พระเอกมาแล้ว! พริษฐ์ชงนิรโทษกรรมไร้ฝ่าย

16 ก.ค.2568 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ““นิรโทษกรรมแบ่งฝ่าย” vs. “นิรโทษกรรมไร้ฝ่าย” - นิรโทษกรรมแบบไหน ที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้จริง?” ระบุว่า ปัญหาเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองที่สะสมมายาวนานหลายปีเป็นโจทย์ที่เราต้องร่วมกันหาทางออก แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย

แน่นอนว่าการนิรโทษกรรมเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ หากไม่มาควบคู่กับการสร้างระบบและกติกาทางการเมืองที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย และการทบทวนกฎหมายให้เป็นที่ยอมรับและคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่ายในการแสดงออกถึงความเห็นที่แตกต่าง

อย่างไรก็ตาม หากเราเห็นว่าทางออกดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเราร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการช่วยให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เพื่อออกแบบสังคมร่วมกันด้วยสถานะที่เท่าเทียมกัน การนิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่อยู่ในเรือนจำหรือถูกดำเนินคดีจากการกระทำที่มีมูลเหตุมาจากการแสดงออกทางการเมือง จึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ

ความจริงแล้ว แนวคิดเรื่องการนิรโทษกรรม ไม่ได้เป็นแนวคิดที่ผมหรือพรรคประชาชนเห็นกันอยู่ฝ่ายเดียว เพราะแทบทุกพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภา (ซึ่งต่างเป็นตัวแทนของชุดความคิดที่แตกต่างกันในสังคม) ก็ล้วนมีร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของตนเอง หรืออย่างน้อยก็ได้ออกมาประกาศสนับสนุนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมบางร่างที่อยู่ในการพิจารณาในสภา

ในวันนี้ที่สภากำลังจะพิจารณาลงมติในร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ทั้งหมด 5 ร่าง (4 ร่างของพรรคการเมือง + 1 ร่างของภาคประชาชน):

โจทย์ที่สำคัญที่สุด จึงไม่ใช่ว่า “เราควรใช้กลไกนิรโทษกรรมประชาชนหรือไม่ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง”

แต่โจทย์ที่สำคัญที่สุด คือ “การนิรโทษกรรมประชาชนแบบไหน ที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้จริง”

ผมเห็นว่าท่ามกลางประวัติศาสตร์ของความขัดแย้งทางการเมือง ที่ต่างฝ่ายต่างขับเคลื่อนด้วยมุมมองว่าฝ่ายของตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากระบบการเมืองที่เป็นอยู่ ณ เวลานั้น:

หากวันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือการ “นิรโทษกรรมแบ่งฝ่าย” ที่ไม่ใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย หนทางดังกล่าว จะไม่ได้ช่วยคลี่คลาย แต่อาจซ้ำเติมความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมและความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำรงอยู่

แต่หากวันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกการ “นิรโทษกรรมไร้ฝ่าย” ที่เปิดกว้างต่อการพิจารณาและกลั่นกรองการนิรโทษกรรมประชาชนทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรมและทัดเทียมกัน โดยประเมินเป็นรายกรณีว่าการกระทำที่เกี่ยวข้องมีมูลเหตุมาจากการแสดงออกทางการเมืองหรือไม่ หนทางดังกล่าวต่างหาก ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการหาทางออกต่อปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้จริง

ผมหวังว่าการลงมติในวันนี้ จะไม่เป็นการโหวตเพื่อตัดสิน แต่จะเป็นการโหวตเพื่อเดินหน้ารับฟังความเจ็บปวดของกันและกัน และเพื่อเดินหน้าพูดคุยหารือทางออกกันต่อ โดยไม่มีประตูใดปิดใส่หน้าใครแต่วันแรก

ผู้แทนราษฎรจะเลือกหนทาง “นิรโทษกรรมแบ่งฝ่าย” หรือ “นิรโทษกรรมไร้ฝ่าย” ขอเชิญชวนประชาชนติดตามครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รุทธพล' เผย 2 ก.ค.!ภาวุธนัดเข้าชี้แจงดีเอสไอ

'รุทธพล' เผย 2 ก.ค. 'ภาวุธและพวก' เข้าชี้แจงดีเอสไอคดี Forex บอกใครพร้อมก่อนมาได้เลย ระบุศาลเป็นผู้ตัดสินคลิปโฆษณาลงทุน ชวนเชื่อหรือไม่ เชื่อข้อมูลโบรกเกอร์มีประโยชน์ต่อการสอบสวน

'ภาวุธ' ดิ้นหาหลักฐานแจงดีเอสไอ เคลียร์ปม Forex

'ภาวุธ' ยันยินดีให้ความร่วมมือดีเอสไอ บอกกำลังเตรียมหลักฐานอยู่ อ้างเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายปี ต้องใช้เวลารวบรวม เผยประสานขอเอกสารจากสถาบันการเงิน

'ไอติม' ข้องใจ 'ภท.' รีบปฏิเสธข้อมูลใหม่เลือกตั้ง สสร. ถามหรือมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่

ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้หาก 'ภูมิใจไทย' จริงใจที่จะหาแนวทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. เสนอว่าเราทุกฝ่ายควรหารือร่วมกันอย่างจริงจัง

มหากาพย์ 'สว.สีน้ำเงิน' เมื่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ชน มติ 5 ต่อ 2 เกราะคุ้มกันจะทะลุ หรือคุกคลองเปรมจะเปิด

'อดีตผู้พิพากษา' ชี้กลุ่มผู้สมัคร สว. แฉหลักฐานมัดตัว กกต.จะ 'เป่าคดีฮั้ว สว.' เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โอกาส 1 ใน 5,567 ล้านล้านล้าน 2 คนจะเขียนโพยฃตรงกัน ปิดประตูความบังเอิญ หาก กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 'ไม่มีมูล' เข้าข่ายมาตรา 157 เต็มๆ กลายเป็น'ใบเสร็จรับเงินคุก'

'พริษฐ์' ไล่บี้ปมไลน์หลุดช่วยสีน้ำเงิน 'เจเศรษฐ์' โต้ มท.มีสีเดียวคือสีกากี

'พริษฐ์' บี้ปมช่วยสีน้ำเงินในการเลือกตั้งด้วย บอก ป็นใบเสร็จแทรกแซงโดยอธิบดีกรมการปกครอง 'เจเศรษฐ์' แจงมหาดไทยเป็นสีกากีเดียวกัน สอบเรื่องนี้ต้องใช้เวลา ไม่มีมือที่มองไม่เห็นทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ