เลิกอีแอบ! ไล่บี้ทุกพรรคประกาศจุดยืน 'กาสิโน' เอาหรือไม่เอา

4 เม.ย. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ถามดังๆ จุดยืนต่อกาสิโน ของแต่ละพรรค

เมื่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีการลงมติการเรียงลำดับการเสนอญัตติ ซึ่งมติเสียงข้างมากเห็นด้วยให้ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอการเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระ โดยขอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติ จำนวน 5 ฉบับ ขึ้นมาพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป คือ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. เป็นลำดับแรก แสดงว่าพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะมีการพิจารณาในวันที่ 9 เมษายน ตามที่วิปรัฐบาลได้ประกาศไว้ล่วงหน้า และทุกอย่างเป็นไปตามการเตรียมการของรัฐบาลทั้งสิ้น การพิจารณา พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ในวาระ 1 จะต้องมีเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร

จึงอยากถามท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองว่า เห็นด้วยกับการเปิดบ่อนกาสิโน ในสถานบันเทิงครบวงจร ตามที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทย พยายามผลักดันหรือไม่ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

1.ในส่วนของพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย คงไม่ต้องถามจุดยืน เรื่องการเปิดบ่อนกาสิโนอีกแล้ว เพราะทั้ง 2 พรรคได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า สนับสนุนให้มีการเปิดบ่อนกาสิโนตามที่รัฐบาลเสนอ

2.พรรคการเมืองที่ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ไม่เอาการเปิดบ่อนกาสิโน จึงไม่ต้องถามหาจุดยืนเช่นเดียวกัน คือพรรคพลังประชารัฐ และพรรคไทยสร้างไทย

3.พรรคการเมืองที่ซุ่มเงียบไม่กล้าแสดงจุดยืนกลัวเสียมวลชน คือพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งต้องประกาศตัวให้ชัดเจนว่า เอาบ่อนกาสิโน หรือไม่

4.พรรคการเมืองที่แสดงจุดยืน และท่าทีการเปิดบ่อนกาสิโนไม่ชัดเจน แบบไม่ฟันธง พูดแบบกั๊กๆ คือพรรคประชาชน และพรรคประชาชาติ

จึงอยากถามหาจุดยืนของพรรคประชาชนว่า เห็นด้วยกับการเปิดบ่อนกาสิโนหรือไม่ ไม่ต้องออกมาแสดงเหตุผลแบบกั๊ก หรือครึ่งๆ กลางๆ ตีกรรเชียงอีกต่อไป ฟันธงไปเลยว่า จะเอาหรือไม่เอา ไม่ต้องพูดถึงหลักการ กระบวนการวิธีการให้เสียเวลา ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ อยากฟังเสียงของประชาชนว่าจะเอาอย่างไร ก็ต้องสนับสนุนให้มีการทำประชามติ สอบถามความเห็นของประชาชนทั้งประเทศ เพื่อประกอบการตัดสินใจของพรรคประชาชน

ในส่วนของพรรคประชาชาติ ที่มีจุดยืนชัดเจนว่า การเปิดบ่อนกาสิโนขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม เมื่อพรรคประชาชาติมีฐานมวลชน และสมาชิกเป็นมุสลิมนับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ ต้องประกาศจุดยืนให้ชัดเจนว่า สนับสนุนการเปิดบ่อนกาสิโนของรัฐบาลหรือไม่ อย่าทำตัวเป็นแอบ เลียบๆ เคียงๆ ลาการประชุม ครม. บ้าง แต่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ต้องนั่งเป็นประธานที่ประชุม เพื่อพิจารณ พ.ร.บ.กาสิโน ซึ่งมาจากโควตาของพรรคประชาชาติ จะทำหน้าที่เป็นประธานระหว่างที่พิจารณากฎหมายเปิดบ่อนกาสิโนหรือไม่ หรือจะมอบให้รองประธานทำหน้าที่แทนจนจบกระบวนการพิจารณา

จึงขอเป็นตัวแทนของคนไทยทุกคน ที่มีข้อสงสัยในเรื่องจุดยืนการเปิดบ่อนกาสิโนของพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้พรรคการเมืองทุกพรรค ได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจน เพื่อประกอบการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยิงจาก ฮ. 'ความจริงสองชุด' อคติและความมักง่ายของรอมฎอน-พรรคส้ม

คืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ชายแดนใต้กลับมาระอุหนักอีกครั้ง เหตุรุนแรงเกิดขึ้นพร้อมกันในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทั้งเผายาง วางเพลิง วางระเบิด ทำลายทรัพ

ตามนั้น! 'นิพิฏฐ์' ชี้เปรี้ยง ประชาธิปัตย์มาถูกทางแล้ว

“นิพิฏฐ์” หนุนประชาธิปัตย์เสนอ ป.ป.ช. กันผู้ทุจริตท้องถิ่นเป็นพยาน สาวถึงบุคคลระดับสูง แนะหากจำเป็นต้องเข้าโครงการคุ้มครองพยาน ชี้ต้องสร้างทั้ง “ความเป็นธรรมทางโอกาส-โอกาสที่เป็นธรรม”

แหม! 'ณัฐชา' ทำข้องใจ ถาม 'พรรคร่วมรัฐบาล' เกิดรอยร้าวหรือไม่ เห็นตัดงบประมาณกันเอง

‘ณัฐชา’ แฉ พรรคร่วมเกิดรอยร้าวหรือไม่ หักงบกันเองจนคลื่นใต้น้ำป่วน อัด รบ.ไม่เห็นความสำคัญเด็กหลุดระบบ โยกงบหมื่นล้านเข้ากระเป๋า ‘กองทุนหมู่บ้าน-งบกลาง-กรมอุทยาน’ แทนที่จะอุ้ม ‘กองทุนวิจัย-กยศ.’ แย้ม ปชน.จ่อเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติ ท้วงติง-แนะแนวทางรัฐบาล

'ปชป.' บุก ป.ป.ช. บี้ใช้ ม.131-135 กันพยานคดีโกงสอบท้องถิ่น สาวถึง 'บิ๊กการเมือง'

'ปชป.' บุก ป.ป.ช. ทลายระบบอุปถัมภ์ จี้ใช้ ม.131-135 กันพยานคดีโกงสอบท้องถิ่น ลั่นอย่าตัดตอนแค่ปลาซิวปลาสร้อย สาวให้ถึง 'บิ๊กการเมือง'

'ธนกร' สวน 'อภิสิทธิ์' อย่าแกล้งความจำสั้น ยันนายกฯลงชายแดนใต้ ตั้งแต่เดือนแรกรับตำแหน่ง

‘ธนกร’ ประณามผู้ก่อเหตุความรุนแรง 3 จ.ชายแดนใต้ สวน ปชป. อย่าแกล้งความจำสั้น ย้ำนายกฯ ลงพื้นที่ตั้งแต่เดือนแรกที่รับตำแหน่ง พร้อมกำชับทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายความมั่นคง ดูแลแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อนำความสงบกลับคืนสู่พื้นที่