จับพิรุธคำไต่สวน ทีมเฝ้านักโทษชั้น 14 ซักซ้อมมาอย่างดี แต่ให้ข้อมูลขัดแย้งความจริง

16 ก.ค.2568- นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ #วิเคราะห์คดีนักโทษชั้น14 มีเนื้อหาดังนี้

ผมได้มีโอกาสไปฟัง การไต่สวนคดีนักโทษชั้น14 ครั้งล่าสุดวันที่ 15 ก.ค.2568 ศาลท่านจะเข้มงวด นอกจากห้ามโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังไม่ให้นำกระดาษ ปากกาเข้าไปบันทึก

แต่เพื่อให้พี่น้องที่ติดตาม การไต่สวนอย่างทันต่อความจริง เนื่องจากศาลท่านไม่ได้ห้ามการสรุปเผยแพร่ การวิเคราะห์ แต่ไม่ให้เผยแพร่คำต่อคำ ที่มีผลต่อการให้ความจริง จากปากพยานท่านต่อไป ผมจึงขอวิเคราะห์ภาพรวมทั้งหมดที่ได้ฟังมา

เนื่องจากคดีนี้ มีความเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก ศาลท่านจึงไต่สวน คนที่เกี่ยวข้องหลายท่านมาก สิ่งที่ได้รับทราบ พบว่าข้อเท็จจริงมีความขัดแย้ง พอที่จะนำมาสรุปวิเคราะห์ได้คือ

การเคลื่อนย้ายนักโทษ จากสถานพยาบาลในเรือนจำมาที่รถพยาบาล แต่ละปากให้ข้อมูลไม่ตรงกัน การส่งนักโทษ ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปที่โรงพยาบาลตำรวจ ข้อมูลของบุคลากรแต่ละชุดให้ข้อมูลไม่ตรงกัน การรับนักโทษมานอนชั้น14 ก็ขัดแย้งกับความเห็นพยานบางท่าน

ที่สังเกตมีข้อมูลให้เตรียมความพร้อม ของบุคคลากร ช่วงเย็นวันที่ 22ส.ค. อาจจะมีเหตุที่ต้องส่งนักโทษไปรักษาข้างนอก ในความเป็นจริง การเกิดเหตุฉุกเฉินว่า นักโทษจะมีอาการกำเริบ ไม่น่าจะทราบล่วงหน้า

การส่งทีมไปเฝ้านักโทษที่ชั้น 14 ฟังดูแล้วชุดนี้ซักซ้อมมาอย่างดี 8-9คน ตอบเหมือนกัน ชุดคำพูดเหมือนกัน ซ้อมมาดีมาก แต่ในรายละเอียดเป๋ เพราะไม่ได้ซักซ้อมมา สังเกตดูชุดนี้ แม้จะซ้อมมาดี แต่ให้ข้อมูลไม่ตรงกับความจริง

ข้อมูลจากระดับบริหารของกรมราชทัณฑ์ แต่ละท่านก็ซักซ้อมมาดี แต่ข้อมูลขัดแย้งกับข้อเท็จจริง มีบางท่านอ้างการประชุม แต่เมื่อถามอีกชุดหนึ่งเรื่องการประชุมเดียวกัน บางคนงงเพราะไม่เคยเห็นเอกสาร เหมือนทำเอกสารขึ้นมาใหม่

ส่วนประเด็นการเจ็บป่วย ที่อ้างว่าฉุกเฉินของนักโทษ ฟังไปฟังมา ให้ความรู้สึกว่า ตอนส่งนักโทษออกจากโรงพยาบาล อ้างโรคหนึ่งที่ร้ายแรง แต่เมื่อไปรักษา กลับรักษาอาการอื่น

เพราะยาที่ใช้ไม่ได้ซับซ้อน โรงพยายาลราชทัณฑ์ ก็มียาชนิดนี้และสามารถรักษาได้ และอาการต่างๆก็ทุเลาลง เพียงแค่2วันเท่านั้น การอยู่ต่อเนื่อง ก็รักษาโรคที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ โรคที่เป็นเหตุของการอยู่โรงพยาบาล

มาถึงตอนนี้พอที่คาดเดาได้ว่า นักโทษชั้น14 ป่วยหนักจริงหรือไม่ มีเหตุผลต้องนอนยาว 180วันไหม ที่สำคัญแม้จะมีพยานบางท่าน บอกว่านักโทษป่วยหนักยาวต่อเนื่อง ที่แปลกใจคือ มาหายในวันที่ได้รับการพักโทษกรณีพิเศษ และสามารถกลับบ้านได้ทันที ชนิดเรียกได้ว่า เมื่อได้พักโทษอาการก็หาย กลับบ้านได้ทันที

สิ่งที่อยากจะบอก มีกรณีบางคนให้การที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ต้องระวังให้ดี สิ่งที่เตรียมมาพูด หรือซักซ้อมมา บางคนไม่รู้ว่า ไม่ตรงกับความจริง เพราะมีหลักฐานบางอย่าง พร้อมที่จะเสนอให้ศาลท่าน ถ้าเปิดออกมาถือว่าให้การเท็จยกกลุ่ม

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โรม' รับเรื่องช่วยผู้ต้องขังคดี 112 อดอาหารประท้วง 2 เดือน ไม่กินน้ำมา 2 วัน หวั่นอาการทรุดถึงช็อกดับ

“โรม” รับหนังสือเร่งประสานราชทัณฑ์-เรือนจำธัญบุรี ช่วย “ฟ้า พรหมศร” ผู้ต้องขัง ม.112 อาการทรุด หลังอดข้าว-อดน้ำ หวั่นซ้ำรอย "บุ้ง เนติพร" เสียชีวิตคาเรือนจำ

'ราชทัณฑ์' ขยับร่างกฎกระทรวงใหม่ 'โทษประหาร' ต้องติดคุกจริงขั้นต่ำ 25 ปี ถึงมีสิทธิเลื่อนชั้น

"อธิบดีราชทัณฑ์" รับเล็งเคาะโทษประหารต้องขังจริงขั้นต่ำ 25 ปีถึงได้เลื่อนชั้น ชี้ยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย ด้านรองอธิบดีฯ ยันต้องรอบอร์ดสันติสุขเคาะกรอบชัดเจนก่อนเปิดรับคำร้องนิรโทษฯ คาดผู้ต้องขังคดีการเมืองเข้าเกณฑ์ไม่ถึงหมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคดีต่อเนื่อง

'รังสิมันต์' ชี้สังคมกังวลใจ 3 ข้อ ปมราชทัณฑ์ปล่อยตัว 'เล่าต๋า'

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมราชทัณฑ์ดำเนินการปล่อยตัว 'เล่าต๋า' ผู้ต้องขังคดีสำคัญ

สวรรค์ของโจร 'แทนคุณ' ครวญ ไทยมีระบบการลดโทษที่ดีที่สุดในโลก จนอาชญากรร่าเริง

'แทนคุณ' ครวญ ไทยมีระบบการลดโทษที่ดีที่สุดในโลก ลดแล้วลดอีกลดแบบโปรโมชั่นไม่เกรงใจเหยื่อ จนอาชญากรร่าเริง ออกมาก่อเหตุอีก ระบบยุติธรรมขั้นต้นและกลางแยกไม่ออกว่าอะไรสุจริตอะไรทุจริต เหลือแต่ศาลที่จะดึงศรัทธาต่อความสุจริตกลับมาให้ประเทศไทยได้หรือไม่

'ราชทัณฑ์' อยู่ไม่ไหว! เล็งแก้กฎกระทรวง ปิดช่องลดโทษ-พักโทษ ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญสังคม

"กรมคุก" เล็งออกกฎกระทรวงใหม่ อุดช่อง ‘"ลดโทษ–พักโทษ" คดีร้ายแรง ชงจำกัดประโยชน์นักโทษโทษสูง หลัง "เล่าต๋า-ป๋อง" จุดคำถามระบบบริหารโทษ หวังผู้ต้องขังที่ได้รับอภัยโทษจาก "ประหาร" เหลือ "จำคุกตลอดชีวิต" ต้องรับโทษตามนั้น ปิดช่องลดวันต้องโทษซ้ำ เปิดรับฟังนักสิทธิฯ-นักวิชาการ ก่อนเสนอใช้จริง