'ณฐพร' ยื่น 'อสส.' ชงศาลรธน.ใช้ม.49 วินิจฉัยคดีฮั้วเลือกสว.อ้างหลักฐานจากกกต.-DSI

16 พ.ค.2568 - เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ทำหนังสือถึงอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า ด้วยปรากฎพยานหลักฐานตามคำร้องของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลปกครอง ผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลรัฐธรรมนูญ ตามข่าวสารที่ปรากฎในสื่อมวลชน อีกทั้งพยานหลักฐานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับสำนักงาน กกต. ได้ทำการสืบสวนสอบสวน ทั้งยังตรวจสอบข้อมูลทางธุรกรรมบุคลในขบวนการ 12,000 คน มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และภูมิสารสนเทศ การสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานสรุปได้ว่ามีการคิดสูตรดำเนินการสรุปขั้นตอน ดังนี้

1.การวางแผนเบื้องต้น พรรคภูมิใจไทยและคณะบุคคล ใช้จังหวัดเล็กที่มีฐานเสียงแน่นและการแข่งขันน้อย จัดเตรียมคนสมัครจากทุกกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม ในทุกอำเภอ โดยมีรายชื่อ สว.เป้าหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว สนับสนุนผู้สมัครโดยใช้เงินประมาณ 500 ล้านบาท แยกให้ผู้สมัครระดับอำเภอคนละ 15,000 บาท ผู้สมัครบางคนถูกหักหัวคิวและทำหน้าที่เป็นเครื่องมือไม่ได้หวังเป็น สว.

2.การคัดเลือกและการเงิน จัดทำโพฮั้วให้กลุ่มพลีชีพ เลือกเป้าหมายแรก คือ สว. 140 คน แต่สุดท้ายได้ถึง 138 คน และสำรองอีก 2 คน โดยคัดเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัดระดับประเทศ คนที่หลุดจากรอบอำเภอไปสู่รอบจังหวัดได้ 50,000 บาท และหากเข้ารอบประเทศได้เพิ่มอีก 100,000 บาท มีการจ่ายเงินสดล่วงหน้า 20,000 ที่เหลือจ่ายภายหลังเลือกเสร็จ

3.การดำเนินการระดับระเทศ นำผู้สมัครมาพักโรงแรมที่อยู่นอกกทม.เพื่อหลบการตรวจสอบ มีการซักซ้อมเลือกโดยให้เขียนเบอร์ผู้สมัครเป้าหมายในแบบฟอร์ม สว.3 แล้วนำเข้าไปในคูหา เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง สั่งห้ามนำแบบฟอร์มเข้าคูหาก็เปลี่ยนวิธีเป็นเขียนลงมือหรือแอบนำเข้าไป

พฤติการณ์การกระทำของคณะบุคคลดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติ โดยการฉ้อฉลให้ได้มาซึ่ง สว. ที่อยู่ในอาณัติของพรรคภูมิใจไทย ที่จะทำให้มีอำนาจในการควบคุมการบริหารกิจการบ้านเมือง ทั้งอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ จึงเป็นการกระทำที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ส่งผลกระทบเป็นการบั่นทอนทำลายหลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของที่ยังอยู่ให้เสื่อมโทรมหรือต้องสิ้นสลายไป ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ 3 วุฒิสภา

โดยเป็นการควบคุม สว.ที่เป็นองค์กรนิติบัญญัติและในรัฐธรรมูญฉบับมีความมุ่งหมายให้วุฒิสภามีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยถือว่าวุฒิสภา เป็นสภาพี่เลี้ยง โดยมุ่งหมายให้วุฒิสภา เป็นองค์กรที่จะประสานความคิดเห็นจากบุคคลหลากหลายอาชีพ โดยไม่อยู่ใต้อุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคการเมือง เพื่อให้การตรากฎหมายได้รับพิจารณาจากแง่มุมต่างๆ ทั้งเป็นการทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองได้โดยตรงและอย่างมีผลต่อการบริหารกิจการบ้านเมือง

จากข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและพยานหลักฐานที่ผู้ร้องได้นำเสนอมาโดยลำดับข้างต้น จะเห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า พรรคภูมิใจไทยและคณะบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์การกระทำที่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพ ที่ส่งผลกระทบเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญและสั่นคลอนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ให้เสื่อมโทรมหรือต้องสิ้นสลายไป เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ เป็นการกระทำใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 49 เป็นบทบัญญัติที่วางหลักการเพื่อพิทักษ์ปกป้อง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จึงบัญญัติให้กลไกป้องระบอบการปกครองจากการถูกบั่นทอนบ่อนทำลาย พฤติการณ์การกระทำของพรรคภูมิใจไทยและคณะบุคคล จึงเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครอง เป็นภัยร้ายแรงต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ และเป็นคดีที่ประขาชนและสื่อมวลชนทุกฝ่ายให้ความสนใจ มีผลกระทบเป็นวงกว้าง

"ประกอบกับคดีนี้ มีประจักษ์พยานหลักฐานข้อเท็จจริง ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รวบรวม และกล่าวโทษแก่ผู้กระทำความผิด เพื่อเป็นการปกป้องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผู้ร้องจึงขอใช้สิทธิและหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญยื่นคำร้องให้ อัยการสูงสุด ได้โปรดพิจารณาดำเนินการส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ต่อไป"นายณฐพร ระบุ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โต้เดือดคดีฮั้ว สว.! 'พริษฐ์' เปิดหลักฐานโกง 5 จังหวัด 'รมว.ยุติธรรม' บอกเรื่องเก่า 2 ปี เพิ่งตั้งกระทู้ถาม

‘พริษฐ์’ จี้ถาม ‘รุทธพล’ ปมคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ขยี้ซ้ำ ปิดหลักฐานโกงสว. 5 จังหวัดมี ‘รมต.-สส.’ เกี่ยวข้อง จ่อยื่นหน่วยงานสอบเพิ่ม ด้าน ‘รัฐมนตรี’ มาตามนัดเล่นบทเฉไฉ อ้างกฎหมาย-ข้อบังคับ เว้นช่องไม่ให้ตอบ หากไม่สมควรเปิดเผย

'ชัชชาติ' โวทำทันที 100 วัน 261 โครงการ

ชื่นมื่น 'ชัชชาติ - สก.' รับหนังสือรับรองลั่นพร้อมลุยงานทันที สั่งกางแผนยุทธศาสตร์ 100 วัน 261 โครงการ-จ่อรื้อปมทุจริต-แก้ท่วม-PM2.5 พร้อมเรียกประชุมผู้บริหารบ่ายนี้

คิดให้ดี! กกต. ตัดจบ 'คดีฮั้ว สว.' เปิดช่องล้มรัฐบาล

ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอฟ้องศาล

ตกอีกคดี! มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องฟ้อง 'กกต.' ปมพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องยื่นฟ้อง 'กกต.' ปมจัดพิมพ์ 'บาร์โค้ด' บนบัตรเลือกตั้ง อ้างทำลายความลับและละเมิดสิทธิ ชี้เป็นเพียงการแสดงความเห็น-ไร้เหตุผลโต้แย้ง ย้ำชัดผู้ร้องไม่ใช่ผู้ถูกละเมิดสิทธิโดยตรง

21 นักวิชาการอาวุโส ออกแถลงการณ์ จี้ กกต.ส่งคดีฮั้ว สว.ถึงศาลฎีกา

กลุ่มนักวิชาการอาวุโส 21 คน ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่ามีข้อกังขาและหลักฐานเชิงประจักษ์เ

กลุ่มพี่น้องมหิดล ออกแถลงการณ์ จี้ 'กกต.' เร่งสอบคดีฮั้วสว. ส่งฟ้องศาลตามบรรทัดฐาน

กลุ่มพี่น้องมหิดล ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้ กกต. เร่งรัดดำเนินการคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. ที่มีพฤติการณ์สมยอมคะแนนและผูกขาดอำนาจอย่างทุจริต ส่งฟ้องศาลโดยเร็ว