
12 พ.ค. 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครปฐม อย่างไม่เป็นทางการ ภายหลังนับคะแนนเสร็จสิ้น 100 % ปรากฏว่า นายสมโชค พงษ์ขวัญ จากกลุ่มสันติธรรม ได้ 14,588 คะแนน เบียดชนะ นายชัชวาล นันทะสาร จากพรรคประชาชน ที่ได้ 13,462 คะแนน ห่างกัน 1,126 คะแนน
ทั้งนี้ก่อนการนับคะแนนเสร็จสิ้น ในช่วง 20.00 น. ของวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กและ X พร้อมกับนายชัชวาล นันทะสาร ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครนครปฐม หลังทราบว่าพรรคประชาชนไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ว่า เราคาดหวังว่าเราจะสามารถคว้าชัยชนะมาให้พรรคประชาชนได้ ผลออกมาหลังนับไป 95% เราคะแนนตามอยู่ 900 คะแนน เรื่องผลออกมาไม่ว่าแพ้นะเราก็ยอมรับได้ ไม่โทษอะไรทั้งนั้น
ปีนี้มีคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยลงกว่าปี 2564 ที่คนไปใช้สิทธิ 61% แต่วันนี้มีคนไปใช้สิทธิ 51% ลดลง 10% ตรงนี้เป็นเรื่องที่ผิดหวังมากๆ เราพยายามรณรงค์ทุกช่องทางแล้ว แต่ไม่สามารถทำให้คนหันมาสนใจการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ ต้องฝากเรื่องนี้ไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย
“เจี๊ยบ อมรัตน์ จะวางมือจากการเมืองทั้งหมด ตามที่พูดไป แต่จะยังเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง ยังพบกันได้ที่ช่องทางออนไลน์ ไม่เสียใจ แค่ผิดหวังจำนวนผู้ใช้สิทธิเท่านั้น” นางอมรัตน์ ระบุ
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนเพิ่งจะลงสนามเทศบาลนครปฐมเป็นครั้งแรก ครั้งที่แล้วไม่ได้ลง แต่คะแนนสูสีมาก ส่วนคะแนนของคู่แข่ง คือเจ้าถิ่นเดิม ก็พบคะแนนลดลง อย่าเพิ่งหมดหวังกับการเมืองท้องถิ่นในที่อื่นๆ ยังมีความหวัอยู่เต็มเปี่ยม อาจจะช้านิด แต่ในการเมืองระดับชาติยังสนุกอยู่ ยังสามารถคาดหมายได้ ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป พรรคประชาชนจะสามารถนำชัยชนะจัดตั้งรัฐบาลได้
ด้านนายชัชวาล กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่สนับสนุนเรา ที่ทุกคนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในนครปฐม รอบนี้เราอาจจะยังสื่อสารและรณรงค์ให้เห็นคุณค่าความสำคัญของการเมืองท้องถิ่นซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวได้ไม่มากพอ ทำให้คนออกมาใช้สิทธิไม่มากตามที่คาดหวัง ทำให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกดึงเวลาออกไปอีก ทำให้คนนครปฐมต้องอยู่กับสิ่งที่เป็นปัญหาของนครปฐมมาช้านาน
อย่างไรก็ตามยังคาดหวังว่าในการเลือกตั้งท้องถิ่นในครั้งหน้า ทุกท่านจะเห็นความสำคัญของคุณภาพชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลงได้ในระดับเทศบาล เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวพวกเราจริงๆ ในวันหยุดยาว 3 วันที่ผ่านมา คาดว่าคนจะกลับมาเลือกตั้งกัน ปรากฏว่าคนมาใช้สิทธิน้อยกว่าคราวที่แล้วถึง 10% คิดว่ามีผลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้พอสมควร แต่เราต้องทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้คนที่อยู่ในเทศบาลนครปฐมเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องคุณภาพชีวิตที่สำคัญจริงๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้คำคัดค้านของ 'สส.วาโย' น้ำหนักเบา ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้
"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ กรณี "วาโย" ปชน. เล็งยื่นคำคัดค้านต่อศาลฎีกาให้ใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่น ปมแก่ไขมาตรา 112 กระทบพระมหากษัตริย์-ความรู้สึกประชาชน เป็นเรื่องร้ายแรง
สส.ส้มกรุงเทพฯ ยื่นร่างแก้ พ.ร.บ.กทม.ในรอบ 40 ปี!
สส.กทม.ปชน. ยกพรรค ร่วมยื่นร่างแก้ พ.ร.บ.กทม. ผลักดันโครงสร้างบริหาร ขึ้นแท่นมหานครชั้นนำของโลก ชี้ ผู้ว่าฯคนเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้
'ไอติม' หล่ออีกแล้ว! บอกปม 44 สส.สิ่งน่ากังวลไม่ใช่อนาคตพรรคแต่คืออนาคตประเทศ
'ไอติม' ลั่นพรรคประชาชนสู้ยิบตาเพื่ออนาคตประเทศ ป้อง 44 สส. จากดาบ ป.ป.ช. ย้ำเสนอกฎหมายไม่ควรถูกตัดสิทธิ์ ชี้สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จุดจบพรรค แต่คือประชาธิปไตยไทย
ยิ่งกว่าลูกคู่! เซียยื่นเรื่องพริษฐ์รับเร่ง 2 กม.คุ้มครองแรงงาน
เครือข่ายภาคประชาชน ร้อง ปชน. เร่ง ครม.ถกกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หวั่นตกค้าง-ถูกลืม
ประธานผู้ลี้ภัยยก 'ส้ม' เทียบเท่าคอมมิวนิสต์!
นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดี 44 สส. เขย่าเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน!
"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ ปปช. ยื่นฟ้อง อดีต 44 สส.ก้าวไกล “ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรค ปชน. หากหยุดปฏิบัติหน้าที่ กระทบต่อเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน

