ป.ป.ช.เร่งตามงานเงินอุดหนุนวัด กดดัน พศ.ปฏิรูปข้อมูล-เบิกจ่ายโปร่งใส

ป.ป.ช.เดินหน้าขับเคลื่อนข้อเสนอแนะป้องกันทุจริตเงินทอนวัด หลัง ครม.รับทราบมติตั้งแต่ปี 63 เร่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจัดทำฐานข้อมูลรายรับ-รายจ่ายวัด ใช้ระบบดิจิทัล ตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ พร้อมเปิดทางแจ้งเบาะแสพระโกงงบได้โดยตรง

18 กรกฎากรกฎาคม 2568 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ข้อเสนอแนะเพื่อการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับงบประมาณเงินอุดหนุนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเคยเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2563  โดย ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 28 ต.ค.63 รับทราบข้อเสนอแนะดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอและให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อเสนอแนะฯ ดังกล่าว ไปพิจารณาดำเนินการ

เนื้อหาระบุว่า  กรณีตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับพระภิกษุ ซึ่งประพฤติตนไม่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย และอาจมีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์สินของวัดโดยทุจริตนั้น ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับงบประมาณเงินอุดหนุนวัด ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีข้อเสนอแนะสำคัญที่ส่งผลให้เกิดความโปร่งใสเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้ 1. ด้านการจัดทำระบบฐานข้อมูล ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีระบบฐานข้อมูลกลาง โดยจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานของวัดที่จำเป็น (เช่น ข้อมูลพื้นฐานและความจำเป็นของวัด ข้อมูลการอุดหนุนงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ ข้อมูลฐานะการเงินและรายรับ - รายจ่ายของวัด ข้อมูลศาสนสถาน ข้อมูลโรงเรียนพระปริยัติธรรม ข้อมูลจำนวนพระภิกษุ - สามเณร เป็นต้น) รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำคำขอและการจัดสรรงบประมาณ การบริหารงบประมาณ การติดตามและประเมินผล โดยนำข้อมูลเดิมที่อยู่ในรูปแบบกระดาษมาจัดทำเป็นข้อมูลรูปแบบดิจิทัลในฐานข้อมูลกลาง ทั้งนี้ ควรจัดทำระบบสารสนเทศรองรับการใช้งานข้อมูลจากฐานข้อมูลกลางในรูปแบบ Web – Base Technology หรือ Mobile Application ที่ผู้ใช้งานสามารถปฏิบัติงานและเรียกดูข้อมูลบน Web Browser หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ มีการรายงานข้อมูลแบบ Real – Time และการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้

2. ด้านการรายงานผลให้มีการรายงานผลการเบิกจ่ายและใช้งบประมาณงบเงินอุดหนุนตามแนวทางที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกำหนดผ่านระบบสารสนเทศ และให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับบัญชีรายรับ – รายจ่ายของวัด ตามกฎกระทรวงและมติมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยมีการจัดทำคู่มือ แนวทางปฏิบัติในการใช้และการเบิกจ่ายงบประมาณให้ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งมีการให้คำแนะนำ ความรู้แก่วัดและผู้ได้งบประมาณงบเงินอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมทั้งเปิดเผยรายงานผลการติดตามและประเมินผลของโครงการต่อสาธารณะ

3. ด้านการแจ้งเบาะแส ให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานส่งเสริม สนับสนุนและให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการ ตลอดจนสิทธิที่ได้รับจากการแจ้งเบาะแสการทุจริตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และกฎ ก.พ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการให้บำเหน็จความชอบ การกันเป็นพยาน การลดโทษ และการให้ความคุ้มครองพยาน พ.ศ. 2553 และกำหนดให้มีช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์จากพระภิกษุ และประชาชน และควรกำหนดกระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ให้ชัดเจน และมีความรวดเร็ว

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ และประสานงานร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานหลักตามมติครม.ในการขับเคลื่อนข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตดังกล่าว โดยจัดทำเป็นแผนในการขับเคลื่อนข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับงบประมาณเงินอุดหนุนวัด ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการนี้สำนักงาน ป.ป.ช. จะดำเนินการติดตามและประเมินผลตามแผนขับเคลื่อนดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช. สั่งไต่สวน 'โกงสอบท้องถิ่น' ปี 64 เป็นคดีพิเศษ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติรับกรณี ทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่น ปี64 ไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษเพิ่มเติม หลังพบพฤติกรรมแก้คะแนนจากสอบตกให้เป็นสอบผ่าน

ตำรวจเดินหน้าสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขีดเส้นรายงานนายกฯภายใน 30 วัน

ผบ.ตร.เรียกประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น กำหนดกรอบการทำงาน 20 วัน ชี้คดีอาญาเป็นหน้าที่ ป.ป.ช. ดำเนินการ

ป.ป.ช. ชี้มูล 'เกรียง กัลป์ตินันท์' พร้อมเครือญาติกับพวก ทุจริตก่อสร้างถนน

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

ไต่สวนทุจริตสอบท้องถิ่น 6,014 คน มีชื่อ 2 อดีตอธิบดี สถ. ภรรยากรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาด้วย

เปิด 4 กลุ่มถูก ป.ป.ช. ตั้งกรรมการไต่สวนคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น พบมีมีจำนวนมากถึง 6,014 คน โดยในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีชื่อของ 2อดีตอธิบดีคือ 1.ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันที่ 29 ก.ค.-11 พ.ย. 2568

ป.ป.ช. ลุยตั้งกก.ไต่สวน 'โกงสอบท้องถิ่น' เป็นคดีพิเศษ พุ่งเป้า 4 กลุ่ม รวมอธิบดี สถ.

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาฯป.ป.ช. แถลงกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือใ

ป.ป.ช. ฟันขบวนการรีดเงินต่างชาติ 6 ล้านบาท แลกปล่อยตัวจาก ตม.ภูเก็ต

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายวิทยา สมศรีษมสกุล กับพวก รวม 6 คน กรณีร่วมกันเรียกรับทรัพย์สิน จํานวน 6 ล้านบาท เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานเพื่อให้ดําเนินการปล่อยตัว (ประกันตัว)