
3 ส.ค.2568-นายสมชาย แสวงการ อดีตสว.โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” ระบุว่า 2 ส.ค.2568 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นการนัดชุมนุมรวมพลังประชาชนที่รักชาติ จัดขึ้นเป็นครั้งที่2 เพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่ของกองทัพในการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยมีการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแพทองธาร รับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออก เรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว และความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ทำให้เกิดปัญหาข้อพิพาท จนนำไปสู่การสู้รบไทยกัมพูชา สร้างความสูญเสียชีวิตให้กับทหารและประชาชนจำนวนมาก และยังไม่เป็นที่ยุติ จากเสียพื้นที่บางส่วนให้กับกองกำลังทหารกัมพูชา ถึงแม้จะมีการยึดพื้นที่คืนมาได้ในหลายจุดก็ตาม
แต่การที่รัฐบาลมีผู้นำที่ไร้วุฒิภาวะ เป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้การทำหน้าที่ของกองทัพมีปัญหาในหลายเรื่อง อาทิ การเจรจาที่มีต่างชาติเข้าแทรกแซง การหยุดยิงแบบไม่มีเงื่อนไข ในเวลา24.00น ของวันที่28ก.ค. โดยฝ่ายไทยยังไม่ได้ดำเนินการทางยุทธวิธีในการควบคุมสถานการณ์การสู้รบและควบคุมพื้นที่อธิปไตยได้100% ฯลฯ
เห็นชัดถึงความอ่อนแอทางฝ่ายการเมืองการต่างประเทศ ทำให้กองทัพไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาล
นอกจากนั้น ประชาชนที่เดินทางมาร่วมการชุมนุมได้ช่วยกันนำข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารกึ่งสำเร็จรูป เครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค พร้องร่วมบริจาคเงิน เพื่อส่งมอบให้กองทัพภาคที่2 เพื่อส่งต่อให้กับทหารที่ชายแดนและพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยอยู่ตามศูนย์อพยพ กว่าแสนคน โดยสิ่งของทั้งหมดได้ดำเนินการส่งมอบต่อเนื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันรุ่งขึ้น (3ส.ค.68)
สำหรับจำนวนประชาชนที่มาร่วมกันชุมนุมครั้งนี้ ใกล้เคียงกับการชุมนุมเมื่อ28 มิ.ย.68 แม้จะน้อยลงบ้างเนื่องจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชาหลายจังหวัดไม่ได้เดินทางมาร่วม เพราะต้องปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยในแต่ละจังหวัดในเวลานี้ ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาช่วยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย รายงานว่า เมื่อเวลา18.00น มีผู้เข้าร่วมการชุมนุม 12,357 คน แต่หากนำตัวเลขจริงของผู้ชุมนุม ต้องคูณ2-3เท่า ก็น่าจะมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมจริงอยู่ในราว30,000-35,000คน ครับ
การชุมนุมของพี่น้องประชาชน #รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ครั้งนี้ นอกเหนือจากการได้ช่วยกันส่งกำลังใจไปให้ทหารหาญได้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว ยังเป็นการสื่อสารให้ข้อมูลที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชนที่ติดตามการถ่ายทอดสดทางรายการโทรทัศน์ Facebook live YouTube TikTok ig x ทั้งสื่อในประเทศและต่างประเทศให้พี่น้องประชนได้ติดตามอีกหลายล้านคน ครับ
ขอบคุณทหารทหารหาญทั้ง3เหล่าทัพและตำรวจที่เสียสละชีวิตเลือดเนื้อเพื่อปกป้องอธิปไตยของราชอาณาจักรไทยไว้ให้พวกเราและลูกหลานสืบไป
ขอบคุณพี่น้องประชาชนผู้รักชาติทุกท่าน ที่เข้าร่วมการชุมนุมอย่างสันติสงบปราศจากอาวุธ แสดงพลังรักชาติ สนับสนุนใจเป็นหนึ่งเดียวกับกองทัพที่ทำหน้าที่สู้รบปกป้องบ้านเมือง ขอบคุณผู้มีจิตกุศลทุกท่านที่ได้ร่วมบริจาคสิ่งของและเงิน “จากแนวหลังสู่แนวหน้า”คณะได้ดำเนินการส่งให้กองทัพภาค2 แล้ว
บางส่วน ในส่วนที่เหลือจะทยอยดำเนินการต่อเนื่องและจะแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบตามลำดับต่อไปครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รักชาติ' ลุยหนองจาน ตอกหน้า 'ปชน.' นักการเมืองมีไว้ทำไม
'พรครักชาติ' ลุยบ้านหนองจาน ให้กำลังใจชาวบ้าน 'เจษฎ์' ซัด 'ปชน.' ด้อยด่าทหาร ย้อนถาม 'นักการเมืองมีไว้ทำไม'
'กกต.บุรีรัมย์' ตีปี๊บเลือกตั้ง เตรียมแผนรับมือเหตุสุดวิสัยชายแดน
กกต.บุรีรัมย์ รณรงค์ชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติ 8 ก.พ. ตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 70% ชี้หากเกิดเหตุสุดวิสัยชายแดน พร้อมกำหนดสถานที่ลงคะแนนใหม่นอกเขต หรือปิดการลงคะแนน
กองทัพย้ำวางตัวเป็นกลาง ปรามนักการเมืองเลิกหาเสียงเหน็บแนม
'ผบ.ทบ.' สนับสนุนกำลังพลใช้สิทธิเลือกตั้ง ลงประชามติตามดุลยพินิจส่วนตัว แจงไม่มีการขอใช้พื้นที่ทหารเป็นหน่วยเลือกตั้ง อย่าพาดพิงชี้นำทำคนเข้าใจผิด ย้ำกองทัพวางตัวเป็นกลาง
นายกฯสดุดีดวงวิญญญาณ 42 ทหารกล้า บรรจุอัฐิที่ห้องจารึกชื่อภายในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื่องในวันทหารผ่านศึก
เช้าวันนี้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานเนื่องใน ”วันทหารผ่านศึก“ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี ทุกวันที่ 3 กุมภาพัน
'ทัพฟ้า' โชว์เขี้ยวเล็บ เสริมศักยภาพ 'M Solar-X' พร้อมปฏิบัติภารกิจเพื่อประชาชน
ศูนย์การฝึกกองทัพอากาศน้ำพอง ได้จัดการฝึกอากาศยานไร้คนขับพลังงานแสงอาทิตย์แบบปีกตรึง รุ่น M Solar-X โดยมีกำลังพลเข้ารับการฝึกจำนวน 4 นาย ผ่านการทดสอบการบินปล่อยเดี่ยว (SOLO Flight) และการฝึกปฏิบัติภารกิจขั้นต้น
'สีหศักดิ์' จับตาเขมรเคลื่อนย้ายอาวุธ-กำลังพล ลั่นหากรุกล้ำพื้นที่ไทย พร้อมปกป้องอธิปไตย
‘สีหศักดิ์’ ลั่นถ้ากัมพูชาตั้งใจยิงยุยง-รุกล้ำพื้นที่ พร้อมปกป้องอธิปไตย ยัน ติดตามความเคลื่อนไหวการเคลื่อนย้ายอาวุธ-กำลังพลเขมรตลอด เผยเตือนไปแล้ว ให้ระวังคำพูดที่เสี่ยงแทรกแซง

