช้ดุลพินิจ

สงครามตำราบนหอคอยงาช้าง 'ศิษย์มาร์กซ์' ซัดกันเองในสมรภูมิการเมืองไทย

หาก “คาร์ล มาร์กซ์” ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในภูมิทัศน์การเมืองไทยร่วมสมัย เขาอาจต้องขยี้ตาตัวเองหลายครั้งด้วยความฉงน เพราะสิ่งที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ในเวลานี้ ไม่ใช่การรวมตัวของชนชั้นกรรมาชีพเพื่อปฏิวัติโครงสร้างส่วนบนแต่อย่างใด

‘ปวิน’ ถือหาง ‘เก่งกิจ’ หยาม ‘ปิยบุตร’ เมาไวน์ราคาถูก ด่ากราดกลางดึก!

“ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” โพสต์ให้กำลังใจ “เก่งกิจ กิติเรียงลาภ” หลังปะทะคารมกับ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ปมวิจารณ์บทบาทนักการเมืองกับการใช้ทฤษฎีทางการเมือง พร้อมเหน็บแรงว่าอีกฝ่าย “ด่ากราดกลางดึก” และ “เมาเพราะกินไวน์ราคาถูก”

เอาแล้ว ‘ปิยบุตร’ สุดทน! สวนเดือดนักวิชาการสายมาร์กซิสต์ ท้าลงสนามจริงสักครั้ง

“ปิยบุตร แสงกนกุล” เดือดหลังถูกพาดพิงปมการเมืองไทยมีคนเจ็บและเสียชีวิต ซัดกลับนักวิชาการสายมาร์กซิสต์ชื่อดัง ขอให้นำทฤษฎีที่เขียนและสอนมาตลอดมาปฏิบัติจริงผ่านการตั้งพรรคและลงสนามการเมือง แทนการวิจารณ์อยู่ภายนอก

‘ปิยบุตร’ วอนแยกความเห็นของตนออกจากพรรคส้ม

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า มีผู้วิจารณ์ และก่นด่าการแสดงความเห็นของผมกันมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี