ถอดบทเรียน 'เพื่อไทย' เมื่อหักหลังเพื่อนเพื่ออำนาจ สุดท้ายก็โดนหักหลังกลับอย่างไร้เยื่อใย

'เพื่อไทยเลือกจับมือกับผู้ที่เคยจับเขาโยนลงเหว แล้วแปลกใจทำไม…ที่วันนี้เขาโดนผลักซ้ำ หักหลังเพื่อนเพื่อขึ้นสู่อำนาจ สุดท้าย…อำนาจก็หักหลังกลับอย่างไร้เยื่อใย นี่ไม่ใช่เกมการเมือง แต่มันคือโศกนาฏกรรมของพรรคที่หลงลืมรากเหง้าของตนเอง'

2ก.ค.2568- ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อาจารย์คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

เมื่อหักหลังเพื่อนเพื่ออำนาจ แต่ถูกอำนาจหักหลังกลับอย่างไร้ปรานี
มีคำกล่าวในหมากรุกว่า
“การยอมเสียเบี้ยเพื่อกินม้า อาจได้เปรียบในระยะสั้น…
แต่ถ้าคุณลืมว่าฝ่ายตรงข้ามมีควีนที่พร้อมหักคุณทุกตา ก็เตรียมแพ้ทั้งกระดาน”
ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยจะไม่ได้เรียนหมากรุก หรืออาจจะเล่นแบบที่ตั้งใจเดินเกมสั้นเพียงเพื่อจะได้ “ขึ้นครองอำนาจ” โดยไม่สนว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น
ปี 2566 — พรรคเพื่อไทยสร้างวาทกรรม “เพื่อประชาชน ต่อต้านสืบทอดอำนาจ”
ปีเดียวกันนั้นเอง — พรรคเพื่อไทยพลิกเกม จับมือกับฝ่ายอำนาจเก่าที่เคยสาปแช่งมากว่า 10 ปี
ประชาชนร้องว่า “ทรยศ”
พรรคตอบว่า “เราต้องได้เป็นรัฐบาลก่อน”
การหักหลังพันธมิตรทางการเมืองอย่างก้าวไกล ไม่ได้เป็นแค่การเดินเกม
แต่มันคือการประกาศว่า อำนาจสำคัญกว่าหลักการ
ว่าการเป็นรัฐบาลกับทหาร…ย่อมดีกว่าการเป็นฝ่ายค้านร่วมกับประชาชน
พรรคเพื่อไทย จูบปากกับกลุ่มอำนาจเก่าที่เคยโค่นตัวเอง
พยายาม “ลบความทรงจำของสังคม” ด้วยคำว่า “เพื่อความมั่นคงทางการเมือง”
แต่คนลืมไม่ได้คือประชาชน
และผู้ที่ไม่เคยลืมคือกลุ่มอำนาจเก่า—ผู้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกระดานมาตลอด
หนึ่งปีผ่านไป ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่าอำนาจที่เพื่อไทยคิดว่า “ควบคุมได้”
คืออำนาจเดียวกับที่ยื่นมีดมาให้…เพียงเพื่อเอาไว้แทงกลับในวันที่เผลอ
กระทรวงมหาดไทยที่ถูกเบียดแย่งโดยพรรคร่วมรัฐบาล
การขัดขวางนโยบายหลักในสภา
และล่าสุด: การใช้กลไกตุลาการบีบแพทองธารให้ “ร่วง” จากฟ้า
เพื่อไทยไม่ได้แพ้เพราะฝ่ายค้าน
แต่แพ้เพราะศัตรูที่พวกเขาไปเชิญขึ้นเวทีร่วมเอง
บทเรียนราคาแพงของ “พรรคแห่งความทรงจำสั้น”
บางคนบอกว่าเพื่อไทย “เดินเกมพลาด”
แต่บางคนบอกว่า “เขาเลือกอย่างมีสติ แค่ประเมินค่าความเชื่อใจผิด”
เพราะกลุ่มอำนาจเก่าไม่เคย “ให้” อะไรฟรี
และไม่เคย “ไว้ใจ” พรรคที่เคยท้าทายและโค่นพวกเขามา
ในเกมแห่งการทรยศ ใครทรยศก่อน…มักแพ้
และใครที่ลืมอดีตของตนเอง…ก็มักโดนทำให้จำไปจนตาย
เพื่อไทยเลือกจับมือกับผู้ที่เคยจับเขาโยนลงเหว แล้วแปลกใจทำไม…ที่วันนี้เขาโดนผลักซ้ำ
หักหลังเพื่อนเพื่อขึ้นสู่อำนาจ สุดท้าย…อำนาจก็หักหลังกลับอย่างไร้เยื่อใย
นี่ไม่ใช่เกมการเมือง แต่มันคือโศกนาฏกรรมของพรรคที่หลงลืมรากเหง้าของตนเอง

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จุลพันธ์' ยันรัฐบาลไม่มีแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายบัตรทอง

กลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านไม่ให้มีการแก้ไขโครงสร้างโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่หรือโครงการบัตรทอง โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนรับมอบ

'ธนพร' ชี้หากพรรคประชาชนจับมือ 'แดง-เขียว' เท่ากับทำลายตัวเอง ผิดคำพูด

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่แสดงความเห็นว่าหากเกิดการจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ก็จำเป็นต้องพูดคุยกับพรรคประชาชนด้วยว่า

'อนุทิน' ตอบปม 'ธรรมนัส' บินโมนาโก ชี้สีแดงผสมเขียว ก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบุรีเซตกระทรวงมหาดไทยในเดือนสิงหาคม จะเริ่มต้น ด้วยการโยกย้ายใช่หรือไม่ ว่า

'อนุทิน' ไม่กล้าตอบแทน พท.จะรักษามารยาทไม่ส่งชิงเก้าอี้ สส.อุดรธานีหรือไม่

'อนุทิน' ยันส่งรักษาเก้าอี้เลือกตั้งซ่อม อุดรฯ เขต 3 ชี้สนามเลือกตั้งไม่มีคำว่านอนมา ตอบแทนพท. ไม่ได้ว่าจะรักษามารยาททางการเมืองหรือไม่