
กสม. เผยผลการตรวจสอบโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ จ.สงขลา ระบุขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย แนะศอ.บต. แก้ไข
27ธ.ค.2567 - นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีมติให้หยิบยกเรื่อง การดำเนินโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” และการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณที่ตั้งโครงการ ขึ้นตรวจสอบเนื่องจากอาจขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และการดำเนินโครงการอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และชุมชน ประกอบกับผู้ร้องคือเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ได้ร้องเรียนว่าการดำเนินโครงการดังกล่าว ไม่ได้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงได้ดำเนินการตรวจสอบ
กสม. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า เรื่องดังกล่าวมีประเด็นที่ต้องพิจารณา 3 ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่หนึ่ง สิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาโครงการ เห็นว่า โครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลาฯ เป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการพัฒนาเชิงพื้นที่ให้มีความเข้มแข็งและเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนล่าง มุ่งเน้นการลงทุนของภาคเอกชนเป็นสำคัญ โดยมีแผนงานประกอบด้วย ท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 การสร้างรางรถไฟเชื่อมโยงท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 การพัฒนาพลังงานไฟฟ้าทางเลือก และนิคมอุตสาหกรรม หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบหลักการของโครงการ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 แม้ผู้ถูกร้อง คือ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะผู้เสนอโครงการจะได้จัดการมีส่วนร่วมของประชาชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 แล้ว แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก เช่น การใช้ที่ดินจำนวนมากเพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ระบบขนส่งและคมนาคม การใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลเพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบในด้านต่าง ๆ รัฐจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาโครงการ โดยดำเนินกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างอิสระ แข็งขัน และมิใช่เพียงดำเนินการในเชิงกระบวนการเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการมีส่วนร่วมในเชิงเนื้อหาโดยมีส่วนร่วมตัดสินใจกับรัฐในการจัดการทรัพยากรและการกำหนดทิศทางการพัฒนาในท้องถิ่นของตน
ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบสรุปได้ว่า ขณะที่ ศอ.บต. ขับเคลื่อนโครงการและจัดการมีส่วนร่วมของประชาชน มีกลุ่มประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินโครงการ เนื่องจากพบว่า มีกระบวนการรวบรวมที่ดินเพื่อขายให้บริษัทเอกชนรายใหญ่และเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินให้กับเอกชนเพื่อดำเนินโครงการ รวมทั้งมีการเตรียมการแก้ไขข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่จากที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมเป็นประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า จึงนำไปสู่การคัดค้านร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยปรากฏว่าการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 มีการล้อมรั้วลวดหนามสถานที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารตั้งด่านสกัดไม่ให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยเข้าร่วมเวที ประกอบกับในการอนุมัติโครงการเกิดขึ้นในรัฐบาล คสช. การที่ ศอ.บต. ในฐานะผู้ถูกร้องเป็นหน่วยงานที่มีภาพลักษณ์การทำงานใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เป็นผู้ดำเนินการจัดการมีส่วนร่วมของประชาชนของโครงการเอง จึงอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบ ในชั้นนี้จึงเห็นว่า การจัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการดังกล่าวยังไม่สอดคล้องกับหลักการและสิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนที่รัฐต้องให้หลักประกันสิทธิดังกล่าวว่าผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการตั้งแต่เริ่มต้นอย่างเท่าเทียม ครอบคลุม มีอิสระและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และปราศจากการบังคับหรือกีดกัน
ประเด็นที่สอง การวางและจัดทำผังเมืองรวมจะนะ เห็นว่า การที่ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 ให้แก้ไขข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในอำเภอจะนะ จากพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) เป็นประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า อาจนำมาซึ่งการประกอบกิจการที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่อย่างสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งเดิมเป็นพื้นที่สีเขียว แม้ในการพิจารณาของ ครม. ในครั้งนั้นจะมีการอ้างอิงถึงผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะฯ แต่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวยังไม่เป็นที่ยอมรับร่วมกันของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ ดังนั้น การวางและจัดทำผังเมืองรวมจะนะโดยแก้ไขข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินจากพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม เป็นประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 จึงสุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่การละเมิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน
และประเด็นที่สาม กรณีร้องเรียนว่ามีกระบวนการรวบรวมที่ดินเพื่อขายให้แก่บริษัทเอกชนรายใหญ่เพื่อใช้ดำเนินโครงการ นั้น เห็นว่า เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงแล้ว จึงเห็นควรยุติเรื่องในประเด็นนี้ และติดตามผลการดำเนินการของ ป.ป.ช. ต่อไป ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 39 (3) อย่างไรก็ตาม กสม. ได้ทราบว่าหลังจากที่เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อ ครม. ให้ยุติการดำเนินโครงการดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ครม. ได้มีมติมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดให้มีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) และแผนแม่บทต่าง ๆ โดยให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และให้รับข้อเสนอของภาคประชาชนไปพิจารณา เป็นผลให้กระบวนการขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบฯ ชะลอออกไป โดยปัจจุบันสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอยู่ระหว่างดำเนินการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) กรณีนี้จึงเห็นว่า เป็นเรื่องที่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมแล้ว
ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
(1) ให้ ศอ.บต. ดำเนินกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการพัฒนาหรือขับเคลื่อนโครงการที่มีลักษณะอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม โดยประสานความร่วมมือกับสถาบันหรือองค์กรที่มีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมโดยเฉพาะและเป็นที่ยอมรับไว้วางใจของประชาชนในพื้นที่ทุกภาคส่วน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ รวมถึงร่วมตัดสินใจ
(2) ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา วางและจัดทำผังเมืองรวมจะนะให้สอดคล้องกับผลการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ที่อยู่ระหว่างดำเนินการของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของบริบทพื้นที่และการคุ้มครองความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักประกันในการรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี
(3) ให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินำเครื่องมือการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) และการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UNGPs) มาประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายหรือการพัฒนาโครงการที่อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นวงกว้าง เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งนี้ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพและบริบทของสังคมในแต่ละพื้นที่ ลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน และกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ สั่ง 'ศอ.บต.' เยียวยาใต้ ดูแลทุกเคสไม่ให้ตกหล่น
นายกฯ สั่ง ศอ.บต. ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ–ส่งทีมดูแลถึงพื้นที่ชายแดนใต้ เปิดสายด่วน 1880 ติดตามทุกเคสไม่ให้ตกหล่น
'เอ็นจีโอ' สวนกลับ 'พิพัฒน์' เมาหมัดไม่ทำการบ้าน ชี้นิคมจะนะ ตั้งกก.ศึกษาได้ข้อสรุปก่อนครม.รับทราบ
'บรรจร นะแส' สวนกลับ 'พิพัฒน์' เมาหมัด ไม่ทำการบ้านกล่าวหาไทยติดกับดักเอ็นจีโอ แจงนิคมอุตสาหกรรมจะนะ รัฐบาลลุงตู่ตั้งกรรมการศึกษา ใช้งบฯ 28 ล้าน จัดเวที 80 เวที มีผู้เข้าร่วม 6 พันกว่าคน ถึงได้ข้อสรุปก่อนออกมา ครม.ก็รับทราบ
'นายอำเภอบ้านค่าย' ไม่กล้ายืนยันที่มาเสียงระเบิดระงมเมืองระยอง
นายอำเภอ ไม่กล้ายืนยันเสียงระเบิดสนั่นเมืองระยอง ชาวบ้านผวาแจ้งเบาะแส หินที่ระเบิดในเขตนิคมอุตสาหกรรม WHA ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย ได้มีนายทุนขนหินออกมากองไว้ภายนอกนเขตนิคมกองมหึมา พบรอยการเจาะรูใส่ดินระเบิด
กสม. ยื่นนายกฯทบทวนการยุบเลิกธนาคารที่ดิน ปรับปรุงกลไกการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ
กสม. มีหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนการยุบเลิกธนาคารที่ดินและปรับปรุงกลไกการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินของประเทศ เพื่อคุ้มครองสิทธิเกษตรกรยากไร้
อย่ายุบศอ.บต.! 'ดร.นพดล' เสนอยุทธศาสตร์ใต้ร่มเย็นยุคใหม่ ต่อยอดที่เคยสำเร็จ สู่ความวางใจของปชช.
ดร.นพดล ชี้ชายแดนใต้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนจากการควบคุมเมื่อเกิดเหตุ ไปสู่การ ถอนรากถอนโคนระบบความรุนแรง
กนอ.จี้ “อมตะซิตี้ ระยอง - อมตะ ยู” ล้อมคอกน้ำเสียปนเปื้อนลงคลองสาธารณะ
กนอ.คุมด่วน แจ้งผู้พัฒนา “อมตะซิตี้ ระยอง - อมตะ ยู” บังคับใช้ 6 มาตรการเข้ม หลังตรวจพบปัญหาน้ำเสียและโคลนจากการก่อสร้างทะลักลงคลองสาธารณะในพื้นที่อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง สั่งบล็อคน้ำสปริงเกอร์ขุ่นมีกลิ่นทันที ย้ำชัดโครงการส่วนขยายระยะที่ 6 ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ EIA และยึดหลักมาตรการไร้การระบายน้ำทิ้งออกนอกพื้นที่

