
11 ก.ค. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แทงสวน “ทักษิณ“ ต้อง 5 ออปชัน ไม่ใช่ 3
กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นเวทีเอ็กซ์คลูซีฟ ทอล์ค ของเครือเนชั่น เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตอนหนึ่งนายทักษิณได้พูดถึงคดีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนายทักษิณได้พูดถึงทางออกของคดีนี้ว่า มีอยู่ 3 ออปชัน คือ 1.หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นางสาวแพทองธารไม่ผิด จะทำหน้าที่ต่อไปและอยู่ยาว 2.ถ้าหากว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า นางสาวแพทองธารมีความผิด ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน 3.ถ้าหากออปชันแรกกับออปชัน 2 เดินหน้าไปไม่ได้ ไม่สามารถสร้างเสถียรภาพ หรือได้รับการสนับสนุน ก็เป็นออฟชั่นสุดท้าย คือยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน
ผมในฐานะนักวิเคราะห์ทางการเมือง เห็นว่านายทักษิณลืมทางออกไปอีก 2 ออปชัน นั่นก็คือ ออปชันแรก ถ้าหากว่านายทักษิณประเมินสถานการณ์ และความเป็นไปได้ของคดี ถ้าเห็นว่าคดีของนางสาวแพทองธารไปไม่รอด จะถูกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อเป็นเช่นนี้ก็อาจจะชิงลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อน เพื่อไม่ให้ความผิดเกี่ยวกับด้านจริยธรรมติดตัวนางสาวแพทองธาร จะเป็นการทำลายอนาคตทางการเมืองของนางสาวแพทองธารได้
ส่วนอีกออปชันหนึ่ง หลังจากที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อนายชัยเกษมขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยม และถูกสกัดไม่ให้มีการยุบสภา เพราะรู้ว่าทุกพรรคยังไม่มีความพร้อมในการเลือกตั้ง อาจจะแพ้พรรคประชาชนได้ จึงจำเป็นต้องเปิดดีลใหม่ระหว่างนายทักษิณกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม สรรหานายนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่ไม่ใช่นายชัยเกษม ซึ่งมีปัญหาเรื่องสุขภาพและจุดยืนทางการเมือง เรื่องทัศนคติต่อมาตรา 112
ถ้าหากว่าจะพิจารณาจากรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่เหลืออยู่ คือนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรครวมไทยชาติ นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่ารายชื่อทั้งหมดนี้ ชื่อของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความเป็นไปได้มากที่สุด ฝ่ายอนุรักษ์นิยมทั้งหมดน่าจะเห็นพ้องและยอมรับ เพราะเคยร่วมรัฐบาลด้วยกัน ส่วนนายทักษิณก็สามารถยอมรับได้ เพราะพลเอกประยุทธ์เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในกรณีที่ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ
ส่วนพรรคประชาชน ซึ่งไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ แต่ก็สมประโยชน์ ถ้าหากพลเอกประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็สามารถนำมาเป็นเงื่อนไข ใช้เป็นประเด็นสำหรับการหาเสียงได้ การที่นายทักษิณบอกว่า มีทางออกอยู่ 3 ออปชันนั้น สำหรับความเห็นของผมยืนยันว่า น่าจะมีอยู่ 5 ออปชันครับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'
นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 9 ก.ค.นี้
ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎร
พท.รอวิป3ฝ่าย สว.บี้ปธ.มงคล แก้รัฐธรรมนูญ
“เพื่อไทย” ยังกั๊กที่มา ส.ส.ร. รอถกวิปสามฝ่ายก่อน ส่วน “พริษฐ์” กอดคำหารือตุลาการรัฐธรรมนูญแน่น บอกเป็นข้อมูลใหม่
ราชกิจจาฯ ประกาศ 15 รายชื่อตรวจสอบประวัติผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรธน.
ราชกิจจานุเบกษษ เผยแพร่ประกาศวุฒิสภา เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอ
นักวิชาการตีแผ่แนวทางกฎหมายคดีสินบนทองคำ 246 ล้าน
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ ละอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กทองคำ 246 บาท กับบททดสอบของรัฐไทย: เมื่อผู้ปราบโกงถูกกล่าวหาว่ารับสินบนเสียเอง
ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา

