
9 พ.ค. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ แพทยสภา ศาลอาญา ต่อกรณีทักษิณ
เมื่อวาน (วันที่ 8 พฤษภาคม 2568) มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่2เรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ
เรื่องแรกก็คือ ผลการสอบสวนของแพทยสภาต่อคดีชั้น 14 ทักษิณ หรือเกี่ยวกับอาการป่วยของคุณทักษิณ ที่มีการรอคอยว่า ผลการสอบของแพทยสภาจะออกมาอย่างไร จนในที่สุด ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา แถลงมติแพทย์สภา ลงโทษ 3 แพทย์ที่รักษานายทักษิณ ชินวัตร เป็นความผิดเรื่องออกใบส่งตัว และไม่มีหลักฐานว่ามีภาวะวิกฤต ข้อมูลที่ได้รับไม่ได้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่า มีภาวะวิกฤตเกิดขึ้น
ต้องขอขอบคุณแพทยสภา ที่ได้ทำความจริงให้ปรากฏ เพราะเรื่องนี้มีการถกเถียงกันมายาวนานว่า คุณทักษิณป่วยจริงหรือป่วยทิพย์ เมื่อผลการสอบของแพทยสภาออกมาเช่นนี้ เป็นความกระจ่างชัดว่า การออกจากเรือนจำไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ไม่มีเหตุอันควรที่จะต้องออกมา เพราะไม่ได้ป่วยวิกฤต ซึ่งถ้าเป็นการป่วยธรรมดา ก็สามารถรักษาที่โรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ได้ การอ้างเป็นผู้ป่วยวิกฤตต้องมารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ เป็นข้ออ้างที่ปราศจากข้อเท็จจริง
เมื่อผลการสอบปรากฏชัดเช่นนี้ จะนำไปสู่การเป็นสารตั้งต้นของการพิจารณาไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ไต่สวนคดีนี้ในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ซึ่งอาจจะทำให้มีข้อวินิจฉัยว่า คุณทักษิณไม่ได้ติดคุกจริง การหลีกเลี่ยงการติดคุกหรือถูกจำคุกตามหมายศาล โดยการอ้างอาการป่วยวิกฤต ก็ถือว่าไม่ได้ปฏิบัติตามหมายศาล
ดังนั้นสามารถวิเคราะห์ได้ว่า ศาลฎีกาอาจมีหมายให้คุณทักษิณกลับไปจำคุกใหม่ ให้คุณทักษิณไปปฏิบัติตามจำคุกของศาลฎีกา นั้นก็คือต้องติดคุก 1 ปี อีกครั้งก็ได้
ประเด็นที่ 2 กรณีที่คุณทักษิณยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอเดินทางไปประเทศกาตาร์ เนื่องจากผู้ครองนครกาตาร์ได้ออกหนังสือเชิญคุณทักษิณ ในฐานะเป็นที่ปรึกษาของประธานอาเซียน ขอเดินทางคือช่วงวันที่ 14 มิถุนายน ซึ่งใกล้เคียงกับกำหนดนัดฟังคำสั่ง หรือการพิจารณาคดีของศาลฎีกาในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ซึ่งศาลเห็นว่าอาจเป็นอุปสรรคหรือกระทบต่อการพิจารณาคดีได้ จึงพิจารณาว่าเหตุผลที่ยื่นมา ยังไม่เพียงพอที่จะอนุญาตให้ออกนอกราชอาณาจักรได้
ต้องขอขอบคุณศาลอาญา ที่ไม่อนุญาตตามคำขอของนายทักษิณ เพราะถ้าหากคุณทักษิณได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้ สังคมอาจคลางแคลงใจ มีข้อสงสัย มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า คุณทักษิณออกจากประเทศไทยไป จะกลับมาประเทศไทยอีกหรือไม่ สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้คุณทักษิณหนีครั้งที่ 2 ได้ การที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ออกนอกประเทศ ถือว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจถูกต้องแล้ว
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 เรื่อง ต้องขอขอบคุณทางแพทยสภาและศาลอาญา ที่ได้พิทักษ์ไว้ซึ่งความจริง ความถูกต้อง เป็นหลักของบ้านเมือง ซึ่งต่อจากนี้สังคมก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ผลของแพทยสภา และจากการที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้คุณทักษิณเดินทางออกนอกประเทศ คุณทักษิณจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละคดี 44 สส.ก้าวไกล ชี้ศาลเป็นผู้กำหนดเกม
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ“ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า เทคนิคการอ้างพยานจำ
โล่ง! ศาลฎีกาตรวจหลักฐานคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ไต่สวนพยานปากสุดท้าย 18 พ.ค.ปีหน้าก่อนนัดตัดสิน
ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีคมจ.1/2569 ระหว่างคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติผู้ร้อง กับ 44 สส.พร
อดีตผู้พิพากษา ถอดรหัสกม.ฮั้วสว. เหตุใดตัดสิทธิทางการเมือง จึงไม่ควรอิงมาตรฐานเดียวกับคดีอาญา
การส่งหลักฐานอันควรเชื่อได้ไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อปกป้องระบบ มิใช่การทำหน้าที่เป็นศาลที่พิจารณาคดีอาญาเพื่อลงโทษตัวบุคคล
จับตา! ช่วงเปลี่ยนเดือน ฝนยังตกหนัก เรือเล็กงดออกฝั่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้าว่า ในช่วงวันที่ 1 - 6 ส.ค. 69 ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
พล.ต.ท.ทวีศิลป์หัวทิ่ม! เจอเบรกลาออก ผบ.ตร.ตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง
ผบ.ตร.ตั้งจเรตำรวจแห่งชาตินั่งประธานสอบวินัยร้ายแรง 'พล.ต.ท.ทวีศิลป์' ปมชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เบรกลาออกก่อนเกษียณ ย้ำต้องรอผลสอบวินัยร้ายแรง
'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น 'ปชน.' ชง อสส. ฟ้องศาล ฟันแก๊งฮั้ว สว.
'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น สส.ปชน. ชงอัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ลากคอขบวนการฮั้ว สว. ผิดมาตรา 49 พร้อมฟันกกต. ผิด 157 ด้าน 'ภัณฑิล' ย้ำต้องคุ้มครองพยาน ไม่ใช่ข่มขู่

