ทบ.ประกาศกฎเหล็ก 4 ห้าม 2 ระวังใช้สื่อออนไลน์ คาดโทษหน่วยแพร่ข้อมูลกระทบความมั่นคง ยั่วยุ บิดเบือน โฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง ห้ามหลุดเอกสารความลับทางราชการ พร้อมห้ามเผยแพร่ภาพเคลื่อนไหว-ที่ตั้งพิกัดพื้นที่ยุทธการ พร้อมให้กำลังพลระวังการแสดงความคิดเห็นทางโซเชี่ยลมีเดีย หากฝ่าฝืนผิดวินัย
23 มิถุนายน 2568 - กองทัพบกได้ออกประกาศข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของหน่วยงานและกำลังพลกองทัพบก เกี่ยวกับข้อปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ของหน่วยงานและกำลังพลโดยมีการเผยแพร่ในเพจของหน่วยงานทหาร
โดยหน่วยงานของกองทัพ
-ห้ามเผยแพร่ข้อมูล ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
-ห้ามเผยแพร่ข้อมูล ที่มีเนื้อหาในลักษณะยั่วยุ บิดเบือน หรือโฆษณาชวนเชื่อทาง
การเมือง หรือก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม
-ห้ามเผยแพร่ข้อมูล ความลับทางราชการ เช่น เอกสารที่ระบุชั้นความลับตั้งแต่ "ลับ"ขึ้นไป ข้อมูลกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และงบประมาณ
-ห้ามเผยแพร่วิดีโอ, ภาพเคลื่อนไหว ที่เป็นความลับของทางราชการ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ยุทธการ รวมทั้งข้อมูลที่นำไปสู่การระบุตำแหน่งน่งพิกัดกำลังพลภายในกองทัพบก
ให้กำลังพล
-ระมัดระวังการแสดงความเห็นส่วนตัว ในฐานะกำลังพลของกองทัพพบก ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อันอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อภารกิจของกองทัพบก ต่อองค์กรอื่นและบุคคลใด
การชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของกำลังพล ให้กระทำผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของหน่วยงานภายในกองทัพบกเท่านั้น ประเด็นเนื้อหาต้องอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบและเป็นข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานยืนยันและสามารถตรวจสอบได้
ทั้งนี้ให้ยึดถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกันโดยเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเผยแพร่
ข้อมูลต่อสาธารณะโดยขาดความระมัดระวัง ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของกองทัพบก
และหากตรวจพบว่ามีกำลังพลรายใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือว่าการให้ข้อมูลต่อสาธารณะดังกล่าวเป็นการปฏิบัติที่ขัดต่อระเบียบ และขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาซึ่งอยู่ในฐานความผิดทางวินัย ซึ่งจะต้องดูกดำนินการตามหลักเกเกณฑ์ที่กำหนดโดยเคร่งครัดต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กลาโหม' ลั่นเก็บหลักฐาน 'กัมพูชา' ทุกเม็ดที่ละเมิดและยั่วยุไทย!
'กลาโหม' เก็บหลักฐาน-ข้อมูล 'กัมพูชา' ละเมิด 'ถ้อยแถลงร่วมฯ' หลังเกิดเหตุยั่วยุชายแดน 'โอร์เสม็ด-ช่องจอม' ย้ำไทยยึดตาม 'กฎใช้กำลัง' จากเบาไปหนัก สอดรับสถานการณ์
นายกฯ บุกพูลวิลล่าเกาะพะงัน สั่งสอบเส้นเงิน พบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ คนไทยถือหุ้นบังหน้า
นายกฯ บุกพลูวิลล่าเกาะพะงัน สั่งตรวจเส้นทางการเงิน หลังพบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของให้คนไทยเป็นนอมินี ขอโทษแทน ‘รองโฆษกรบ.’ แถลงทำเข้าใจผิดปมปล่อยต่างชาติประกอบธุรกิจโดยไม่ต้องขออนุญาต ยันแค่ต้องการลดขั้นตอน ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49%
กองทัพภาค 2 ยันไม่ห้ามชาวบ้านหาของป่าใกล้แนวชายแดน ขอให้แจ้งจนท.ก่อนเข้า-ออกทุกครั้งเพื่อดูแลได้ทั่วถึง
ทภ.2 สยบข่าวเสียดินแดน ลั่นกองทัพยืนหยัดป้องอธิปไตย ไม่เสียแม้ ตารางนิ้วเดียว ย้ำทหารตรึงกำลังเข้ม ชาวบ้านสามารถเข้าป่าทำกินได้ ทหาร ตร. ปกครอง พร้อมดูแลเต็มพื้นที่ ขอประชาชนแจ้งก่อน เข้า-ออก ป่าเพื่อ ให้สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง
นายกฯ ยืนยันประชาชน-นักท่องเที่ยวใช้ชีวิตได้ตามปกติ ปมชายจีนซุกอาวุธสงคราม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนในคดีเกี่ยวกับอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และความมั่นคง เกี่ยวข้องกับนักการเมืองในไทยหรือไม่ ว่า อยู่ระหว่างการสอบสวน ส่
'ดีเอสไอ' ลุยสอบเชิงลึก 34 บริษัท เกาะสมุย-พะงัน ส่อใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้า
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผอ.กองคดีความมั่นคง ได้หารือร่วมกับนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจ
ว่อนโซเชียล! ชาวกัมพูชาแชร์สนั่นภาพ 'รั้วชายแดน' ไทยเริ่มสร้างที่จันทบุรี ระยะทาง 1.3 กม.
แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า กองทัพไทยเดินหน้าก่อสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนหลัก หลักเขตที่ 52-54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระยะทางรวมประมาณ 1,310 เมตร เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่

