ผู้ว่าฯกทม. ยันไม่ยกเลิกค้นหาผู้รอดชีวิต ตึก สตง.ถล่ม พบตำแหน่ง 30 คนติดค้างในอาคาร

“ชัชชาติ” เผย ค้นหาตำแหน่งผู้ติดค้างในตึก สตง.ถล่ม ได้แล้ว 30 ราย เสียชีวิต 8 ราย ผู้รอดชีวิต 8 ราย ยันเดินหน้าค้นหาต่อไม่มีหยุด ชี้หน้างานจัดระเบียบเป็นไปตามแผน ตั้งเป้าเปิดทางด่วนดินแดงให้ได้วันจันทร์ ยอมรับเป็นงานยาก หลังชิ้นส่วนเครนติดค้าง

29 มีนาคม 2568 - เมื่อเวลา 16.10 น. ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหว ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้ลงพื้นที่ไปบริเวณที่ตึกถล่ม จตุจักร และจากการที่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ซึ่งมีผู้ปฏิบัติงานในอาคาร 96 คน เสียชีวิต 8 คน รอดชีวิต 8 คน เดินมารายงานตัว 1 คน สูญหาย 79 คน ค้นหาตำแหน่งได้แล้ว 30 คนที่อยู่ในตึกคร่าวๆ เหลืออีก 49 คนที่ยังหาตำแหน่งไม่ได้

ส่วนการดำเนินการจัดการ กรณีที่มีคนร้องเรียนว่ามีการบริหารจัดการหน้างานไม่มีระเบียบนั้น ข้อเท็จจริงคือตนได้เข้าไปดูตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ข้างนอกงานอาจจะดูวุ่นวาย อาจจะมีผู้สื่อข่าวมากันเยอะ แต่พอเข้าไปในรั้วพื้นที่ปฏิบัติงานยืนยันว่ามีการปฏิบัติงานที่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง มีผอ.สำนักป้องกันบรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร เป็นหัวหน้าการปฏิบัติการ หน่วยทหาร และกู้ภัยต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือหนัก เมื่อได้รับการร้องขอก็พร้อมที่จะรับการปฎิบัติหน้าที่

ขณะนี้อยู่ในกระบวนการที่จะเอาเครื่องมือมือหนัก เข้าไปปฏิบัติการ เพราะยังติดเรื่องของเศษชิ้นส่วนต่างๆที่ทำให้ไม่สามารถเจาะได้ ต้องทยอยเอาชิ้นส่วนออก เพื่อจะเจาะรูให้เข้าไป และเมื่อเจาะรูแล้วก็จะเช็คได้ว่ามีผู้รอดชีวิตหรือไม่ ก่อนจะนำสุนัข K9 เข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อยืนยันและค่อยขุดเข้าไป

นายชัชชาติ กล่าวว่า ตอนนี้ยังคงดำเนินการค้นหาเพื่อช่วยชีวิต ยังไม่หมดความหวัง พยายามเดินหน้าให้มากที่สุด ทุกคนทำอย่างเต็มที่ เรายังเชื่อว่า มีผู้รอดชีวิต โดยเฉพาะบริเวณชั้นล่างที่เป็นอาคารใต้ดิน เมื่อยุบลงมาอาจจะมีโพลงก็อาจจะยังมีคนที่ติดอยู่ได้ ขณะนี้อุปกรณ์ไม่ถือว่าขาด กระบวนการเป็นไปตามแผนและมาตรฐาน แต่ต้องใช้เวลา เพราะมีความไม่เสถียรของตัวอาคารสร้างอาคาร

นายชัชชาติ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้านายกรัฐมนตรีได้สั่งทางกรุงเทพมหานคร 6 ข้อ คือ ประเด็นที่ 1 ให้ไปจัดการบริเวณหน้างานที่ตึกถล่มจตุจักร เนื่องจากมีการร้องเรียนจากหน่วยบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ที่รู้สึกว่าน้อยใจ ที่ไม่ได้เข้ามาร่วมปฏิบัติภารกิจ ซึ่งเมื่อเช้าตนได้เข้าไปเคลียร์ปัญหาเรียบร้อย มีการจัดการลงทะเบียนต่างๆ

ประเด็นที่ 2 คือเน้นย้ำให้มีการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะข้อมูลเรื่องต่างประเทศ เพราะมีชาวต่างชาติที่สนใจ บางทีเราอาจจะให้ข้อมูลภาษาไทยเยอะ ซึ่งก็อาจจะต้องมีข้อมูลที่จำเป็นและเชื่อถือได้ในภาคภาษาต่างประเทศด้วย รวมถึงภาษาเมียนมาและภาษาของบุคคลที่สูญหายด้วย

ประเด็นที่ 3 คือเรื่องการตรวจสอบอาคารขนาดขนาดใหญ่ ซึ่งกรุงเทพมหานครมีอำนาจอยู่แล้ว ในฐานะที่เป็นหัวหน้าหรือผู้อำนวยการการปฎิบัติการ ก็อาจจะมีคำสั่งออกไปเพื่อให้อาคารที่สูงและมีขนาดใหญ่ ได้มีผู้ตรวจสอบอาคาร ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ซึ่งนี่เป็นกรณีเร่งด่วนที่จะต้องให้มีการตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจและแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะอาคารขนาดใหญ่ก็ต้องรับผิดชอบตัวเองด้วย

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 4 คือ การเปิดเส้นทางการจราจรที่ดินแดง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรุงเทพมหานครคุยกับการทางพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนี่เป็นปัญหาหลัก เพราะทำให้รถติดมหาศาลปัญหาคือตัวเครนที่ห้อยอยู่ และจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการ โดยกรมโยธาธิการร่วมกับการทางพิเศษ โดยมีผู้รับเหมาเป็นเจ้าของอาคาร เป็นผู้ปฏิบัติการ ก็ต้องรับผิดชอบในการดำเนินการ ซึ่งคณะกรรมการก็เริ่มดำเนินการแล้ว ตนคิดว่าจะสามารถให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด แต่เรื่องนี้นั้นไม่ง่าย เพราะเครนที่ห้อยลงมา มีน้ำหนักประมาณ 5 ตัน ซึ่งอยู่ติดกับทางด่วน หากเกิดการรื้อถอน แล้วตกลงมาที่ทางด่วนก็จะยิ่งมีอุปสรรคมากขึ้นเป้าหมายคือจะเปิดในวันจันทร์ (31 มี.ค.) ให้ได้ แต่ก็ต้องรอตามสถานการณ์

ประเด็นที่ 5 เรื่องการช่วยเหลือจากต่างประเทศ คืนนี้จะมีเครื่องเอ็กซเรย์มาจากอิสราเอล และจะถึงประมาณเที่ยงคืน พร้อมทั้งหน่วยต่างๆที่จะเข้าช่วยเหลือ โดยจะมีกรุงเทพมหานครเป็นผู้ประสานงาน ตอนนี้มีหลายประเทศที่อยากจะเข้ามาช่วยเหลือ

และประเด็นที่ 6 เรื่องการสอบสวนการผิดพลาด สาเหตุที่ตึกถล่มคืออะไร นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมโยธาธิการเป็นผู้ร่วมในการสืบสวน โดยได้เริ่มเก็บข้อมูลทั้งหมดของอาคารดังกล่าว ซึ่งอาคารนี้เป็นอาคารราชการ เขาไม่ได้ขออนุญาตแต่แจ้งเพื่อทราบ ซึ่งก็เป็นปกติของอาคารราชการ

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ขณะนี้เริ่มคลี่คลายขึ้น เมื่อเช้ามีการส่งเจ้าหน้าที่วิศวกรอาสา เข้าไปตรวจตามที่ต่างๆ ซึ่งขณะนี้มีผู้ที่แจ้งเรื่องปัญหารอยร้าวต่างๆ รวมทั้งทั้งสิ้น 6,000 กว่าราย โดยจะมีการตรวจในเบื้องต้น ว่าอันไหนหนัก อันไหนเบา อันไหนที่หนักก็จะส่งทีมลงไปดู ก็ต้องทำอย่างจริงจัง โดยกรมโยธาธิการมาช่วยดูอาคารของราชการให้ ส่วนอาคารของเอกชนทางกรุงเทพมหานครและวิศวกรอาสาจะเป็นผู้ช่วยดูแล

เมื่อถามว่า เรายังคงปฏิบัติงานด้วยความเชื่อมั่นว่ายังมีผู้รอดชีวิตอยู่ใช่หรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า เราก็ต้องลุย ห้ามคิดอย่างอื่น ต้องคิดว่ามีผู้รอดชีวิต เพราะครอบครัวเขารออยู่ หน้าที่เราไม่ต้องคิดว่าจะมีคนรอดหรือไม่รอด แต่เราต้องหาคนรอดให้ได้ ต้องทำให้เต็มที่ จนเวลาหมดหรือมีสัญญาณอื่น ซึ่งเมื่อเช้าก็มีคนพูดว่าได้มีการสั่งยกเลิกปฏิบัติการ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะนำเครื่องมือหนักเข้า เพื่อเปิดทางให้เข้าไปกู้ชีพ และเราไม่มีนโยบายให้หยุดภารกิจเลย

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการตรวจสอบอาคาร เราได้มีการแบ่งระดับตาม ความหนักเบาของความเสียหาย เป็นสีเขียว เหลือง และแดง ซึ่งสีเหลืองจะให้ผู้เชี่ยวชาญไปตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่ง สีเขียวนั้นก็สามารถกลับเข้าไปใช้อาคารได้ ส่วนสีแดงไม่ต้องตกใจ เพราะผู้อยู่อาศัยทราบแล้ว ซึ่งเป็นคอนโดแถวสุขุมวิทและลาดพร้าว

ในขณะเดียวกันในวันนี้ก็ยังเปิดพื้นที่สวนสาธารณะบริการประชาชน สำหรับคนที่ยังไม่สบายใจ ซึ่งมีดนตรีในสวนแต่ก็ไม่ใช่การรื่นเริง แต่ก็อาจจะเกิดความสบายใจมากขึ้น ทั้งนี้ เราพยายามสร้างความเชื่อมั่นด้วยข้อเท็จจริง เราไม่ได้แค่พูดเฉยๆ แต่ก็ส่งทีมงานไปช่วยดู เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำที่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขนาดนี้ ตึก 100% ที่สร้างเสร็จแล้ว ไม่พังทลาย อยู่ได้ทุกคนอยู่อย่างปลอดภัย แต่ตึกที่พังคือตึกกำลังก่อสร้าง รวมถึงเครนที่กำลังก่อสร้างก็เป็นจุดอ่อนอยู่แล้ว หากเรามองบวกก็จะมีเรื่องที่บวกที่เกิดขึ้น

เมื่อถามว่า ใกล้จะถึงเทศกาลสงกรานต์แล้ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างไรหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ยืนยันเราจะทำให้ดีที่สุด หน้าที่ของกรุงเทพมหานคร คือลงมือ และพูดความจริง ไม่พูดอะไรที่เกินเลย เราเชื่อว่าความจริงจะนำความเชื่อมั่นกลับมาได้ และเราไม่ได้กังวลว่าเทศกาลสงกรานต์จะเป็นเช่นไร เพราะสุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าเราสร้างความเชื่อมั่นได้แค่ไหน การจัดการต่างๆก็ยังคงเดินหน้า ยังไม่มีปัญหาอะไร ชีวิตต้องก้าวต่อไป อย่างไรก็ตามเรื่องข้อมูลการก่อสร้างอาคารที่ถล่ม รอผู้เชี่ยวชาญมาตอบอีกครั้ง ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่กรมโยธาธิการ เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งสาเหตุของตึกถล่มนี้อย่าพึ่งไปคิด แต่เชื่อว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้จะนำมาปรับปรุงและพัฒนาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รับระบบประกันภัยพิบัติ อึ้ง 4.9 แสนครัวเรือน

รัฐบาลเผยผลสำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รองรับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน พบข้อมูลกว่า 4.9 แสนครัวเรือน

ระทึก! ฝนตกหนัก 'รถโม่ปูน' เสียหลักชนบ้าน คนขับดับคาที่

พ.ต.อ.เทวราช เอื้อวงษ์ประเสริฐ ผกก.สภ.ลืออำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ว่า เกิดอุบัติเหตุ บริเวณสี่แยกไฟแดงใจกลางอำเภอลืออำนาจ

แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 4.0 ก่อนตามมาอีก 2 รอบ

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวประเทศเมียนมา ขนาด 4.0 ขนาด 4.0 ความลึก 10 กิโลเมตร

รัฐบาลเร่งทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้เสร็จ ก.ย. นี้

รัฐบาลตั้งเป้าจัดทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย. เผยค่าเบี้ยประกันต่อปีน้อยกว่าวงเงินการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย

'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบมีมาตรฐานขั้นต่ำคุมเข้ม

'เอกนิติ' ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งมาตรฐานขั้นต่ำคุมไฟฟ้า-น้ำ-ผังเมือง-สิ่งแวดล้อม เปิดรับลงทุน ยันประชาชนไม่กังวลผลกระทบ

นักท่องเที่ยวอินเดียพลัดตกโรงแรมปริศนา ตร.เร่งเช็กวงจรปิด

ศูนย์วิทยุกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุชาวต่างชาติตกจากที่สูง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยบัวขาว 15 เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง