
5 ส.ค. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ระบุว่า
ปิดประตู นายกฯคนนอก
แม้ว่าวันนี้ จะมีกระแสข่าวออกมาว่า หากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออกก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย หรือนางสาวแพทองธาร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อาจมีการเสนอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ มาจากมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ทำให้มีแกนนำจากพรรคเพื่อไทยหลาย คนออกมาปฏิเสธ และต่อต้านนายกรัฐมนตรีคนนอก จากมาตรา 5 กันเป็นพัลวัน
สำหรับผมในฐานะนักสังเกตการณ์ทางการเมือง เห็นว่า เมื่อนางสาวแพทองธาร ออกมายืนยันว่า จะไม่มีการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และนายแพทย์พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ออกมายืนยันเช่นเดียวกันว่า นางสาวแพทองธาร จะไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแน่นอน เพราะเชื่อมั่นว่าสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ และกระทำไปโดยความบริสุทธิ์ใจ
ก็เป็นสิ่งที่นางสาวแพทองธาร และนายแพทย์พรหมมินทร์ จะออกมายืนยันกับสังคมและเรียกความเชื่อมั่นจากสังคม ในสถานการณ์การเมืองที่อยู่ในลักษณะหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ เชื่อว่าถึงนาทีสุดท้ายนายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพ่อ คงไม่ยอมให้ลูกสาวตายคาศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องมีการสะกิด ส่งสัญญาณให้นางสาวแพทองธาร ลาออกจากนายกรัฐมนตรีก่อนแน่นอน
ส่วนประเด็นเรื่องนายกรัฐมนตรีคนนอก หรือนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 5 แห่งรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เป็นการสร้างกระแส โยนหินถามมากกว่า ส่วนตัวเห็นว่า ยังมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นแคนดิเดตจากพรรคการเมืองต่างๆอีกหลายคน ที่สภาผู้แทนราษฎรสามารถเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ หลังจากนางสาวแพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย ยังมีนายชัยเกษม นิติสิริ อีกหนึ่งคน พรรครวมไทยสร้างชาติ มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค พรรคภูมิใจไทย มีนายอนุทิน ชาญวีรกุล พรรคประชาธิปัตย์ มีนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์
ถ้าดูรายชื่อแคนดิเดตของพรรคการเมืองแล้ว เชื่อว่าอันดับแรก นายทักษิณคงผลักดันให้นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรีก่อน แต่อาจจะไม่ผ่านด่านของฝ่ายอนุรักษ์นิยม เพราะนายชัยเกษม มีปัญหาเรื่องทัศนคติเกี่ยวกับ มาตรา 112 ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกุล เชื่อว่านายทักษิณ คงไม่สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะยังมีปัญหาทางการเมืองอยู่ และจะเป็นปัญหาทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทย จะต้องไปแข่งขันกันในสนามเลือกตั้ง ที่มีตลาดการเมืองเดียวกัน
ถ้าให้นายทักษิณเลือกระหว่างนายอนุทินกับพลเอกประยุทธ์ ผมเชื่อว่านายทักษิณจะเลือกพลเอกประยุทธ์มากกว่า เพราะอย่างน้อย ก็เป็นการตอบแทนบุญคุณในวันที่นายทักษิณกลับเข้ามาประเทศ ในสมัยที่พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และพลเอกประยุทธ์ไม่ได้ไปต่อทางการเมืองอีกแล้ว ไม่ใช่คู่แข่งทางการเมือง
เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีคนนอก นายกรัฐมนตรีมาตรา5 การเมืองไทยคงยังก้าวไปไม่ถึงจุดนั้น และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ ถ้าหากนางสาวแพทองธารมีอันเป็นไป นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยังอยู่ในรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่างๆเช่นเดิม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยื่นผู้ตรวจฯ พุธนี้! หลักฐานพิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 'ไม่ลับ' ส่งต่อให้ศาล
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แจ้งผู้สื่อข่าวคณะผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ปมบัตรเลือกตั้ง ภาระพิสูจน์ตกที่ กกต. หากแจงชัด ศาลรธน.อาจงดไต่สวน
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมคดีบัตรเลือกตั้ง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง หน้าที่ กกต.พิสูจน์ หากมีพยานหลักฐานเพียงพอเปิดช่องให้ ศาล รธน. งดไต่สวน กำหนดวันชี้ชะตาได้
'หมอเปรม' ให้เกาะติดคดีบัตรเลือกตั้งจะเป็นเพียงภาพลวงตาหรือความยุติธรรมที่แท้จริง
สว.เปรมศักดิ์ชี้มติศาลรธน. 6:3 รับคำร้องกกต. แต่ไม่สั่งหยุดหน้าที่เป็นมติลูกผสมเอาใจแรงกดดันสังคมอาจเป็นเพียง 'ควันบังตา' สุดท้ายเรื่องเงียบเมื่อกระแสจางลง ชวนสังคมช่วยจับตาดูผลระยะยาว
'เทพไท' บอกให้ใจเย็นๆ อีก 30 วันรู้แน่เลือกตั้งโมฆะหรือไม่
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชี้วิกฤตศรัทธาบัตรเลือกตั้งเมื่อความลับถูกล่ามด้วยบาร์โค้ดและเงาปริศนา!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'บวรศักดิ์' ย้ำบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งเป็นความลับ ไม่มีประเทศไหนวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดไว้พิจารณามีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ ว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้พิจารณา

