รัฐบาล ยกโพลสนง.สถิติแห่งชาติ ชี้ประชาชนร้อยละ 87 พอใจ 'แจกเงินหมื่น'

3 ธ.ค.2567 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ระหว่างวันที่ 4 – 22 พ.ย.67 ดังนี้

1.การสำรวจความต้องการของประชาชน พ.ศ. 2568 (ของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล) เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ความพึงพอใจ และ ความเชื่อมั่นในการบริหารงานของรัฐบาล ใช้แผนการเลือกตัวอย่างแบบ Stratified Two-Stage Sampling เก็บรวบรวมข้อมูล โดยส่งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ไปสัมภาษณ์ประชาชนตัวอย่างที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 31,500 ราย สรุปผลประชาชนตัวอย่าง ดังนี้

ประชาชนมีความพึงพอใจในภาพรวมต่อโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มี บัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการในระดับมาก – มากที่สุด ร้อยละ 87.7 (มากร้อยละ 47.8 และมากที่สุดร้อยละ39.9) ร้อยละ 47.8 ระบุว่ามีความพึงพอใจฯ ในระดับมาก ร้อยละ 11.2 ระบุว่ามีความพึงพอใจฯในระดับปานกลาง ร้อยละ 0.9 ระบุว่ามีความพึงพอใจฯ ในระดับน้อย และร้อยละ 0.2 ระบุว่ามีความพึงพอใจฯ ในระดับน้อยที่สุด

นายจิรายุ กล่าวว่า โดยความคิดเห็นของประชาชนที่ได้รับสิทธิในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 เก็บรวบรวมข้อมูลประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่ได้รับสิทธิในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 31,500 ราย (ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 26,469 ราย และคนพิการจำนวน 5,031 ราย) สรุปผลประชาชนตัวอย่าง ดังนี้ ประชาชนร้อยละ 75.8 ระบุว่านำเงินไปใช้จ่าย ขณะที่ร้อยละ 12.8 ระบุว่านำไปชำระหนี้สินและร้อยละ 11.4 ระบุว่าเก็บออมไว้ สำหรับประชาชนที่นำเงินไปใช้จ่าย ร้อยละ 95.1 ระบุว่านำเงินไปซื้ออาหารและเครื่องดื่ม เช่น ข้าวสาร หมูสด เป็นต้น ในสัดส่วนที่สูงที่สุด รองลงมา ได้แก่ ซื้อของใช้ในครัวเรือน เช่น ผงซักฟอก สบู่ เป็นต้น (ร้อยละ 89.1) ชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา เป็นต้น (ร้อยละ 57.2)ชำระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น น้ำมัน แก๊ส เป็นต้น (ร้อยละ 26.7 ) และให้คนในครอบครัวหรือญาติไว้สำหรับใช้จ่าย (ร้อยละ 26.3)

นายจิรายุ กล่าวว่า สำหรับสถานที่ที่ประชาชนที่นำเงินไปใช้จ่าย ร้อยละ 96.3 ระบุว่านำเงินไปใช้จ่ายที่ร้านค้าในชุมชน/ร้านขาย ของชำในสัดส่วนที่สูงที่สุด รองลงมา ได้แก่ หาบเร่ แผงลอยทั่วไป/ในตลาด (ร้อยละ 70.9) ร้านสะดวกซื้อ/มินิมาร์ททั่วไป เช่น 7-Eleven Mini Big C เป็นต้น (ร้อยละ 54.1) ดิสเคาท์สโตร์/ซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น Big C Tesco Lotus Tops เป็นต้น (ร้อยละ 18.4) ประชาชน ร้อยละ 21.1 ระบุระยะเวลาที่ใช้เงิน 10,000 บาทน้อยกว่า 1 เดือน ส่วนร้อยละ 60.5 ใช้เงิน 1- 3 เดือน ร้อยละ 13.7 ใช้ 4 – 6 เดือน และร้อยละ 4.7 ใช้มากกว่า 6 เดือน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ธนพร” ชี้รับมือน้ำท่วมน่านเป็นระบบขึ้น ชมรัฐบาลวาง Single Command–เตรียมงบล่วงหน้า มอง “อนุทิน” ใจกว้าง เปิดพื้นที่พรรคร่วมทำงานเต็มที่

รศ.ดร.ธนพร ศรียางกูร นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านว่า หากเปรียบเทียบกับเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา ทั้งแม่สาย หาดใหญ่ และปัตตานี จะเห็นว่าการบริหารจัดการภัยพิบัติของภาครัฐในครั้งนี้มีความเป็นระบบมากขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะยังมีปัญหาและข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุง แต่ระดับความโกลาหลลดลง

เปิดฟังความเห็นกติกาใหม่ คุมแอปเรียกรถ-ส่งอาหาร ก่อนประกาศใช้ ก.ย.

รัฐบาลเปิดรับฟังความเห็นกติกาใหม่ คุมแอปเรียกรถ–ส่งอาหาร จับตาพ่วงงานแต่ลดค่ารอบ–GPS คลาดเคลื่อน–หน้าจอชวนเข้าใจผิด ยันต้องเป็นธรรมไม่เอาเปรียบ คาดประกาศใช้ได้ภายใน ก.ย.นี้

'ไทย-นิวซีแลนด์' ชื่นมื่น! ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เพิ่มการค้า 3 เท่า

ไทย–นิวซีแลนด์ ยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ 'นายกฯ อนุทิน – ลักซอน' ตั้งเป้าการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท ฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์

'ยามะเร็งพระราชทาน' ส่งถึงรพ.แล้ว 2.88 พันกล่อง คาด ต.ค. กระจายครบ

รัฐบาลเผยยามะเร็งพระราชทาน 'IMCRANIB' กระจายให้โรงพยาบาลแล้ว 2,880 กล่อง ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองได้รับยาแล้ว 215 ราย คาดกระจายครบ 23,000 กล่อง ภายในเดือนตุลาคม

รัฐบาลจับมือออมสินหั่นดอกเบี้ย ช่วยครู 2.8 แสนบัญชี ปลดหนี้ไวขึ้น

ศธ.–สกสค.–ออมสิน ผนึกกำลังช่วยครูแก้หนี้ กว่า 2.8 แสนบัญชี ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงิน สร้างภูมิคุ้มกันครูกลับสู่วงจรหนี้ในระยะยาว